
โฆษก กอ.รมน.ภาค 4 สน. แจงปมคุมตัว 4 ตำรวจระแงะ แค่เชิญคุย-ไม่ใช่กักขัง โวยเพจโซเชียลพยายาม “ปั่น” หวังสร้างรอยร้าวระหว่างหน่วยงาน ด้านสีกากีเดือด กลุ่มไลน์แทบแตก ยืนยันมีคุมตัวจริง แต่กลับให้ข่าวไปอีกทาง เผยถูกสั่งรูดซิปปากตามเคย
ความคืบหน้ากรณีมีข่าวเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงเชิญตัวตำรวจชั้นประทวน สังกัดสถานีตำรวจภูธรระแงะ (สภ.ระแงะ) จ.นราธิวาส จำนวน 4 นาย เข้าสู่กระบวนการซักถาม เมื่อคืนของวันพุธที่ 29 ก.ค.69 ต่อเนื่องเช้ามืดวันพฤหัสบดีที่ 30 ก.ค.
วัตถุประสงค์เพื่อสอบถามขั้นตอนและข้อมูลข้อเท็จจริงการตั้งด่านตรวจของตำรวจ ในวันเกิดเหตุโจมตีจุดตรวจของทหารพรานที่ บูเก๊ะซามี ต.ตันหยงมัส อ.ระแงะ เนื่องจากฝ่ายความมั่นคงมองว่า คนร้ายใช้รถกระบะเป็นพาหนะ แต่งกายด้วยชุดสีดำ มิดชิด อาวุธครบมือ เหตุใดจึงบุกเข้าโจมตีจุดตรวจอย่างง่ายดาย โดยไม่ผ่านด่านตรวจของเจ้าหน้าที่ด่านอื่นเลย
อย่างไรก็ดี ต่อมากองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภาค 4 สน.) ออกแถลงการณ์ด้วยข้อความเดียวกัน ปฏิเสธข่าวนี้ ยืนยันว่าไม่มีการควบคุมตัวตำรวจไปสอบสวน และยังกล่าวหาว่า สื่อบางแขนงขยายข่าวนี้เพื่อต้องการทำลายความเชื่อมั่นของเจ้าหน้าที่ ท้ั้งๆ ที่หน่วยตำรวจกับทหารทำงานร่วมกันด้วยดีตลอดมานั้น
อย่างไรก็ดี ทางศูนย์ข่าวภาคใต้ สำนักข่าวอิศรา ซึ่งรายงานข่าวนี้เป็นสื่อแรกๆ ก็ยืนยันว่า ไม่ได้มีการนำเสนอข่าวว่าฝ่ายทหารควบคุมตัวตำรวจ
อ่านประกอบ : เชิญตัว 4 ตำรวจระแงะสอบเครียด! เค้นปมตั้งด่านวันโจมตีจุดตรวจบูเก๊ะซามี
อ่านประกอบ : กอ.รมน.โต้ข่าวคุมตัวตำรวจสอบปมโจมตีจุดตรวจ
ล่าสุด พันเอก เอกวริทธิ์ ชอบชูผล รองโฆษก กอ.รมน.ภาค 4 สน. ให้สัมภาษณ์ถึงข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นว่า เหตุการณ์ดังกล่าวไม่ใช่การควบคุมตัวหรือการบังคับใช้กฎหมายในลักษณะจับกุมผู้ต้องสงสัย แต่เป็นเพียงการ “เชิญตัวมาพูดคุยและให้ข้อมูล” ตามกระบวนการปกติเท่านั้น
พันเอก เอกวริทธิ์ กล่าวว่า ตนรู้สึกเสียใจที่เกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้ขึ้น เนื่องจากเจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจในพื้นที่ได้ร่วมมือและช่วยเหลือกันปฏิบัติงานมาโดยตลอด โดยกระบวนการสอบถามข้อมูลในลักษณะนี้เป็นเรื่องปกติ เมื่อเกิดเหตุการณ์ขึ้นในพื้นที่ ใครที่อยู่ในเหตุการณ์หรือปฏิบัติงานในพื้นที่ใกล้เคียงก็ย่อมต้องมีการพูดคุยและซักถามเป็นธรรมดา
“ไม่ได้ควบคุมตัวอยู่แล้ว ไม่ได้ควบคุมตัวนะ แต่ว่าตำรวจเขาคุยกันเอง... ก็เชิญไปทุกคนแหละ ก็คุยกันปกติ แต่ว่าเพจเขาก็พยายามปั่น เหมือนเราก็ชาวบ้านธรรมดาที่อยู่ในเหตุการณ์ อยู่ในพื้นที่ ป้าคนโน้น ป้าคนนี้ ตำรวจก็เหมือนกัน จริงๆ แล้วตำรวจเขาก็พูดคุยกันเองแล้ว เขาก็ส่งอะไรมาให้ทหารรับทราบ ซึ่งเราก็ไม่ได้ติดใจอะไรทั้งสิ้น” รองโฆษกกอ.รมน.ภาค 4 สน. ระบุ
พันเอก เอกวริทธิ์ ย้ำด้วยว่า ตามที่ปรากฏในแถลงการณ์ของหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส (ฉก.นราธิวาส) การดำเนินการดังกล่าวเป็นเพียงการเชิญบุคคลที่อยู่ในพื้นที่ใกล้ชิดกับเหตุการณ์มาให้ข้อมูล ลักษณะเดียวกับการเชิญผู้ใหญ่บ้านหรือชาวบ้านทั่วไป ไม่ใช่การควบคุมตัวเพื่อสอบสวนหรือบังคับใช้กฎหมายกรณีมีพยานหลักฐานเชื่อมโยงว่าสนับสนุนการก่อเหตุ ซึ่งเป็นคนละเรื่องกันอย่างสิ้นเชิง พร้อมระบุว่าทางตำรวจได้ส่งข้อมูลมาชี้แจง และทำความเข้าใจกับทางทหารเรียบร้อยแล้ว
รองโฆษกกอ.รมน.ภาค 4 สน. ยังได้กล่าวตำหนิการเสนอข่าวในสื่อสังคมออนไลน์ โดยเฉพาะเพจบางเพจที่พยายามนำเสนอข่าวในลักษณะที่สร้างความเข้าใจผิดและพยายามดิสเครดิตการทำงานร่วมกันของหน่วยงานความมั่นคง โดยเปรียบเทียบกับเหตุการณ์ในอดีต เช่น กรณีตำรวจจับทหารพราน (ตำรวจทางหลวง จับกุมทหารพรานจากชายแดนใต้ ฐานพกพาอาวุธปืน เมื่อวันที่ 10 ก.ค.ที่ผ่านมา ที่ จ.พัทลุง จนกลายเป็นประเด็นดราม่าใหญ่โต) มีการพยายามปั่นกระแสจนเกือบกลายเป็นความขัดแย้งระหว่างหน่วยงาน ก่อนที่จะต้องนำมาพูดคุยทำความเข้าใจกันจนยุติลงได้
“มันกลายเป็นว่า เพจแนวร่วมมันเข้าไปปั่น ไปหาเรื่อง ไปโน่นนี่นั่น ซึ่งเขาก็พยายามจะทำให้เกิดปัญหาระหว่างหน่วยงาน... อันนี้มันมาทั้งสองฝั่งเลย ชาวบ้านทั่วไปไม่ได้รู้อะไรก็ไปผสมโรง จนทำให้เป็นปัญหา ทั้งๆ ที่หน่วยก็จบกันตั้งนานแล้ว มันเป็นเรื่องของตัวบุคคล เรื่องของหน่วยงานไม่มีอะไร กระบวนการทางกฎหมายเขาว่ากันไป” พันเอก เอกวริทธิ์ กล่าว
@@ ฉก.นราฯ ประสานเสียง “แค่เชิญตัว” ไม่ใช่ “จับตัว”

ด้านหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส ได้ออกแถลงการณ์ โดยมีสาระสำคัญเหมือนกับที่ พันเอก เอกวริทธิ์ ชี้แจง คือ อ้างว่าเป็นการเชิญตัวไปซักถาม ในฐานะที่อยู่ใกล้เคียงกับจุดเกิดเหตุ และอยู่ใกล้ชิดกับเหตุการณ์เท่านั้น ไม่ได้มีการควบคุมตัวเพื่อดำเนินคดีใดๆ
@@ กลุ่มไลน์ตำรวจแทบแตก ฉะ กอ.รมน. ยันคุมตัวจริง
ท่ามกลางคำชี้แจงจากฝ่ายทหาร ทั้งปฏิเสธอย่างสิ้นเชิง และ “ปฏิเสธอย่างมีเชิง” อ้างเป็นการเชิญตัวซักถาม ไม่ใช่ควบคุมตัว แต่ปรากฏว่าในกลุ่มไลน์ของฝ่ายตำรวจ ได้แสดงความเห็นกันอย่างดุเดือด โดยยืนยันว่ามีการเชิญตัวในลักษณะควบคุมตัวจริงๆ และตำหนิการให้ข่าวของ กอ.รมน. รวมทั้งหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาสอย่างรุนแรง
ตำรวจระดับปฏิบัติการนายหนึ่ง ซึ่งเป็นเพื่อนกับตำรวจที่ถูกเชิญตัว บอกว่า “ตอนนี้ถูกคำสั่งห้ามไม่ให้พูดหรือให้สัมภาษณ์ใดๆ ทำให้ตัวผู้เกี่ยวข้องเองรู้สึกหวาดกลัวและไม่กล้าที่จะเปิดเผยข้อเท็จจริงต่อสาธารณะ”
