
ศาลพิพากษาจำคุก 11 ปี มือบึ้มปั๊มน้ำมันกลางเมืองยะลา เผยหลักฐานนิติวิทยาศาสตร์ชี้ชัด แถมพบข้อมูลประกอบวงจรระเบิดในมือถือ ส่วนคู่แฝดที่ถูกจับไล่เลี่ยกัน ศาลยกฟ้อง
ศาลจังหวัดยะลาอ่านคำพิพากษาคดีหมายเลขดำที่ อ.391/2569 ซึ่งมี มีนายอับดุลเล๊าะ (สงวนนามสกุล) เป็นจำเลยที่ 1 ถูกควบคุมตัวเมื่อวันที่ 16 ม.ค.69 และนายกอเซ็ง (สงวนนามสกุล) เป็นจำเลยที่ 2 ถูกควบคุมตัวเมื่อวันที่ 18 ม.ค.69
โดยจำเลยทั้ง 2 ซึ่งเป็นฝาแฝดกัน ถูกฟ้องในความผิดฐานอั้งยี่ สะสมกำลังพลและอาวุธเพื่อก่อการร้าย และความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืนฯ จากเหตุการณ์ลอบวางระเบิดสถานีบริการน้ำมัน บนถนนสาย 418 ท้องที่หมู่ 4 ต.ท่าสาป อ.เมืองยะลา จ.ยะลา เมื่อวันที่ 11 ม.ค.69
ในค่ำคืนดังกล่าว เป็นคืนต่อเนื่องจากวันเด็กชาติ มีการลอบวางระเบิดและเกิดเพลิงไหม้ปั๊มน้ำมัน ปตท. 11 แห่งรวด ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยมี 5 แห่งเกิดใน จ.นราธิวาส ส่วนที่เหลือเป็นปั๊มน้ำมันใน จ.ปัตตานี และยะลา หนึ่งในนั้นคือปั๊มที่ นายอับดุลเล๊าะ กับพวก ถูกฟ้องคดีว่า เป็นผู้ก่อเหตุ
ศาลพิจารณาพยานหลักฐานทั้งหมดแล้ว พิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยที่ 1 เป็นเวลา 11 ปี และยกฟ้องจำเลยที่ 2 โดยเห็นว่า พบหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ของจำเลยที่ 1 บนวัตถุระเบิด ยืนยันได้ว่าเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ อีกทั้งยังพบข้อมูลในโทรศัพท์มือถือเกี่ยวกับการประกอบวงจรระเบิด และจำเลยที่ 1 ให้การรับว่ามีความชำนาญในการต่อสายไฟ
ส่วนจำเลยที่ 2 แม้พบหลักฐานนิติวิทยาศาสตร์บนวัตถุพยานเช่นเดียวกัน แต่จากการสืบพยานปรากฏว่า เป็นฝาแฝดไข่ใบเดียวกันกับจำเลยที่ 1 และโจทก์ไม่สามารถนำพยานหลักฐานอื่นมาสนับสนุนได้ว่าเกี่ยวข้องกับเหตุระเบิดปั๊มน้ำมันอย่างไร ศาลจึงยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้จำเลยที่ 2
ทั้งนี้ศาลมีคำสั่งให้ขังจำเลยที่ 1 ระหว่างอุทธรณ์ และปล่อยตัวจำเลยที่ 2 เป็นอิสระ
อ่านประกอบ : บึ้ม-เผาปั๊ม ปตท. 11 แห่ง กระจาย 3 จังหวัดชายแดนใต้
