
ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่า “โต๊ะพูดคุยสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้” ที่ดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2556 ในรัฐบาล นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จะอยู่ในภาวะชะงักงันอย่างยาวนานในปี 2569
ความหมายคือ แทนที่คุยกันมานาน จะยิ่งเข้าใกล้ความสำเร็จ แต่กลับดูเหมือนยิ่งคุยกันนาน ยิ่งไร้แสงสว่างที่ปลายอุโมงค์
ที่ผ่านมา แม้ประเทศไทยจะเปลี่ยนรัฐบาลบ่อยครั้ง นับคร่าวๆ ตั้งแต่ปี 2556 ถึงปัจจุบัน รวม 13 ปี มีมาแล้ว 7 รัฐบาล แต่ทุกครั้งเมื่อเปลี่ยนรัฐบาล ก็จะสานต่อ “โต๊ะพูดคุยดับไฟใต้” ทันที แม้จะมีการเปลี่ยนตัวหัวหน้าคณะพูดคุยฯ บ่อยตามหัวหน้ารัฐบาลด้วยก็ตาม
มีเพียงช่วงหลังการรัฐประหารปี 2557 ที่เว้นระยะค่อนข้างนาน เพราะนโยบายไม่มีความชัดเจน จากการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองแบบฉับพลัน สุดโต่ง ในสายตาชาวโลก
กับอีกช่วงหนึ่งคือ รัฐบาลนางสาว แพทองธาร ชินวัตร ภายใต้การนำของพรรคเพื่อไทย เมื่อปี 2567-2568 ที่ไม่มีการเปิดโต๊ะพูดคุยฯ อย่างเป็นทางการเลย เพราะตกลงกันไม่ได้เรื่องตัวบุคคล
แต่สำหรับรัฐบาลอนุทิน 2 ในปัจจุบันนี้ ต้องบอกว่าเป็นเรื่องแปลก เพราะในรัฐบาลอนุทิน 1 ซึ่งมีสถานะเป็น “รัฐบาลเฉพาะกาล” มีเงื่อนไขทางการเมืองให้อยู่ในตำแหน่งได้ไม่เกิน 4 เดือนต้องยุบสภา (MOA กับพรรคประชาชน) และบริหารประเทศได้จริงๆ แค่ 2 เดือนเศษ นายกฯอนุทิน ชาญวีรกูล ยังแต่งตั้งหัวหน้าคณะพูดคุยฯ เป็น พลเอก สมศักดิ์ รุ่งสิตา อดีตเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ
เรียกว่ายังไม่ทันเริ่มคุยจริงๆ ก็เปลี่ยนรัฐบาล เปลี่ยนหัวหน้าคณะพูดคุยฯ กันอีกแล้ว
ยิ่งไปกว่านั้น ในรัฐบาลอนุทิน 2 หลังเลือกตั้ง 8 ก.พ.2569 มีการตั้ง “หัวหน้าการพูดคุย” คือ นายฐนัตถ์ สุวรรณานนท์ อดีตผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ แต่กลับไม่มีการเปิดโต๊ะพุดคุยอย่างเป็นทางการเสียที
นับถึงวันนี้ อายุรัฐบาลเกือบ 7 เดือน แต่ไม่มีความชัดเจนเรื่องโต๊ะพูดคุย ท่ามกลางสถานการณ์ชายแดนใต้ที่ล่อแหลมอย่างยิ่ง มีเหตุรุนแรงขนาดใหญ่เกิดขึ้นเป็นห้วงๆ
วันนี้ต้องยอมรับว่าโต๊ะพูดคุยสันติสุขฯ ยังสะดุดรอบด้าน จากหลายๆ ปัจจัย...
- ท่าทีของรัฐบาลไทย จะคุยแทร็คเดียว ผ่านผู้อำนวยความสะดวกมาเลเซีย หรือจะเปิดแทร็คใหม่อย่างเป็นทางการ โดยใช้บริการอินโดนีเซีย
- จะคุยกับกี่กลุ่มกันแน่ BRN กลุ่มเดียว หรือให้รวมหมู่กันมา
- ถ้าจะแยกกลุ่มคุย จะแยกกี่แทร็ค
- มาเลเซียยังไม่ตั้งผู้อำนวยความสะดวกคนใหม่
- รัฐบาลไทยยังไม่ตั้งคณะพูดคุยอย่างเป็นทางการ มีเพียง “หัวหน้าการพูดคุย” ที่ตั้งมาระยะหนึ่งแล้ว
- การเปลี่ยนตัวข้าราชการระดับสูงของฝ่ายไทย โดยเฉพาะแม่ทัพภาคที่ 4 และเลขาธิการ ศอ.บต. ในปีนี้พอดี
@@ ฝ่ายไทยเองที่ช้า?
นางสาวอัญชนา หีมมีหน๊ะ นายกสมาคมกลุ่มด้วยใจ ให้ความเห็นต่อทิศทางการพูดคุยสันติสุขฯ ว่า แม้จะมีการติดต่อประสานงานหรือพูดคุยกันอย่างไม่เป็นทางการเกิดขึ้นบ้าง แต่ในแง่ของความคืบหน้าที่เป็นรูปธรรมยังไม่เกิดขึ้น เนื่องจากยังต้องรอการประกาศแต่งตั้งผู้อำนวยความสะดวกคนใหม่จากรัฐบาลมาเลเซียอย่างเป็นทางการ
“ความล่าช้าส่วนหนึ่งมาจากฝั่งรัฐบาลไทยเองที่อยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านข้าราชการระดับสูง ทั้งการปรับเปลี่ยนเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) แม่ทัพภาคที่ 4 และเลขาธิการ ศอ.บต. ประกอบกับผู้แทนชุดเดิมอย่าง นายฐนัตถ์ สุวรรณานนท์ ก็เพิ่งเกษียณอายุราชการ ทำให้ต่างฝ่ายต่างต้องรอดูทิศทางและนโยบายที่ชัดเจน“
”นอกจากนี้ ในส่วนของขบวนการ BRN เองก็เพิ่งผ่านปฏิบัติการขนาดใหญ่มา จึงมีความเป็นไปได้สูงที่จะทิ้งช่วงจังหวะปฏิบัติการและท่าทีทางการเมืองไประยะหนึ่ง” นางสาวอัญชนา ระบุ
สอดคล้องกับ นายรักชาติ สุวรรณ อดีตประธานเครือข่ายชาวพุทธเพื่อสันติภาพ ที่ประเมินว่า หัวใจสำคัญในขณะนี้คือต้องรอดูความชัดเจนเชิงนโยบายของแม่ทัพภาคที่ 4 คนใหม่ รวมถึงการจับตาท่าทีและแนวทางการขับเคลื่อนของเลขาธิการ ศอ.บต.คนใหม่ควบคู่ไปด้วย
@@ PULO ไม่เข้าใจ ทำไมยังไร้ผู้อำนวยความสะดวก
ขณะที่ความเคลื่อนไหวจากฝั่งขบวนการ นายกัสตูรี มะห์โกตา ประธาน PULO เปิดเผยสั้นๆ ถึงความคืบหน้าของโต๊ะพูดคุยฯ ว่า ขณะนี้ทุกฝ่ายยังคงรอความชัดเจนเกี่ยวกับการแต่งตั้งผู้อำนวยความสะดวกจากรัฐบาลมาเลเซีย ส่วนสาเหตุของความล่าช้านั้น ตนยังไม่มีข้อมูลแน่ชัดว่าติดขัดในขั้นตอนใด
@@ ใครนั่ง “คณะทำงานประสานระดับพื้นที่”
ด้านเจ้าหน้าที่หน่วยงานด้านการพัฒนาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ระบุถึงทิศทางการทำงานด้านความมั่นคงและการพัฒนาว่า ทิศทางการปฏิบัติงานที่ชัดเจนน่าจะปรากฏเด่นชัดขึ้นภายหลังจากแม่ทัพภาคที่ 4 แถลงนโยบายและแผนการทำงานอย่างเป็นทางการ
ส่วนประเด็นเรื่องความคืบหน้าการพูดคุยทางเทคนิค หรือคณะทำงานย่อยนั้น รายละเอียดและบริบทการเจรจาเชิงลึกที่ผ่านมา ผู้ที่กำกับดูแลและให้คำตอบได้ชัดเจนที่สุดคือ นายฐนัตถ์ สุวรรณานนท์ อดีตหัวหน้าคณะประสานงานระดับพื้นที่ เท่าที่ทราบเหมือนยังไม่มีการมอบหมายระดับพื้นที่ด้วย
@@ BRN ยังสงวนท่าที ข้องใจไทยคุยตามงบ
อีกด้านหนึ่ง สมาชิกในครอบครัวของผู้ปฏิบัติการระดับพื้นที่ของฝ่าย BRN ได้สะท้อนมุมมองต่อกระบวนการพูดคุยเจรจาว่า ที่ผ่านมาโครงสร้างการพูดคุยถูกตั้งคำถามเรื่องความเป็นตัวแทนที่แท้จริง โดยมองว่าเวทีพูดคุยก่อนหน้านี้ส่วนใหญ่เป็นบทบาทของกลุ่มมารา ปาตานี (MARA Patani) ซึ่งไม่ใช่กลุ่ม BRN ที่คุมกำลังและมีบทบาทหลักในการปฏิบัติการในพื้นที่
“กลุ่มที่ออกมาขับเคลื่อนบนโต๊ะพูดคุยส่วนหนึ่งถูกมองว่าทำเพื่อผลประโยชน์ ไม่ใช่กลุ่มที่ควบคุมการก่อเหตุจริง เพราะ BRN กับมารา ปาตานี ไม่ได้มีแนวทางเดียวกัน และที่ผ่านมาตัวแทน BRN ที่เข้าไปนั่งในห้องประชุมเป็นเพียงการเข้าไปสังเกตการณ์ รับฟัง โดยไม่แสดงความเห็น เพราะฝ่ายนำประเมินว่ายังไม่ถึงเวลาอันควร เวทีที่ผ่านมาจึงถูกตั้งข้อสังเกตจากคนในพื้นที่ว่าเป็นเพียงการทำงานตามวงรอบงบประมาณของบางฝ่ายเท่านั้น” แหล่งข่าวระบุ
