
22 ส.ค.69 ครบ 1 เดือนเต็มของเหตุการณ์คนร้ายโจมตีจุดตรวจบูเก๊ะซามี ต.ตันหยงมัส อ.ระแงะ จ.นราธิวาส (เหตุเกิด 22 ก.ค.) ทำให้ทหารพรานเสียชีวิตถึง 5 นาย ประชาชนและเด็กๆ ได้รับบาดเจ็บอีก 6 คน
นับถึงวันนี้ ความคืบหน้าทางคดียังไม่มีความชัดเจนอย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะด้านการติดตามจับกุมกลุ่มผู้ก่อเหตุ มีเพียงการออกหมายจับผู้ต้องหา 2 คน ทั้งๆ ที่มีภาพปรากฏในกล้องโทรทัศน์วงจรปิดมากกว่า 10 คน
พลตำรวจตรี ประยงค์ โคตรสาขา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนราธิวาส เคยเปิดเผยกับ “ทีมข่าวอิศรา” ว่า บุคคลที่เจ้าหน้าที่ได้ใช้อำนาจตามกฎหมายพิเศษ ควบคุมตัวไว้ก่อนหน้านี้จำนวน 5 ราย เพื่อเข้าสู่กระบวนการซักถามและสอบสวนขยายผลนั้น ขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้ปล่อยตัวผู้ต้องสงสัยทั้งหมดกลับภูมิลำเนาเรียบร้อยแล้ว เนื่องจากสิ้นสุดระยะเวลาการควบคุมตัวและรวบรวมข้อมูลในเบื้องต้น
ส่วนการออกหมายจับผู้ต้องหาที่เป็นทีมปฏิบัติการและทีมสนับสนุนเพิ่มเติม “ยังไม่มี” จนถึงขณะนี้ยังคงมีผู้ต้องหาที่ถูกออกหมายจับ 2 รายเท่าเดิม ตามที่เคยเป็นข่าว คือ
1.นายอาซีซัน ซึ่งมีประวัติและหมายจับคดีความมั่นคงเดิม จากเหตุการณ์วางระเบิดในพื้นที่ อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส เมื่อปี 68 (เหตุปิดเมืองโก-ลก และวางระเบิดคาร์บอมบ์ในที่ทำการอำเภอสุไหงโก-ลก เมื่อวันที่ 8 มี.ค.68)
2.นายซาฮาบูดิน (สงวนนามสกุล)

ด้านความเคลื่อนไหวของฝ่ายความมั่นคง พันเอก เอกวริทธิ์ ชอบชูผล รองโฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ยังคงปฏิบัติงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อติดตามตัวคนร้ายที่ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายให้ได้ ขณะนี้ยังต้องรอผลการปฏิบัติ ซึ่งที่ผ่านมาก็มีเบาะแสเข้ามาอย่างต่อเนื่อง
ส่วนการทำบุญในพื้นที่ให้กับกำลังพลที่เสียชีวิต ได้มีการดำเนินการตามความเหมาะสม แต่ไม่ได้เจาะจงว่าต้องเป็นวันนี้ ซึ่งครบ 1 เดือนหลังเหตุการณ์
“ทีมข่าว” ได้พูดคุยกับภรรยาของ อาสาสมัครทหารพราน ซาการียา เจ๊ะน๊ะ หนึ่งในกำลังพลที่เสียชีวิตจากเหตุคนร้ายโจมตีจุดตรวจ เธอบอกว่า ครอบครัวจะจัดงานทำบุญใหญ่ให้กับสามี เมื่อครบ 40 วัน ตามคติความเชื่อของอิสลาม ซึ่งก็คือ 10 วันข้างหน้า
ภรรยาของทหารพรานที่เสียชีวิต บอกด้วยว่า จนถึงขณะนี้ยังไม่มีเจ้าหน้าที่หน่วยงานใดเข้ามาช่วยเหลือเยียวยาเพิ่มเติม เจ้าหน้าที่ชุดสุดท้ายที่เดินทางเข้าเยี่ยมให้กำลังใจ คือ คณะกรรมาธิการทหาร สภาผู้แทนราษฎร และเจ้าหน้าที่ทหารในพื้นที่ หลังจากนั้นจนถึงปัจจุบันยังไม่มีหน่วยงานใดเดินทางมาเยี่ยมอีกเลย ซึ่งตนเองก็พยายามใช้ชีวิตตามปกติ ตอนนี้ห่วงสถานการณ์น้ำท่วม หากฝนตกหนัก และเกิดน้ำท่วมฉับพลัน กลัวจะเก็บของหนีไม่ทัน เพราะที่ผ่านมาสามีเป็นกำลังหลักในการเฝ้าระวัง
