
จู่ๆ คดีโจมตีจุดตรวจบูเก๊ะซามี ตำบลตันหยงมัส อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม ซึ่งทำให้ทหารพรานเสียชีวิตถึง 5 นาย ก็มีข่าวความคืบหน้าขึ้นมาอย่างน่าตื่นเต้น
ข่าวที่อ้างแหล่งข่าวฝ่ายตำรวจ ระบุว่าพบคนร้ายถึง 6 คน เป็นกลุ่มที่ก่อเหตุยิงตำรวจตากใบ จังหวัดนราธิวาส เสียชีวิต 2 นาย เมื่อวันอาทิตย์ที่ 2 สิงหาคม ขณะเข้าพิสูจน์ทราบขนำหลังหนึ่งในป่าสวนปาล์ม บ้านบึงฉลาม ตำบลไพรวัน อำเภอตากใบ เพราะสงสัยว่าอาจมีมั่วสุมยาเสพติด
ปรากฏว่าฝ่ายตำรวจสรุปเบื้องต้นว่า คนร้ายกลุ่มนี้เป็นกลุ่มเดียวกับที่โจมตีจุดตรวจบูเก๊ะซามี แล้วหลบมากบดานอยู่ กระทั่งเกิดปะทะกับตำรวจพอดี ก็เลยเรื่องแดงขึ้นมา
เรื่องนี้ถือว่าน่าสนใจอย่างมาก เพราะหลังเกิดเหตุโจมตีจุดตรวจบูเก๊ะซามี ฝ่ายทหารส่งกำลังเข้าปิดล้อมเทือกเขาเมาะแต รอยต่อ 3 อำเภอ คือ ระแงะ จะแนะ และศรีสาคร เพื่อเอกซเรย์ไล่ล่าอย่างต่อเนื่อง แต่ปูพรมมา 10 วัน กลับไม่พบแม้แต่เงา
แต่แล้วจู่ๆ ตำรวจก็ไปยิงปะทะกับกลุ่มคนร้ายโดยบังเอิญ ในอีกภารกิจหนึ่ง ซึ่งเกี่ยวกับยาเสพติด และสามารถเชื่อมโยงกลุ่มคนร้าย พร้อมระบุชื่อได้ถึง 6 คน ซึ่งต้องถือว่า “เกือบครึ่ง” ของกลุ่มที่โจมตีจุดตรวจบูเก๊ะซามี จำนวน 13 คนที่ปรากฏภาพในกล้องวงจรปิด
และทั้ง 6 คน ก็ไม่ใช่ 2 คนที่ถูกออกหมายจับไปแล้วด้วย แต่อยู่ในกลุ่ม 11 คนที่ตำรวจยังไม่ได้ขออนุมัติหมายจับ
@@ ปลอกกระสุน-ตัวคน โยงยิงจุดตรวจ - คาร์บอมบ์ตันหยง

เบาะแสสำคัญที่นำมาสู่ “ข้อมูลชุดนี้” คือ
1.ปลอกกระสุนปืนที่เจ้าหน้าที่เก็บได้จากจุดเกิดเหตุยิงปะทะกับตำรวจ สภ.ตากใบ ในสวนปาล์ม ประกอบด้วย
- ปลอกกระสุนปืน เอ็ม 16 จำนวน 24 ปลอก
- ปลอกกระสุนปืนพก ขนาด 9 มม. จำนวน 21 ปลอก
- ปลอกกระสุนปืน ขนาด .32 จำนวน 1 ปลอก
ปลอกกระสุนบางส่วน อาจเชื่อมโยงกับเหตุโจมตีจุดตรวจบูเก๊ะซามี เพราะตรงกับที่เคยใช้ก่อเหตุรุนแรงหลายเหตุการณ์ในนราธิวาส
2.อาวุธปืน HK สภาพถูกถอดชิ้นส่วนเพื่อรอประกอบ จำนวน 1 กระบอก
3.สิ่งของเครื่องใช้ จำพวกกระเป๋าสะพาย เปลสนาม และมีดพก
4.จากการประเมินของเจ้าหน้าที่เชื่อมั่นว่า คนร้ายกลุ่มนี้เกี่ยวข้องกับ นายอารีฟ (สงวนนามสกุล) ผู้ต้องหาหลบหนีหมายจับในคดียาเสพติด และมีส่วนรู้เห็นกับการวางระเบิดคาร์บอมบ์หน้าโรงพัก สภ.ตันหยง หลังเก่า จังหวัดนราธิวาส เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม ก่อนเหตุโจมตีจุดตรวจบูเก๊ะซามี 1 วัน
รวมถึงเหตุการณ์วางระเบิดรถยนต์ของ อส.อำเภอสุไหงโก-ลก ที่พลาดเป้าไปโดนรถของนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซีย จนมีนักท่องเที่ยวได้รับบาดเจ็บ 2 ราย เมื่อวันที่ 29 มิถุนายนด้วย
@@ เปิดชื่อ 3 ผู้ต้องหาคดีมั่นคง หมายจับอื้อ

5.ข้อมูลจากการสืบสวน และสอบปากคำชาวบ้านในพื้นที่ อ้างว่า ก่อนเกิดเหตุมีกลุ่มบุคคลแปลกหน้าเข้ามาอาศัยอยู่ในขนำ ในป่าสวนปาล์ม ตำบลไพรวัน อำเภอตากใบ คาดว่ามีกันทั้งหมด 6 คน
ตรวจสอบประวัติพบว่าทั้ง 6 คน คือกลุ่มที่ร่วมกันก่อเหตุยิงจุดตรวจบูเก๊ะซามีมาก่อน แล้วหนีมาซ่อนตัวในสวนปาล์มแห่งนี้
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ทราบชื่อผู้ต้องหาแล้ว 3 ราย ได้แก่
1. นายฮัลฮาบีบ เจ๊ะตู มีหมายจับคดีความมั่นคง 4 หมาย
2. นายบะกรี สะมะแอ มีหมายจับคดีความมั่นคง 2 หมาย
3. นายอับดุลฮาเรม เจ๊ะตู มีหมายจับคดีความมั่นคง 3 หมาย
ส่วนอีก 3 รายที่เหลือ เจ้าหน้าที่ยังไม่เปิดเผยรายชื่อ โดยอยู่ระหว่างบังคับใช้กฎอัยการศึกนำกำลังเข้าจู่โจมตรวจค้นบ้านต้องสงสัยในพื้นที่ อำเภอจะแนะ จังหวัดนราธิวาส
@@ ลุยค้นบ้านต้องสงสัย - ล้อมสวนปาล์มจุดปะทะ ตร.

การปฏิบัติการของฝ่ายตำรวจ นำโดย พล.ต.ท.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 และ พลตำรวจตรี ประยงค์ โคตรสาขา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนราธิวาส ร่วมกับ นาวาเอก บัญญัติ วงศ์จำปา ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินภาคใต้ กองทัพเรือ โดยได้ร่วมประชุมกันอย่างต่อเนื่อง ที่ห้องประชุมขององค์การบริหารส่วนตำบลไพรวัน มีการกำหนดเป้าหมายตรวจค้น 2 พื้นที่ คือ
หนึ่ง บ้านต้องสงสัยในอำเภอจะแนะ และเจาะไอร้อง จังหวัดนราธิวาส
สอง ปิดล้อมสวนปาล์มที่เกิดเหตุยิงปะทะกับตำรวจ จนตำรวจเสียชีวิต 2 นาย เพราะเชื่อว่าคนร้ายบางส่วนอาจยังกบดานอยู่ในพื้นที่
แต่ก็เชื่อว่าบางส่วน หรือเกือบทั้งหมด ใช้เส้นทางธรรมชาติ ลงเรือจากคลองกูบู หลังสวนปาล์ม ข้ามไปประเทศเพื่อนบ้านแล้ว เพราะอำเภอตากใบ อยู่ติดกับชายแดนมาเลเซีย มีเพียงแม่น้ำตากใบและคลองสาขา กั้นเท่านั้น
@@ ทีมยิง ตร.มอบตัว 1 ซัดทอดเพื่อน-โยงถล่มจุดตรวจ

ล่าสุด มีข้อมูลจากฝ่ายตำรวจอ้างว่า ปฏิบัติการตรวจค้นภารกิจที่ 2 คือ ปิดล้อมป่าสวนปาล์ม จุดที่ปะทะกับตำรวจ ปรากฏว่าเจอตัวคนร้ายแล้ว เนื่องจากโผล่ออกมามอบตัวเอง โดยเจ้าหน้าที่อ้างว่า ทนแรงกดดันไม่ไหว
ยุทธการปิดล้อมครั้งนี้ ดำเนินการมา 2 วัน นับตั้งแต่เกิดเหตุยิงปะทะตำรวจตากใบ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 2 สิงหาคม ล่าสุด 1 ในกลุ่มคนร้ายทนแรงกดดันไม่ไหว ยอมตะโกนขอมอบตัว เดินยกมือออกจากป่าสวนปาล์มรกทึบ เจ้าหน้าที่จึงเข้าควบคุมตัว และส่งตัวเข้าสู่กระบวนการซักถาม ณ ศูนย์ซักถามในพื้นที่ จ.นราธิวาส ทันที
จากการสอบสวนเบื้องต้น แหล่งข่าวเปิดเผยว่า คนร้ายรายนี้เดินออกมามอบตัวโดยไม่มีอาวุธปืน และเป็น 1 ในกลุ่มคนร้ายคาดว่ามีประมาณ 6 คน โดยให้การรับสารภาพและเปิดเผยเบาะแสสำคัญ ดังนี้
- ไปร่วมก่อเหตุยิงจุดตรวจบูเก๊ะซามี แล้วหนีขึ้นเทือกเขาเมาะแต
- โดนกำลังทหาร หน่วยปฏิบัติการพิเศษร่วม 3 จังหวัด ปูพรมไล่ล่ากดดัน จนต้องหนีลงจากเขา
- มากบดานพักอาศัยอยู่ในขนำ กลางสวนปาล์ม อำเภอตากใบ
- พบเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ตากใบ เข้ามาในพื้นที่ จึงเข้าใจว่าจะเข้าบุกจับกุม ทำให้ตัดสินใจเปิดฉากยิงใส่จนเจ้าหน้าที่เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บ
@@ เพื่อนบาดเจ็บ 2 คน - คายข้อมูลแหล่งกบดาน
- สมาชิกในกลุ่มแตกกระจายหลบหนีไปคนละทิศละทาง โดยมีเพื่อนร่วมแก๊งถูกกระสุนปืนของเจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บอย่างน้อย 2 คน
- ผู้ต้องหาที่ออกมามอบตัวรายนี้ ยังให้การซัดทอดเครือข่ายของพวกตน และให้ข้อมูลรายชื่อสมาชิกในกลุ่มทั้งหมด รวมถึงประวัติการก่อเหตุรุนแรงอื่นๆ พร้อมชี้เบาะแสที่ซ่อนตัวตามบ้านของแนวร่วมด้วย
มีรายงานเพิ่มเติมว่า เจ้าหน้าที่ยังคงปิดล้อมสวนปาล์มต่อไป เพราะยังอาจมีคนร้ายรายอื่นซ่อนตัวอยู่อีก
นอกจากนั้น พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เตรียมแถลงข่าวสรุปผลปฏิบัติการอย่างละเอียด หลังเคลียร์พื้นที่ทั้งหมด
@@ มึน! ทหารยันยังจับใครไม่ได้ - ปืนยิง ตร.ไม่โยงถล่มจุดตรวจ

ข่าวดีสุดๆ ข่าวนี้ ซึ่งนับเป็นข่าวดีข่าวแรกๆ ตั้งแต่เกิดเหตุโจมตีจุดตรวจบูเก๊ะซามี กลับไม่ได้รับการยืนยันจากฝ่ายทหาร
เพราะวันเดียวกัน กอ.รมน. ภาค 4 ส่วนหน้า มีการแถลงข่าวชี้แจงสถานการณ์ในพื้นที่ชายแดนใต้ และตอบข้อซักถามของผู้สื่อข่าวทุกประเด็น

การแถลงนำโดย พลตรี กรกฎ ภู่โชติ รองแม่ทัพภาคที่ 4 และ ผอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า กับ พันเอก เอกวริทธิ์ ชอบชูผล รองโฆษก กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า
ไฮไลต์การแถลงส่วนหนึ่งเกี่ยวข้องกับเหตุยิงปะทะตำรวจ เสียชีวิต 2 นาย และโจมตีจุดตรวจบูเก๊ะซามี ทหารพรานพลีชีพอีก 5 นาย โดย พันเอก เอกวริทธิ์ กล่าวว่า ช่วงที่ผ่านมาเกิดข่าวปลอมค่อนข้างมาก แม้กระทั่งขณะนี้ มีบางสำนักข่าวนำเสนอข่าวว่า สามารถจับกุมผู้กระทำความผิด กรณียิงตำรวจเสียชีวิตที่อำเภอตากใบได้แล้ว ซึ่งไม่ใช่ความจริง

เช่นเดียวกับกรณียิงทหารพรานที่จุดตรวจบูเก๊ะซามี มีการปล่อยข่าวว่า เกิดการปะทะในจุดต่างๆ หรือมีการจับกุมผู้กระทำความผิดได้แล้ว ก็ไม่เป็นความจริง แต่สิ่งที่เป็นข้อเท็จจริงคือ เรารู้ว่ากลุ่มไหนที่ทำ รู้ว่าผลพิสูจน์อาวุธปืนมีกี่คดี และที่ไหนบ้าง มีการออกหมายจับแล้วกี่คน มีการเชิญตัวมากี่คน ที่เหลือนอกจากนี้ คือไม่ใช่ข้อเท็จจริง
พันเอก เอกวริทธิ์ ยังย้ำถึงคดีการยิงเจ้าหน้าที่ตำรวจเสียชีวิตที่อำเภอตากใบ ว่า “ตอนนี้ยังไม่รู้ตัวผู้ก่อเหตุ แต่ว่าผลการตรวจสอบอาวุธปืนออกมาแล้ว ซึ่งบางสื่อมีการนำเสนอข่าวว่ามีความเชื่อมโยงกับเหตุที่จุดตรวจบูเก๊ะซามี ซึ่งจากการตรวจสอบปืน 1 กระบอกพบว่า ไม่มีความเกี่ยวข้องกัน”
@@ 5 ข้อสงสัย จับคนร้ายโยงคดีใหญ่รัวๆ จริงหรือ?
จากความสับสนดังกล่าว “ทีมข่าวอิศรา” ตั้งข้อสังเกตดังนี้
1.หน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ยังมีปัญหาเรื่องเอกภาพในการปฏิบัติงานและการสื่อสาร ใช่หรือไม่
2.จริงหรือที่กลุ่มคนร้ายยิงปะทะกับตำรวจ จะเป็นกลุ่มเดียวกับที่โจมตีจุดตรวจบูเก๊ะซามี
- เหตุใดจำนวนคนร้ายจึงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
- การแจ้งข่าวทางวิทยุสื่อสารช่วงหลังเกิดเหตุยิงตำรวจ ระบุว่าคนร้ายมี 1-2 คน ใช้อาวุธปืนเอ็ม 16
- อ้างภารกิจฝ่ายตำรวจเข้าไปตรวจยาเสพติด แต่เกิดการยิงปะทะกัน
- ต่อมาคนร้ายเพิ่มเป็น 6 คน มีอาวุธปืนหลายกระบอก
- คนร้ายเชื่อมโยงทั้งเหตุโจมตีจุดตรวจบูเก๊ะซามี และเหตุคาร์บอมบ์โรงพักหลังเก่าของ สภ.ตันหยง
- ทำไมคนร้ายกลุ่มเดียวเชื่อมโยงเหตุการณ์ใหญ่ๆ หลายเหตุการณ์ซึ่งมีรูปแบบของยุทธวิธีแตกต่างกัน
3.การอ้างคำรับสารภาพของคนร้ายที่มอบตัว (แต่ฝ่ายทหารยืนยันว่ายังไม่มีมอบตัว) ที่ว่าหลบหนีมาจากเทือกเขาเมาะแต เพราะถูกกดดันหนักหลังโจมตีจุดตรวจบูเก๊ะซามี ข้อมูลนี้ยังมีข้อสงสัย
- พื้นที่ตากใบ เป็นคนละเส้นทางกับจุดเกิดเหตุยิงจุดตรวจ และเทือกเขาเมาะแต ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ 3 อำเภอ คือ ระแงะ จะแนะ และ ศรีสาคร
- การหลบหนี กบดาน น่าจะข้ามแดนไปฝั่งประเทศเพื่อนบ้านจากทางฝั่งอำเภอระแงะ โดยข้ามเขาต่อไปอำเภอศรีสาคร หรืออำเภอจะแนะ ซึ่งมีพรมแดนติดกับมาเลเซีย จะง่ายกว่ามาก และใกล้กว่าหลบหนีทางตากใบมาก
4.โดยปกติ หลังก่อเหตุรุนแรงขนาดใหญ่ ทีมปฏิบัติการ กับอาวุธปืน จะแยกกัน เพื่อป้องกันการถูกจับกุมและถูกเจ้าหน้าที่ยึดปืนไป
- ตัวคน จะหนีไปในเส้นทางที่วางแผนไว้ มีทีมแนวร่วมรับ ไปตามบ้านของเครือข่าย หรือ “ซัพพอร์ต ไซต์” บนภูเขา หรือในป่า ซึ่งยากจะเข้าถึง
- อาวุธ จะมีทีมโลจิสติกส์ รับไปซ่อน หรือส่งต่อให้ทีมปฏิบัติการทีมอื่น เพื่อซุกซ่อน รอใช้ในภารกิจต่อไป
5.การอ้างว่า เจ้าหน้าที่รู้ตัวคนร้ายที่ก่อเหตุโจมตีจุดตรวจบูเก๊ซามีทั้งหมดแล้ว และเป็นกลุ่มเดียวกับที่ยิงปะทะตำรวจ ซึ่งมีการปล่อยชื่อออกมา
คำถามคือ เหตุใดจึงไม่มีการออกหมายจับก่อนหน้านี้ เพราะจนถึงขณะนี้มีการออกหมายจับเหตุโจมตีจุดตรวจแค่ 2 คน
คำถามสำคัญสุดท้ายก็คือ ข่าวนี้มีน้ำหนักแค่ไหน และเป็นปัญหาการไม่บูรณาการกันของเจ้าหน้าที่ในพื้นที่เองหรือไม่
