ฮือฮาพอสมควรกับคำแถลงของ พล.ต.ท.นันทเดช ย้อยนวล ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 (ผบช.ภ.9) ที่ข้อสรุปเกี่ยวกับ “หมายจับเสี่ยโจ้หาย” ออกมาในแบบที่หลายฝ่ายฟังแล้วได้แต่ทำตาปริบๆ
ผบ.ตร.ให้ข่าวแล้ว ยอมรับมีเจ้าหน้าที่เข้าข่ายถูกสอบข้อเท็จจริงทางวินัย กรณีหมายจับ“เสี่ยโจ้” หายจากสารบบ รอจเรตำรวจแห่งชาติพิจารณาว่ามีใครเอี่ยวบ้าง ส่วนการส่งหมายจับเป็นไปตามศาลชี้แจง พร้อมสั่งเร่งรัดสำนวน 3 คดีจาก 14 คดีของเสี่ยคนดังที่ยังไม่จบกระบวนความ
มีการตรวจสอบความคืบหน้ากรณีผลสอบสวน “หมายจับเสี่ยโจ้” นายสหชัย เจียรเสริมสิน เจ้าพ่อน้ำมันเถื่อน ตามคำประกาศของตำรวจสอบสวนกลาง
แม้ตำรวจจะบอกว่าตัวเองไม่ผิด กรณีหมายจับ "เสี่ยโจ้" ถูกซุก ไม่ถูกนำเข้าสารบบหมายจับ หรือ CRIME เพื่อประกาศสืบจับไปทั่วราชอาณาจักรก็ตาม
ชื่อของ “อนุมัติ อาหมัด” อดีต ส.ว.สงขลา และอดีต สนช. (สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ) ยุค คสช. ถูกพูดถึงไปไกลถึงขนาดเป็น 1 ใน 3 ขุนพลสำคัญของพรรคพลังประชารัฐในศึกเลือกตั้งครั้งหน้า
ประเด็น “เสี่ยโจ้” ถึงนาทีนี้ชัดเจนแล้วว่า หน่วยงานที่มีปัญหา ไม่นำหมายจับเข้าสารบบ หรือที่เรียกว่า “ซุกหมายจับ” แท้ที่จริงแล้วก็คือ “ตำรวจ” นั่นเอง
ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ สำหรับสารพัดคดีของ “เสี่ยโจ้ ปัตตานี” นายสหชัย เจียรเสริมสิน ที่เขาตกเป็นผู้ต้องหาและจำเลยมาตลอด 18 ปี รวม 14 คดี แต่ยังไม่มีคดีไหนเอาผิดเขาได้
1 พ.ย.64 นอกจากเป็นหมุดหมายของการ “เปิดประเทศ - เปิดการท่องเที่ยว” เพื่อสร้างความหวังในการฟื้นเศรษฐกิจแล้ว
“อย่างน้อยก็จะได้เป็นตัวแทนพูดปัญหาของชาวบ้าน ได้นำเสนอว่า 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ควรเป็นแบบไหนในสภา เป็นการพูดแทนพี่น้องประชาชน”
สถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ตั้งแต่ช่วงต้นเดือนตุลาคมเป็นต้นมา ตัวเลขของผู้ติดเชื้อรายใหม่ในพื้นที่ มีจำนวนมากขึ้นทุกวัน ไม่มีทีท่าว่าจะลดลงแต่อย่างใด