
พูดถึง “เบอร์ 1” ของหน่วยงานด้านการพัฒนาในพื้นที่ปลายด้ามขวานอย่างศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) นาทีนี้ คงเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก นายชนธัญ แสงพุ่ม หรือ “ดร.เจ๋ง” รักษาการเลขาธิการ ศอ.บต.
ดร.เจ๋ง เข้ามารับหน้าที่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ รับผิดชอบงานใหญ่เฉพาะหน้า คือเป็นฟันเฟืองหลักในการกอบกู้สถานการณ์และเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบที่ปะทุรุนแรงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เมื่อวันที่ 22-23 ส.ค.69 ที่ผ่านมา
วิสัยทัศน์และแผนการรับมือวิกฤตของ ศอ.บต. ภายใต้การนำของ “ดร.เจ๋ง” ไม่ได้มองแค่การจ่ายเงินชดเชยแล้วจบไป แต่มองลึกถึงการฟื้นฟูจิตใจ การอุ้มชูหน่วยงานท้องถิ่น และการพลิกฟื้นเศรษฐกิจฐานรากท่ามกลางฝุ่นควันจากระเบิดและเพลิงที่เผาทำลาย

นายชนธัญ เปิดเผยถึงก้าวแรกของการทำงานหลังผ่านสถานการณ์ฝุ่นตลบของความไม่สงบในวงกว้าง ว่า ศอ.บต.เข้าไปในฐานะ “ผู้สนับสนุน” การทำงานของศูนย์เยียวยาจังหวัด โดยใช้โมเดล Case Management หรือการจัดการรายกรณีอย่างละเอียด ประชาชนที่ได้รับผลกระทบต้องรับทราบสิทธิของตนเองอย่างครบถ้วนว่าจะได้รับการช่วยเหลือจากกรมการปกครอง กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) หรือกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) จำนวนเท่าใด
“ถ้ามีหน่วยงานใดตกหล่น เราจะมีศูนย์การสื่อสารสร้างความเข้าใจ และศูนย์ติดตามการให้ความช่วยเหลือคอยประสานงานให้ ทุกเคสเมื่อได้รับการช่วยเหลือตั้งแต่ต้น ต้องได้รับจบจนกระทั่งสำเร็จในทุกมาตรการ” นายชนธัญ ระบุ
อย่างไรก็ตาม แม่ทัพ ศอ.บต. เน้นย้ำว่า การช่วยเหลือเรื่อง “ตัวเงิน” เป็นเพียงส่วนหนึ่ง เพราะสิ่งที่สำคัญที่สุดคือการดูแลเยียวยาจิตใจ เงินอาจไม่พอสำหรับการเดินต่อในชีวิต แต่หากผู้ได้รับผลกระทบมีสภาพจิตใจที่เข้มแข็ง และมีสังคมที่พร้อมประคับประคอง ก็จะกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติในที่สุด
@@ จัดงบฉุกเฉินช่วย อปท.ถูกเผา ลดผลกระทบบริการประชาชน

สำหรับความเสียหายที่เกิดขึ้นกับอาคารสถานที่ราชการ โดยเฉพาะองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) อย่างเช่นกรณี องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ช้างเผือก ที่ถูกลอบวางเพลิงจนเสียหายเกือบทั้งหมด นายชนธัญ ระบุว่า ได้รับข้อสั่งการจาก นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้เร่งจัดสรรงบฉุกเฉินช่วยเหลือทันที ไม่ว่าจะเป็นค่าเช่าสำนักงานชั่วคราว หรือค่าน้ำมันรถบริการสาธารณะ เพื่อให้ อปท.สามารถให้บริการประชาชนได้อย่างต่อเนื่อง เสมือนไม่มีเหตุการณ์เกิดขึ้น
ส่วนรถสาธารณะที่ถูกเผาทำลาย ทั้งรถดับเพลิง รถขยะ หรือรถน้ำ จะใช้เงินเหลือจ่ายจากกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ) เข้ามาจัดซื้อทดแทน
@@ ขีดเส้นไม่เกิน 1 เดือน จ่ายชดเชยภาคเอกชน

ในส่วนของภาคเอกชน ทั้งร้านสะดวกซื้อและโรงไม้ที่ถูกเผาทำลาย เช่น โรงไม้ใน จ.ปัตตานี ซึ่ง นางพาตีเมาะ สะดียามู ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบแล้ว จะเข้าสู่กระบวนการของคณะกรรมการเยียวยาระดับจังหวัด โดยมีมาตรฐานระยะเวลาพิจารณาจ่ายเงินชดเชย ต้องไม่เกิน 1 เดือน
“ศอ.บต.จะเข้าไปกำกับการบริหารงานของคณะกรรมการให้รวดเร็วขึ้น หากจังหวัดใดใช้งบฉุกเฉิน 50 ล้านบาทจนหมด ศอ.บต. จะเป็นตัวกลางเร่งขออนุมัติงบประมาณเพิ่มเติมจากรัฐบาลเพื่อเติมเงินให้กับทางจังหวัดทันที” รักษาการเลขาธิการ ศอ.บต.ย้ำ
นายชนธัญ ยอมรับว่า ผู้ก่อเหตุหวังทำลายความเชื่อมั่น แต่เชื่อว่าผู้ประกอบการยังมีกำลังใจที่ดีเยี่ยม อย่างกรณีร้านสะดวกซื้อ 7-11 ผู้ประกอบการเลือกที่จะไม่เลิกจ้างพนักงานแม้แต่คนเดียว และเร่งซ่อมแซมร้านเพื่อให้ชุมชนกลับมาเดินหน้าต่อได้
@@ ลุยเวที “ศอ.บต.สัญจร” ลงพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดน

นอกจากนั้น เพื่อดึงความเชื่อมั่นกลับคืนมา ศอ.บต. เตรียมจัดเวที “ศอ.บต.สัญจร” ลงพื้นที่ทั้ง 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ในเดือนหน้า โดยจะระดมสรรพกำลัง “บัณฑิตอาสา” ให้มารับบทบาท “นักสร้างสันติภาพ” ลงพื้นที่รับฟังความคับข้องใจ ความเดือดร้อน และความต้องการที่แท้จริงของประชาชน เพื่อนำมาจัดทำแผนชุมชนและแก้ไขปัญหาให้ตรงจุด
@@ เจรจา “เครือข่ายส่งด่วน” ลดราคา-เพิ่มขีดแข่งขัน

ทิศทางต่อไป ศอ.บต. ยังมองทะลุไปถึงโอกาสในการอยู่รอดของผู้ประกอบการรายย่อย หรือ SME ในพื้นที่ ซึ่งปัจจุบันหันมาจับตลาดออนไลน์ (E-Commerce) จนเติบโตอย่างก้าวกระโดด ทั้งการส่งออกอาหารฮาลาลไปยังซาอุดีอาระเบีย ตุรกี หรือการนำเข้าเสื้อผ้ามือสอง
แต่อุปสรรคสำคัญที่ผู้ประกอบการชายแดนใต้ต้องแบกรับคือ “ต้นทุนแฝง” จากค่าขนส่งที่ถูกบวกเพิ่มเป็นค่าเสี่ยงภัยและค่าพื้นที่ห่างไกล
“ศอ.บต. กำลังพยายามเจรจากับไปรษณีย์ไทยและบริษัทขนส่งเอกชนต่างๆ เพื่อขอให้ปรับลดราคาค่าขนส่งให้เท่าเทียมกับพื้นที่อื่นในประเทศ ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนให้ผู้ประกอบการในพื้นที่ได้อย่างมหาศาล และนี่คือหัวใจใหม่ของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจชายแดนใต้” นายชนธัญ กล่าวทิ้งท้าย
