
มวลชนกลุ่มหนุน “นิคมฯจะนะ” ยื่น 5 ข้อเสนอถึงนายกฯอนุทิน ขณะที่ “รองฯพิพัฒน์” รับลูกเตรียมชงต่อ ขณะที่กลุ่มค้านมาร่วมแสดงพลังด้วย ด้าน “นิพนธ์” แนะยึดผลการศึกษา SEA ที่ ครม.เห็นชอบแล้วเป็นธงนำ ส่วน “บรรจง นะแส” ไม่ยอมถอย ลั่นสร้างนิคมฯ ขัดผลประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์
วันอังคารที่ 1 ก.ย.69 ที่สำนักงานเทศบาลเมืองคอหงส์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ประชาชนกลุ่ม “จะนะต้นแบบ” กว่า 1,000 คน รวมตัวเข้ายื่นหนังสือถึง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ หรือ ครม.สัญจร จะเริ่มขึ้น เพื่อแสดงจุดยืนสนับสนุนการพัฒนาโครงการนิคมอุตสาหกรรมจะนะ อ.จะนะ จ.สงขลา พร้อมเสนอ 5 ข้อเรียกร้องสำคัญ
โดยมี นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เดินทางมารับหนังสือด้วยตนเอง และยืนยันว่าจะนำข้อเสนอทั้งหมดเสนอต่อนายกรัฐมนตรีเพื่อพิจารณา

ตัวแทนกลุ่มจะนะต้นแบบ ระบุว่า ชุมชนต้องการมีส่วนร่วมในการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษอำเภอจะนะ โดยเสนอ 5 ข้อ ได้แก่
- ขอให้ชุมชนถือใบอนุญาตโรงไฟฟ้าขนาด 1,100 เมกะวัตต์ เพื่อเป็นหลักประกันความมั่นคงในระยะยาว
- ขอให้นิคมอุตสาหกรรมจ้างแรงงานในพื้นที่อำเภอจะนะไม่น้อยกว่า 30%
- แต่งตั้งคณะกรรมการกำกับดูแลสิ่งแวดล้อมที่มีตัวแทนชุมชนไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่ง
- ให้ภาษีของบริษัทในพื้นที่พัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ ส่งคืนท้องถิ่น
- เปิดโอกาสให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการดำเนินกิจกรรม CSR ของบริษัทในพื้นที่
“หากรัฐบาลไม่ตอบสนองข้อเสนอ ก็พร้อมคัดค้านโครงการอย่างถึงที่สุด” ตัวแทนกลุ่มจะนะต้นแบบ ระบุ

ด้าน นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ในเบื้องต้นเห็นว่า สามารถรับได้ทั้ง 5 ข้อ โดยมีเพียงข้อเสนอเรื่องการถือใบอนุญาตโรงไฟฟ้าที่ต้องตรวจสอบข้อกฎหมายและหารือกับกระทรวงพาณิชย์เพิ่มเติม แต่ไม่ได้เป็นการปฏิเสธข้อเสนอ
ส่วนข้อเรียกร้องเรื่องการจ้างงานคนในพื้นที่ 30% เชื่อว่าสามารถทำได้มากกว่า 30% โดยจะให้ความสำคัญกับคนในอำเภอจะนะเป็นอันดับแรก ก่อนขยายโอกาสไปยังพื้นที่ใกล้เคียงและ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อสร้างงาน สร้างรายได้ และลดการย้ายถิ่นของคนรุ่นใหม่หลังสำเร็จการศึกษา
@@กลุ่มต้านนิคมฯก็มา ผสมโรงแลนด์บริดจ์
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า นอกจากกลุ่มจะนะต้นแบบที่มายื่นหนังสือกับนายพิพัฒน์แล้ว ยังอีก 3 กลุ่มคือ กลุ่มเครือข่ายจะนะรักษ์ถิ่น คัดค้านนิคมอุตสาหกรรมจะนะ, กลุ่มเครือข่ายคัดค้านแลนด์บริดจ์ จาก.ระนอง - ชุมพร และกลุ่มผู้เลี้ยงกุ้งที่ต้องการให้ปลดล็อคกุ้งไทย-มาเลเซีย เดินทางไปรวมตัวกันที่สำนักงานเทศบาลคอหงส์ด้วยเช่นกัน
@@ “นิพนธ์” แนะยึดผลการศึกษา SEA ที่ ครม.เห็นชอบแล้ว

ด้าน นายนิพนธ์ บุญญามณี อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย และอดีตนายก อบจ.สงขลา กล่าวว่า ไม่เห็นด้วยกับการจัดม็อบ ไม่ว่าสนับสนุนหรือคัดค้าน เพราะโครงการได้ผ่านการทำ SEA หรือ รายงานการประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ โดย มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (มอ.) ใช้เวลาในการศึกษาร่วม 4 ปี ใช้งบประมาณเกือบ 30 ล้านบาท ผ่านเวทีประชาคมร่วม 7,000 คน กว่า 50 เวที จนเป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย สภาพัฒน์เจ้าของงบประมาณผู้ว่าจ้างได้เสนอเข้า ครม. และ ครม.ได้ให้ความเห็นชอบแล้วเมื่อเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา
“วันนี้จึงต้องให้ทุกฝ่ายปฎิบัติตาม SEA เท่านั้น ไม่ควรกลับไปสู่จุดเดิมเมื่อ 5-6 ปีที่แล้ว” นายนิพนธ์ กล่าว
@@ “บรรจง” ลั่น “นิคมฯจะนะ” ขัดผลศึกษา SEA

ขณะที่ นายบรรจง นะแส แกนนำภาคประชาชน ซึ่งเคยคัดค้านโครงการนิคมอุตสาหกรรมจะนะ และโครงการพัฒนาที่กระทบกับสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า ความเห็นที่แตกต่างกันระหว่างภาคประชาชน นักวิชาการ และภาคธุรกิจ เป็นผลจากการตีความรายงาน SEA ที่ไม่ตรงกัน พร้อมย้ำว่าข้อสรุปและภาคผนวกของรายงานมีข้อมูลรองรับอย่างชัดเจน รวมถึงการประเมินศักยภาพพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมฉลุง ซึ่งยังสามารถรองรับการลงทุนได้อีกจำนวนมาก จึงเห็นว่าไม่มีความจำเป็นต้องผลักดันนิคมอุตสาหกรรมแห่งใหม่ที่อำเภอจะนะ
“ส่วนพื้นที่ที่มีการกว้านซื้อไว้ก่อนหน้านี้ว่า สามารถนำไปพัฒนาเป็นกิจกรรมทางเศรษฐกิจรูปแบบอื่นได้ ไม่ว่าจะเป็นการเกษตร การท่องเที่ยว หรือรีสอร์ต เนื่องจากพื้นที่มีทรัพยากรธรรมชาติและชายหาดที่มีศักยภาพ แต่ไม่ควรผลักดันให้เป็นนิคมอุตสาหกรรม เพราะจะขัดต่อข้อเสนอของผลการศึกษา SEA”
@@ ครม.อนุมัติ รถไฟทางคู่ระยะที่ 2 ครอบคลุมปักษ์ใต้ 3 ช่วง

สำหรับผลการประชุม ครม.สัญจร ครั้งแรกของรัฐบาลนายอนุทิน ที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ที่ประชุมได้อนุมัติโครงการรถไฟทางคู่ ระยะที่ 2 วงเงิน 106,700 ล้านบาท ครอบคลุมสายใต้ 3 ช่วง ได้แก่ ชุมพร–สุราษฎร์ธานี, สุราษฎร์ธานี–ชุมทางหาดใหญ่–สงขลา และชุมทางหาดใหญ่–ปาดังเบซาร์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการค้าชายแดนไทย-มาเลเซีย
ทั้งยังมอบหมายให้สภาพัฒน์ฯ เร่งศึกษาขยายเส้นทาง Missing Link หาดใหญ่-สุไหงโก-ลก ด้วย
@@ ยกเว้นค่าธรรมเนียมโรงงานชายแดนใต้ต่ออีก 5 ปี

นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ครม.เห็นชอบหลักการร่างกฎกระทรวงยกเว้นค่าธรรมเนียมให้แก่ผู้ประกอบกิจการโรงงานในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส ปัตตานี ยะลา และจังหวัดสงขลา (เฉพาะ อ.จะนะ อ.เทพา อ.นาทวี และ อ.สะบ้าย้อย) เป็นระยะเวลา 5 ปี ตั้งแต่วันที่ 20 มิ.ย.69 เป็นต้นไป เพื่อช่วยลดต้นทุนการประกอบกิจการ รักษาฐานการผลิตและการจ้างงาน รวมถึงสร้างความเชื่อมั่นให้ภาคเอกชนดำเนินธุรกิจในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง
“การยกเว้นครั้งนี้เป็นการดำเนินมาตรการต่อเนื่องจากกฎกระทรวงฉบับเดิมที่สิ้นผลใช้บังคับเมื่อวันที่ 19 มิ.ย.69 จึงกำหนดให้ร่างกฎกระทรวงฉบับใหม่มีผลตั้งแต่วันที่ 20 มิ.ย.69 โดยมุ่งสนับสนุนให้ผู้ประกอบการสามารถรักษากิจการไว้ในพื้นที่ ลดแรงจูงใจในการย้ายฐานการผลิต และส่งเสริมให้เกิดการลงทุนและการขยายกิจการเพิ่มเติม”
