
คลิปรื่นเริง สังสรรค์ก่อนประชุม ครม.สัญจร โชว์ลูกคอร้องเพลงประสานเสียงกันสนุกสนานของ “ผู้นำประเทศ” กับ “ผู้บริหารงานความมั่นความในภารกิจดับไฟใต้” กระทบจิตใจคนพื้นที่ปลายด้ามขวาน
เพราะผู้คนที่นั่นเพิ่งผ่านเหตุการณ์ความไม่สงบครั้งใหญ่กว่า 100 จุดเพียงสัปดาห์เศษ และยังเผชิญกับการสร้างสถานการณ์รุนแรงรายวัน ระเบิดบ้าง เผาบ้าง แทบไม่มีเว้น
คลิปวีดีโอที่ว่านี้ คือคลิปที่ถ่ายจากงานเลี้ยงสังสรรค์ช่วงรับประทานอาหารเย็น ของบรรดารัฐมนตรี และข้าราชการระดับสูง ที่ลงพื้นที่มาปฏิบัติภารกิจล่วงหน้าก่อนการประชุม ครม.สัญจร ที่ จ.สงขลา ในวันที่ 1 ก.ย.69
งานเลี้ยงจัดขึ้นที่ โรงแรมลากูน่า แกรนด์ แอนด์ สปา สงขลา ช่วงค่ำวันจันทร์ที่ 31 ส.ค. หลังจากรัฐมนตรีและข้าราชการลงพื้นที่อย่างเหน็ดเหนื่อยมาตลอดทั้งวัน
ช่วงหนึ่งของงานเลี้ยงมีการเล่นดนตรี และผลัดกันร้องเพลง โดยมีบุคคลสำคัญทั้งฝ่ายบริหารและฝ่ายความมั่นคงมารวมตัวกันอย่างพร้อมหน้า นำโดย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
โดยเหตุการณ์ในคลิปที่ถูกแชร์และถูกพูดถึงมากที่สุดตอนหนึ่งของคนในพื้นที่ชายแดนใต้ ก็คือ ช่วงที่นายกฯนำร้องเพลง “ศรัทธา” ของ วงหินเหล็กไฟ โดยมี พลเอก ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ หรือ “เสธ.ปูด้วง” เสนาธิการทหารบก ซึ่ง ครม.เพิ่งเห็นชอบให้ข้ามห้วยไปดำรงตำแหน่งเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) หมาดๆ, พลโท นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4, นายชนธัญ แสงพุ่ม รักษาราชการแทนเลขาธิการ ศอ.บต., นางพาตีเมาะ สะดียามู ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี และ นายบุญช่วย หอมยามเย็น ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส
ไฮไลต์ของคลิปคือช่วงที่บุคคลสำคัญทั้งหมดร่วมกันขับร้องบทเพลงร็อคระดับตำนานอย่างพร้อมเพรียง โดยเฉพาะในท่อนฮุคยอดฮิตที่มีเนื้อร้องว่า “ใจสู้หรือเปล่า ไหวไหมบอกมา โอกาสของผู้กล้า ศรัทธา...ไม่มีท้อ”
บรรยากาศเป็นไปอย่างสนุกสนาน ครึกครื้น และเป็นกันเองอย่างยิ่ง โดยบุคคลสำคัญทางการเมืองและข้าราชการฝ่ายความมั่นคง ซึ่งรับผิดชอบภารกิจดับไฟใต้โดยตรง ยืนรวมกลุ่มกันด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม มีเสียงหัวเราะ และการปรบมือเข้ากับจังหวะเพลงตลอดเวลา หลายคนร่วมร้องเพลงแบบตะเบ็งเต็มเสียง และออกท่าทางประกอบอย่างอารมณ์ดี มีการชูมือและชี้หยอกล้อกันอย่างสนุก เป็นบรรยากาศที่ผ่อนคลายจากภารกิจการงานซึ่งนายกฯออกตัวว่า “เครียดมาทั้งวัน และในสมองก็เตรียมคิดงานของวันรุ่งขึ้น” ซึ่งก็คือวันประชุม ครม.สัญจร นั่นเอง
ในช่วงท้ายของบทเพลง ท่ามกลางเสียงปรบมือชื่นชมจากผู้เข้าร่วมงาน นายกฯอนุทินและบุคคลในกลุ่มได้หันมายิ้ม โค้งศีรษะ และยกมือไหว้ขอบคุณซึ่งกันและกัน พร้อมทั้งเดินทักทายผู้ที่มาร่วมงานรอบข้างด้วยท่าทีที่เป็นมิตรและอบอุ่น สะท้อนความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างผู้นำฝ่ายบริหาร กับผู้บริหารหน่วยงานความมั่นคง
โดยเฉพาะ นายกฯอนุทิน กับ พลเอกชัยพฤกษ์ และ พลโทนรธิป ซึ่งเป็นเพื่อนนักเรียนเตรียมทหารรุ่น 26 รุ่นเดียวกัน
@@ วิจารณ์สนั่น “แม่ทัพ” ลุ้นอยู่ต่อ?
ภาพจากคลิปที่เผยแพร่ออกไป ทำให้เกิดกระแสวิจารณ์ถึงความสนุกสนานในเวลาที่สถานการณ์ชายแดนใต้ยังไม่นิ่งสงบ รวมถึงมีหลายเสียงตั้งคำถามว่า บรรยากาศชื่นมื่นขนาดนี้ แปลว่า พลโทนรธิป อาจได้ต่อตั๋วเป็นแม่ทัพภาคที่ 4 ต่ออีก ในการแต่งตั้งโยกย้ายนายทหารชั้นนายพล วาระประจำปีด้วยหรือไม่
เช่นเดียวกับ พลตำรวจโท ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 ที่ได้ต่อตั๋วแล้วแน่นอน แม้จะมีเหตุรุนแรงเกิดขึ้นอย่างหนักในระยะหลังก็ตาม
@@ “รักชาติ - สุรชาติ” มั่นใจเตรียมเก็บของ

นายรักชาติ สุวรรณ อดีตประธานเครือข่ายชาวพุทธเพื่อสันติภาพชายแดนใต้ กล่าวว่า เรื่องการเมือง อะไรก็เกิดขึ้นได้ เพราะนายกฯอนุทินก็เกรงใจกลาโหม เกรงใจกองทัพ แต่โดยส่วนเห็นควรให้ย้ายแม่ทัพ เพราะไม่เห็นผลงานอะไร ควบคุมสถานการณ์ไม่ได้ รวมถึงผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาสด้วย เพราะไม่เข้าใจบริบทพื้นที่เลย ใช้ความแข็งกร้าวอย่างเดียว
สอดคล้องกับ ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร.สุรชาติ บำรุงสุข นักวิชาการด้านความมั่นคงชื่อดัง ที่ประเมินว่า งานเลี้ยงไม่เกี่ยวกับโผทหาร เพราะกลไกตามกฎหมาย นายกฯไม่สามารถเข้าไปแทรกแซงได้ และตามข่าวที่ตนได้รับมา ผู้บัญชาการทหารบก หรือ ผบ.ทบ.ได้ส่งรายชื่อแต่งตั้งโยกย้ายในส่วนของกองทัพบกเรียบร้อยแล้ว ก่อนเดินทางไปต่างประเทศ
“ผมยังเชื่อว่าน่าจะย้ายแม่ทัพภาคที่ 4” อาจารย์สุรชาติ ระบุ
@@ นักวิชาการอิสระติง ชื่นมื่นสวนทางชาวบ้านทุกข์
นักวิชาการอิสระในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ผู้ศึกษาข้อมูลความเคลื่อนไหวของกลุ่ม BRN ให้ความเห็นถึงคลิปงานเลี้ยงที่เผยแพร่ออกมาว่า ไม่คาดคิดว่าจะได้เห็นภาพลักษณะนี้ในช่วงเวลาที่ชาวบ้านกำลังเดือดร้อน
“ดูหน้าแล้วใครมาก็เหมือนกัน ไม่ได้รู้จักขบวนการ BRN อย่างแท้จริง งานความมั่นคงภาคใต้ทุกวันนี้จึงเปรียบเสมือนการให้คนตาบอดคลำช้างมาแก้ปัญหา หรือให้ลิงมาแก้แห เรื่องใหญ่ขนาดนี้แต่กลับทำเป็นเล่นละครลิง ระวังจะโดนทาง BRN ตอบโต้ให้เสียรังวัดซ้ำอีก” นักวิชาการอิสระ ระบุ
@@ ข้าราชการมองบวก “น้ำหนึ่งใจเดียว”
อย่างไรก็ดี ในมุมมองของแหล่งข่าวอีกรายหนึ่ง ซึ่งเป็นข้าราชการ มีทัศนะในมุมบวกว่า ภาพที่ปรากฏแสดงให้เห็นถึง “ความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน” ระหว่างฝ่ายการเมือง กับฝ่ายความมั่นคง และฝ่ายปกครองในพื้นที่
“การที่ผู้นำระดับสูงมีสายสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดและพูดคุยกันได้ง่าย แน่นอนว่ามันสะดวกต่อการของบประมาณและการกำหนดนโยบาย รวมถึงการสร้างเอกภาพในการทำงาน”
@@ แนะเร่งสร้างพื้นที่ปลอดภัยดีกว่าไหม?
พลโท ภราดร พัฒนถาบุตร อดีตเลขาธิการ สมช. มองว่า แม้ภาพความกลมเกลียวและการร้องเพลงร่วมกันจะสะท้อนความสัมพันธ์อันดี และเป็นนิมิตหมายที่ดีในการทำงานร่วมกัน แต่ “สาระสำคัญในมติที่ประชุม ครม.” เป็นสิ่งที่สังคมอยากให้ความสำคัญมากกว่า โดยเฉพาะการขับเคลื่อนนโยบายความมั่นคงควบคู่ไปกับมิติทางเศรษฐกิจ
“การลงพื้นที่ประชุม ครม. นอกสถานที่ ควรใช้เป็นโอกาสสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นและประกาศความปลอดภัยให้กับประชาชน เนื่องจากสถานการณ์ในพื้นที่เพิ่งเกิดเหตุการณ์รุนแรงต่อเนื่อง เพราะถ้าพื้นที่มันไม่ปลอดภัย ประชาชนไม่มีหลักประกันความเชื่อมั่น การลงทุนจะเกิดได้หรือ นักท่องเที่ยวจะมาหรือ และถ้าประชาชนไม่เชื่อมั่นจนเริ่มถอยออกจากพื้นที่ อาการมันจะไม่ยิ่งหนักกว่าเดิมหรือ?” พลโท ภราดร ตั้งคำถาม
เมื่อถามถึงกระแสเรียกร้องให้เปลี่ยนตัวแม่ทัพภาคที่ 4 พลโท ภราดร กล่าวว่า แม้แม่ทัพจะเป็นคนมีความสามารถ แต่อาจไม่เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน เนื่องจากภาคประชาสังคมและภาคประชาชนในพื้นที่แสดงออกถึงการไม่ยอมรับอย่างชัดเจนแล้ว ประกอบกับความเห็นของคณะกรรมาธิการชุดต่างๆ ของ สส. และ สว. ที่สะท้อนไปในทิศทางเดียวกัน รัฐบาลจึงควรรับฟังเสียงสะท้อนเหล่านี้ด้วย
