
หลายคนที่ติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวของฝ่ายการเมือง ก่อนประเดิมเปิดประชุม “ครม.สัญจร” ครั้งแรกที่ จ.สงขลา ของรัฐนาวา อนุทิน ชาญวีรกูล อาจจะตื่นเต้นกับการโหมกระแสของรัฐบาล
โดยเฉพาะการเทงบ เทโครงการพัฒนาลงพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้
เพราะแค่สามจังหวัดชายแดนที่มีปัญหาความไม่สงบเรื้อรังมานานกว่า 2 ทศวรรษ หรือเกือบ 23 ปี เท่าที่ “ทีมข่าวอิศรา” รวบรวมข้อมูลจากรัฐบาล พบว่าจะมีการเทงบเฉพาะหน้า 22 โครงการ สูงถึง 792 ล้านบาท ไม่นับโครงการระยะกลาง และระยะยาวที่ของบสนับสนุนอีกกว่าหมื่นล้าน
มีการส่งสัญญาณใช้ “การพัฒนานำการทหาร” เพื่อสร้างเศรษฐกิจปลายด้ามขวาน เอาชนะปัญหาความมั่นคง และแนวคิดแยกดินแดนกันเลยทีเดียว
แต่คำถามก็คือ แนวทางนี้ แม้จะดีและถูกทาง แต่รัฐบาลได้ศึกษาบทเรียนในอดีตแล้วหรือไม่ เพราะโครงการพัฒนาของรัฐ โดยเฉพาะโครงการขนาดใหญ่ ระดับน้องๆ “เมกะโปรเจค” ไม่เคยประสบความสำเร็จเลยในพื้นที่แห่งนี้
รัฐบาลทุกชุด รวมถึงชุดนี้ด้วย อธิบายว่าสาเหตุสำคัญมาจากปัญหาความไม่สงบ เพราะล่าสุดนายกฯอนุทิน บอกว่า “ความสงบไม่มา การพัฒนาก็ไม่เกิด”
แต่ “ทีมข่าวอิศรา” จะพาไปสรุปบทเรียนว่า สาเหตุที่โครงการพัฒนาเศรษฐกิจเกิดไม่ได้ เป็นเพราะอะไรกันแน่…
ก่อนอื่นต้องแยกระหว่าง “การลงทุนเพื่อสร้างการผลิต” กับ “การลงทุนเพื่อกระตุ้นการบริโภค”
เริ่มจากโครงการลงทุนเพื่อสร้างการผลิต มีโครงการสำคัญที่ยกมาเป็นตัวอย่าง เช่น
1. นิคมอุตสาหกรรมอาหารฮาลาล

- มติ ครม. ปักหมุดเดินหน้าโครงการมาตั้งแต่ปี 2547 แต่ปัจจุบันปี 2569 นิคมฯฮาลาล ยังไม่เกิดขึ้น
- พื้นที่ตั้งต้นราว 600 ไร่ ที่ อ.ปะนาเระ จ.ปัตตานี (พื้นที่คาบเกี่ยว บ้านท่าน้ำ บ้านเกิดและฐานดั้งเดิมของแกนนำขบวนการพูโล)
- ทุกรัฐบาลปลุกกระแส ขายฝัน พัฒนาชายแดนใต้ให้เป็น “ศูนย์กลางฮาลาลโลก”
- แต่ที่ผ่านมา แม้จะเทงบประมาณก่อสร้างจนเสร็จสมบูรณ์ แต่กลับหานักลงทุนไปลงทุนไม่ได้แม้แต่รายเดียว
- พร้อมๆ กับการก่อสร้างและการพัฒนาพื้นที่ ปรากฏว่านิคมอุตสาหกรรมอาหารฮาลาลโดนโจมตี ทั้งวางเพลิงเผา และลอบวางระเบิดมาแล้วไม่ต่ำกว่า 4 ครั้ง ครั้งล่าสุดคือเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมานี้เอง
- ปัจจุบันยังเป็น “นิคมร้าง” เคยใช้เป็นสถานที่กักตัวผู้ป่วย และผู้ต้องสงสัยติดเชื้อโควิด
2.โรงงานเฟอร์นิเจอร์ Made in Pattani

- ลงทุนและก่อสร้างโรงงานโดย บริษัท ซูเพิร์บ ครีเอชั่น เฟอร์นิเจอร์ (ประเทศไทย) จำกัด
- ตั้งเป็นโรงงานผลิตเฟอร์นิเจอร์ส่งออกไปยังสหรัฐอเมริกา ที่ อ.หนองจิก จ.ปัตตานี
- จ้างงานกว่า 200 อัตราในระยะแรก...เป็นคนปัตตานีทั้งหมด
- มีแผนขยายโรงงานถึง 3 ระยะ เม็ดเงินลงทุนนับหมื่นล้านบาท โดยจะจ้างงานคนในพื้นที่นับหมื่นตำแหน่ง
- แต่เปิดได้เพียงแค่ปีเดียว บริษัทก็ประกาศย้ายฐานการผลิต เนื่องจากแบกรับส่วนต่างค่าขนส่งราวๆ 15,000 บาทต่อตู้คอนเทนเนอร์ไม่ไหว ทั้งๆ ที่เคยได้รับไฟเขียวจากรัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ให้หาแนวทางชดเชยค่าส่วนต่างให้
- บริษัทซื้อที่ดินเตรียมขยายโรงงานไว้แล้วถึง 211 ไร่ แต่ฝ่าย ศอ.บต. (ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้) อ้างว่าทางบริษัทไม่ยอมซื้อที่ดินที่ ศอ.บต.เตรียมไว้ ส่งผลให้มีปัญหาเรื่องผังเมือง ขยายโรงงานไม่ได้
- จริงๆ แล้ว พื้ันที่ตั้งโรงงานอยู่ในโครงการ “เมืองต้นแบบมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน” ของรัฐบาล โดย อ.หนองจิก จ.ปัตตานี คือ “เมืองต้นแบบเกษตรอุตสาหกรรมก้าวหน้าผสมผสาน”
- สุดท้ายโรงงานต้องปิด เลิกจ้างคนพื้นที่ทั้งหมด โดยมีคำสัมภาษณ์ของกรรมการบริษัท นายสุเมธ สุขพันธ์โพธาราม ระบายความอัดอั้น และขุ่นข้องหมองใจเอาไว้...
“เราเจ็บมาก ฝากบอกคนอื่นอย่ามาลงทุนที่ภาคใต้ เพราะมาแล้วจะเจออย่างนี้ เราโดนขนาดนี้แล้วใครจะกล้ามาอีก”
@@ สามเหลี่ยม ศก.ชายแดนใต้ เมืองไม่มั่งคั่ง แถมไม่ยั่งยืน?

โครงการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ เดินตามแผนยุทธศาสตร์ “สามเหลี่ยม มั่นคง มั่นคั่ง ยั่งยืน”
ยุทธศาสตร์นี้ขับเคลื่อนมากว่า 1 ทศวรรษ แต่ยังไม่มีโครงการไหนสำเร็จเป็นรูปธรรมเลย ยกเว้นการท่องเที่ยวที่เบตง อำเภอใต้สุดแดนสยามของ จ.ยะลา แต่ปัจจุบันสนามบินเบตงก็ยังไม่มีเที่ยวบินไปลง เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวแบบยั่งยืน
แผนยุทธศาสตร์ “สามเหลี่ยม มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน” มีการพัฒนา “เมืองต้นแบบ” 3 เมืองใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งแต่ละเมืองได้เดินหน้าการพัฒนาไปแล้ว ได้แก่
- อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี => เมืองต้นแบบเกษตรอุตสาหกรรมก้าวหน้าผสมผสาน
แต่ปรากฏว่า โรงงานเฟอร์นิเจอร์ Made in Pattani ที่จ้างงานประเดิม 200 อัตรา เปิดได้แค่ปีเดียว ต้องเก็บของย้ายฐานการผลิต
- อำเภอเบตง จังหวัดยะลา => เมืองต้นแบบการพัฒนาพึ่งพาตนเองอย่างยั่งยืน เน้นการท่องเที่ยวและพลังงานสะอาด
แต่การขับเคลื่อนการท่องเที่ยว เป็นทางฝั่งเอกชนทำกันเองเป็นส่วนใหญ่ (อาจจะต้องการให้ตรงกับชื่อเมืองต้นแบบ คือ พึ่งพาตัวเอง) เพราะโครงการที่รัฐสนับสนุน ปรากฏว่ายังมีปัญหา โดยเฉพาะท่าอากาศยานเบตง ยังไม่มีไฟลท์บินไปลง แม้จะมีความพยายามมาแล้วหลายครั้งก็ตาม ขณะที่ตัวสนามบินเองก็มีข้อจำกัดทางเทคนิคหลายเรื่องอย่างไม่น่าเชื่อ
- อำเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส => เมืองต้นแบบการค้าชายแดนระหว่างประเทศ
แต่ปรากฏว่า เมืองสุไหงโก-ลก วันนี้ เกือบจะเป็นเมืองร้าง มีข่าวทางสื่อกระแสหลัก และภาพที่แชร์กันในสื่อสังคมออนไลน์ถูกแชร์ไปทั่วว่า กิจการร้านค้าต่างๆ ปิดตัวเองลงเป็นจำนวนมาก ปัญหาส่วนใหญ่เกิดจากทางการมาเลเซียปิดด่าน และท่าข้ามธรรมชาติ เพื่อป้องกันยาเสพติดข้ามแดน ซึ่งที่ผ่านมารัฐบาลและหน่วยงานรัฐในพื้นที่ยังจัดการปัญหาได้ไม่สะเด็ดน้ำ

ส่วนเมืองต้นแบบที่ 4 ที่พูดถึงกันมากในขณะนี้ คือ “อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา” ในฐานะ “เมืองต้นแบบอุตสาหกรรมก้าวหน้าแห่งอนาคต” ซึ่งจะปักหมุดก่อสร้างนิคมอุตสาหกรรมจะนะ และเทียบเรือน้ำลึกสงขลาแห่งที่ 2 นั่นเอง
โครงการนี้ต้องรอลุ้นกันว่า จะเสนอเข้าอนุมัติในที่ประชุม ครม.สัญจร วันที่ 1 ก.ย.นี้หรือไม่ ท่ามกลางความเคลื่อนไหวของม็อบทั้งหนุนทั้งต้าน ที่เตรียมแสดงจุดยืนของฝ่ายตน
ปัญหาสำคัญของการเดินหน้าขับเคลื่อนโครงการพัฒนาในพื้นที่ คือ ความจริงใจของรัฐบาล รวมทั้งหน่วยงานรัฐ และที่สำคัญคือ การสร้างการมีส่วนร่วมอย่างแท้จริงจากพี่น้องประชาชน กลุ่มทุนท้องถิ่น และกลุ่มผลประโยชน์ ในฐานะเจ้าของพื้นที่เอง
@@ ค้าปลีกบุกปลายขวาน รัฐป้องกันไม่ได้ โดนโจมตีถี่ยิบ

อีกด้านหนึ่ง คือ การลงทุนของ “กลุ่มทุนใหญ่จากนอกพื้นที่” ที่เข้าไปเปิดแฟรนไชส์ หรือเปิดสาขาในพื้นที่ชายแดนใต้ แต่เป็นโครงการลงทุนในลักษณะ “กระตุ้นการบริโภค” แม้จะสร้างงานบ้าง แต่ก็ไม่มากนัก
โครงการประเภทนี้มีเยอะมากในดินแดนปลายด้ามขวาน โดยเฉพาะกิจการของ “กลุ่มทุนค้าปลีกยักษ์ใหญ่” แต่ปัญหาก็คือ เมื่อกลุ่มทุนเข้าไปเปิดสาขา ก็เจอการโจมตีของกลุ่มก่อความไม่สงบ และกลุ่มผู้ไม่หวังดี จนได้รับความเสียหายอย่างต่อเนื่อง โดยที่รัฐบาลและฝ่ายความมั่นคงก็ดูแลความปลอดภัยให้ไม่ได้ 100%
อย่างเช่น ห้างโกลบอลเฮาส์ เชนใหญ่ขายวัสดุก่อสร้าง และอุปกรณ์ตกแต่งบ้านครบวงจร ซึ่งเพิ่งโดนวางระเบิดล่าสุด ปัจจุบันเปิดแล้ว 2 สาขาในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ คือ ปัตตานี และนราธิวาส
“บิ๊กซีใหญ่” หรือ บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ มีเปิดที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ถึง 4 แห่ง คือ ตัวเมืองปัตตานี ตัวเมืองยะลา ตัวเมืองนราธิวาส และ อำเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส
เฉพาะบิ๊กซี ปัตตานี โดนระเบิดไปแล้ว 3 ครั้ง นับตั้งแต่เปิดให้บริการเมื่อปี 2547 โดย 1 ใน 3 ครั้ง เป็น “คาร์บอมบ์”
นอกจากนั้น “เครือบิ๊กซี” ยังมีร้านสะดวกซื้อที่มาแรงมากๆ คือ “มินิบิ๊กซี” เปิดแล้วทั้งสิ้น 75 สาขาในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้
เฉพาะอำเภอเมืองปัตตานี มีร้านมินิบิ๊กซี ถึง 14 สาขา สาเหตุที่ขยายสาขาได้เร็ว เพราะมี “บิ๊กซีใหญ่” อยู่ในพื้นที่หลายแห่ง
ส่วนร้านสะดวกซื้ออันดับ 1 ของเมืองไทย อย่าง เซเว่น อีเลฟเว่น มีจำนวนสาขาที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ อัพเดท ล่าสุด ณ เดือนพฤษภาคม 2569 ทั้งหมด 183 สาขา
แต่ร้านสะดวกซื้อเหล่านี้ ยิ่งเปิดมาก ก็ตกเป็นเป้าโจมตีบ่อยครั้ง เฉพาะเซเว่นฯ โดนไปแล้วนับร้อยครั้ง
ข้ามไปดู “โลตัส” กันบ้าง ห้างสรรพสินค้าโลตัส สาขาใหญ่ แห่งแรกของสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ เปิดที่ อำเภอเมืองยะลา เมื่อกลางเดือนตุลาคม ปี 2567 และเป็นโลตัสสาขาใหญ่แห่งเดียวของสามจังหวัดชายแดนภาคใต้
ในส่วนของร้านสะดวกซื้อในแบรนด์ของห้างโลตัส ที่ใช้ชื่อ “โลตัส โกเฟรช” สาขาแรกในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้ คือ สาขาบ่อทอง ตั้งอยู่ที่ อ.หนองจิก จ.ปัตตานี เปิดให้บริการเมื่อเดือนตุลาคม 2565 ปัจุบันมีทั้งหมด 9 สาขา
อ่านประกอบ : “ห้างใหญ่ - สะดวกซื้อ” ทะลักใต้ เป้าหมายกลุ่มป่วน?
