
20 ส.ค.69 คือวันครบ 5 เดือน เหตุการณ์คนร้ายยิงถล่ม นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.นราธิวาส พรรคประชาชาติ ทำให้ตำรวจติดตาม และคนขับรถได้รับบาดเจ็บสาหัส ส่วน สส.คนดังรอดมาได้อย่างหวุดหวิด
ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา พรรคประชาชาตินำโดย พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรค และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ทั้งยังเคยเป็นอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ พยายามทุกวิถีทางเพื่อกดดันพนักงานสอบสวนให้สาวถึงตัวผู้บงการ
แต่สุดท้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจสรุปสำนวนการสอบสวน พร้อมความเห็น “สั่งฟ้อง” ผู้ต้องหาทั้งหมด 7 คน แยกเป็น
- เจ้าของอู่รถที่ช่วยซุกซ่อนรถกระบะในราชการของ กอ.รมน.นราธิวาส ที่คนร้ายใช้เป็นพาหนะก่อเหตุ และดำเนินการชำแหละรถทิ้งชิ้นส่วนลงน้ำ เพื่ออำพรางคดี
- กลุ่มมือปืนที่ร่วมกันลงมือสังหารและหลบหนี จำนวน 4 คน
- นายทหารเรือนาวิกโยธิน 2 คน ซึ่งถูกแจ้งข้อหาร่วมกันสนับสนุนการกระทำความผิด ฐานพยายามฆ่า สส.กมลศักดิ์
เมื่อคดีถึงชั้นอัยการ ปรากฏว่าอัยการสั่งไม่ฟ้องผู้ต้องหา 1 คน คือ นาวาตรี เดโช รัตนพันธุ์ นายทหารเรือนาวิกโยธิน ส่วนที่เหลืออัยการสั่งฟ้องต่อศาล

ล่าสุดศาลพิพากษาจำคุก 5 ปีกับเจ้าของอู่รถไปแล้ว ส่วนคดีหลัก คือ คดีพยายามฆ่า ยังไม่เริ่มสืบพยาน
ทั้งหมดนี้ไม่มีตัว “ผู้บงการ” และไม่มีความชัดเจนว่าบุคคลทั้งหมดลงมือถล่มยิง สส.กมลศักดิ์ ด้วยเหตุอะไร
ความน่าสงสัยที่เจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถคลี่คลายให้สังคมหายคาใจได้ ก็คือ เหตุใดปฏิบัติการครั้งนี้จึงเกี่ยวข้องกับ “คนมีสี” โดยเฉพาะทหารเรือ
เพราะทีมสังหารอย่างน้อย 2-3 คน จาก 4 คน เป็นอดีตทหารเรือ บางคนเป็นชั้นสัญญาบัตร ผ่านการฝึกหลักสูตรแนวๆ รบพิเศษ
ยานพาหนะที่ใช้เป็นของ กอ.รมน.นราธิวาส ซึ่งมีทหารเรือควบคุม
ทีมสนับสนุนและอำนวยความสะดวกในการกระทำความผิด ก็เป็นทหารเรือชั้นสัญญาบัตร มีบทบาทสำคัญในสำนักงาน กอ.รมน.นราธิวาส และรับผิดชอบรถยนต์ของหน่วย
ขณะที่อาวุธปืนสงครามที่ใช้ยิง 1 ใน 2 กระบอก เลขทะเบียนปืนตรงกับยุทโธปกรณ์ของกองทัพเรือ แต่แจ้งทำลายทิ้งไปหลายปีแล้ว กรมสรรพาวุธทหารเรือไม่ยืนยันว่าเป็นกระบอกเดียวกัน ทั้งๆ ที่ตัวปืนไม่มีร่องรอยถูกดัดแปลง
ส่วนปืนอีก 1 กระบอก มีสัญลักษณ์บ่งชี้ว่าเป็นของกองทัพสหรัฐฯ ยังเป็นปริศนาดำมืดว่าปืนมาอยู่ในมือทีมสังหาร ซึ่งเป็นอดีตนาวิกโยธินผู้เชี่ยวชาญงานรบพิเศษ และอารักขาบุคคลสำคัญได้อย่างไร
คดีนี้กำลังจะเงียบหายไปกับกาลเวลา เพราะเป้าหมายไม่มีใครเสียชีวิต และการสืบสวนคลี่คลายปริศนาดูจะไม่มีความคืบหน้าใดๆ อีกเลย

ล่าสุดในโอกาสที่ คณะกรรมาธิการ (กมธ.) การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ลงพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ยะลา และสงขลา เพื่อศึกษาดูงานในหัวข้อ “การบังคับใช้กฎหมาย การอำนวยความยุติธรรม และการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนเพื่อสนับสนุนกระบวนการสร้างสันติภาพในพื้นที่ภาคใต้” ปรากฏว่า กมธ.ได้หยิบยกคดียิง สส.กมลศักดิ์ ขึ้นมาเป็นกรณีตัวอย่างของการอำนวยความยุติธรรมในพื้นที่ปลายด้ามขวาน
กมธ.ชุดนี้มี นายรังสิมันต์ โรม สส.จากพรรคประชาชน เป็นประธาน และได้ลงพื้นที่พร้อมคณะ รวมทั้ง พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ในฐานะที่ปรึกษา กมธ.ด้วย
ในการประชุมหารือระหว่างลงพื้นที่ พ.ต.อ.ทวี ได้เรียกร้องให้เจ้าหน้าที่หน่วยต่างๆ ทำความจริงของคดียิง สส.กมลศักดิ์ ให้ปรากฏให้ได้
ข้อเรียกร้องของ พ.ต.อ.ทวี ตรงกับประเด็นคาใจในคดี ซึ่งกระบวนการยุติธรรมยังไม่มีคำตอบ
1.อาวุธปืนที่ใช้ยิง สส.กมลศักดิ์ มาจากไหนกันแน่
- พ.ต.อ.ทวี เรียกร้องให้ทางกองพิสูจน์หลักฐาน นำอาวุธปืนของกลางทั้ง 2 กระบอกไปตรวจสอบอย่างละเอียด
- พ.ต.อ.ทวี ให้ข้อมูลว่า ได้สอบถามไปยังบริษัทผู้ผลิตอาวุธปืนดังกล่าว ได้รับคำตอบว่ามีการผลิตเพียงกระบอกเดียวตามคำสั่งซื้อ และเชื่อว่าเป็นกระบอกเดียวกับที่ใช้ก่อเหตุยิง
- พ.ต.อ.ทวี ตั้งคำถามว่า อาวุธปืนกระบอกที่อยู่กับกองทัพเรือ และอ้างว่านำไปทำลายแล้วนั้น ต้องทำความจริงให้ปรากฏ ต้องขุดขึ้นมาตรวจสอบและตรวจเทียบว่าเป็นกระบอกเดียวกันหรือไม่
- พ.ต.อ.ทวี เรียกร้องให้ฝ่ายตำรวจ ในฐานะพนักงานสอบสวน ทำหนังสือไปสอบถามบริษัทผู้ผลิตปืน ว่าอาวุธปืนหมายเลขนี้จำหน่ายให้หน่วยงานใดในประเทศไทย ใช่กองทัพเรือหรือไม่ หรือกองทัพบก หรือหน่วยงานอื่น
- พ.ต.อ.ทวี บอกว่า ตนมีข้อมูลว่า เจ้าหน้าที่เก็บหัวกระสุนได้ 8 หัว ต้องนำมาตรวจเปรียบเทียบกับอาวุธปืนของกลาง
- พ.ต.อ.ทวี เรียกร้องให้พนักงานสอบสวนทำเรื่องสอบถามไปยังอธิบดีกรมศุลกากร ก็จะทราบข้อมูลการสั่งซื้ออาวุธปืนกระบอกนี้ ว่าเป็นกระบอกเดียวกับที่กรมสรรพาวุธทหารเรือสั่งซื้อหรือไม่

2. ตั้งคำถามกับพนักงานสอบสวนว่า เต็มที่แค่ไหนในการทำคดีนี้
- พ.ต.อ.ทวี ให้ข้อมูลว่า อาวุธปืนที่ใช้ยิง สส.กมลศักดิ์ ก่อนถูกนำมาก่อเหตุ เคยไปปรากฏอยู่ที่บริเวณด้านหลังมหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์
- พ.ต.อ.ทวี ตั้งคำถามว่า การพบร่องรอยการเดินทางของปืน ทำให้เกิดความสงสัยว่า มีเจ้าหน้าที่รัฐรู้เห็นด้วยหรือไม่
3. ข้อมูลการใช้โทรศัพท์ที่ยังไม่ถูกนำไปบรรจุในสำนวนคดีเท่าที่ควร
- พ.ต.อ.ทวี ให้ข้อมูลว่า ช่วงเวลาประมาณ 03.00 น. หรือตี 3 ของคืนที่เกิดเหตุยิง สส. มีบุคคลแอบโทรศัพท์เข้าไปหาผู้ก่อเหตุ ซึ่งอาจเชื่อมโยงกับการสั่งการบางอย่าง
- พ.ต.อ.ทวี เรียกร้องไปยังพนักงานสอบสวนว่า ถ้ามีหลักฐานในส่วนนี้ และถูกเก็บเอาไว้ ขออย่าได้มีการทำลาย ขอให้ส่งต่อไปยังอัยการ และนำมาใช้ดำเนินคดีอย่างตรงไปตรงมา
4. “ตัวละครลับ” ที่ถูกตัดตอน
ไม่ได้มีเพียงแค่ “ผู้บงการ” ที่ไม่ปรากฏเลยในสำนวนคดี แต่ “ตัวละครลับ” ที่เป็นพยานปากคำสำคัญ ก็ไม่มีการสอบสวน และนำเข้ามาในสำนวน
- พ.ต.อ.ทวี เรียกร้องให้ ตำรวจ สภ.บาเจาะ จ.นราธิวาส นำตัวบุคคลที่ถูกซัดทอด และยอมรับสารภาพว่าเคยลงพื้นที่ติดตามความเคลื่อนไหว สส.กมลศักดิ์ หลายครั้ง มาสอบสวน และนำข้อมูลการให้ปากคำเข้าไปในสำนวน เพราะอาจสาวถึงบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้องกับคดี
- พ.ต.อ.ทวี ตั้งคำถามทิ้งท้ายว่า ตัวละครสำคัญเช่นนี้ พนักงานสอบสวนปล่อยให้หลุดรอดไปได้อย่างไร
