
สถานการณ์ตึงเครียดรุนแรงที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ช่วงนี้ มีหลายเสียงวิจารณ์ว่าเป็นเพราะช่วงสุญญากาศการเปลี่ยนรัฐบาลด้วยหรือไม่ ทำให้ “กลุ่มป่วนใต้” สบช่องก่อเหตุโชว์ศักยภาพ
ช่วงนี้เป็นช่วงที่รัฐบาลชุดใหม่ “อนุทิน 2.0” กำลังเร่งจัดทำนโยบายเพื่อเสนอต่อที่ประชุมรัฐสภา นโยบายดับไฟใต้นับเป็นนโยบายหนึ่งที่ นายกฯอนุทิน ชาญวีรกูล ให้ความสำคัญ
ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมามีการเชิญผู้เกี่ยวข้องเข้าหารือ หนึ่งในนั้นคือ “เลขาฯบอย” ปิยะศิริ วัฒนวรางกูร เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือ ศอ.บต. หน่วยงานด้านการพัฒนาและอำนวยความยุติธรรมที่สำคัญที่สุดของ 5 จังหวัดชายแดนใต้
เลขาฯปิยะศิริ ให้สัมภาษณ์ที่ทำเนียบรัฐบาล ยืนยันว่า เหตุรุนแรงในพื้นที่ซึ่งเกิดขึ้นถี่ในช่วงนี้ ไม่ได้เกี่ยวกับเป็นช่วงเปลี่ยนผ่านรัฐบาล แต่มีสาเหตุจากหลายปัจจัย
@@ “ทำให้ประชาชนยิ้มได้” โจทย์ใหญ่ ศอ.บต.
สำหรับบทบาทของ ศอ.บต. คือ ทำอย่างไรก็ได้ “ให้ประชาชนยิ้มได้ และลดความทุกข์” โดย ศอ.บต. จะต้องไปดูแลเรื่องเศรษฐกิจ สังคม และการเยียวยา เพื่อให้สอดรับกับการแก้ไขปัญหาตามนโยบายของรัฐบาล รวมถึงเรื่องการศึกษา และยาเสพติดก็เป็นเรื่องที่สำคัญ ซึ่งจะมีการเสนอทั้งมิติการป้องกันและแก้ไข บำบัด รวมถึงมาตรการทางกฎหมาย โดยจะทำงานอย่างใกล้ชิดร่วมกับสำนักงาน ป.ป.ส.
ขณะที่หลักการสำคัญที่สุดของการแก้ไขปัญหา คือ “การเมืองควบคู่กับการทหาร” และการอำนวยความยุติธรรมทางกฎหมาย เพราะเชื่อว่าสุดท้ายแล้วการพัฒนาจะนำพาความเจริญและความสุข
“ตอนนี้ท่านนายกฯให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหายาเสพติด และเชิงสังคม เพราะที่ผ่านมาทุกคนมุ่งเน้นไปเรื่องความมั่นคงเป็นหลัก จากเหตุการณ์ต่างๆ นายกฯ จึงสนใจเรื่องเศรษฐกิจว่าทำอย่างไรถึงจะขับเคลื่อนได้ และไปเชื่อมโยงกับกระทรวงต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ในการขับเคลื่อนจังหวัดชายแดนภาคใต้”
“ส่วนผลกระทบจากน้ำมันขึ้นราคา ก็มีผลกับเศรษฐกิจในพื้นที่ โดยเฉพาะในภาคใต้มีเรื่องของประมงด้วย ตอนนี้ก็ประคองกันไปก่อน โดยรัฐบาลคงมีมาตรการประกาศออกมาหลังจากที่เข้าเฝ้าถวายสัตย์ปฏิญาณ และแถลงนโยบายแล้ว”
@@ พูดแทนนักลงทุน-คนพื้นที่.. รัฐบาลนี้ขอ “ซอฟต์โลน” ระยะยาว
เลขาฯปิยะศิริ เผยด้วยว่า ได้เสนอนายกรัฐมนตรีเรื่องซอฟต์โลนดอกเบี้ยต่ำ ซึ่งคงต้องนำเรียนไปถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคลัง และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เพราะดอกเบี้ยที่ภาคใต้ได้รับในระยะสั้น หากเปลี่ยนเป็นระยะยาวแล้วท้าทายครั้งเดียวกับนักธุรกิจ ทำให้สามารถยืนอยู่ได้ ก็จะเป็นเรื่องดี
“ซอฟต์โลนที่เรากำลังให้อยู่มันเป็นระยะสั้น 2-3 ปี พอถึงเวลาต้องคืนเงินต้นครึ่งหนึ่ง มันลำบาก ผมจึงเป็นปากเสียงให้พี่น้องจังหวัดชายแดนภาคใต้ ขึ้นมาแจ้งต่อนายกรัฐมนตรี” เลขาธิการ ศอ.บต. กล่าว และว่า ถ้าเรามีโจทย์เดิม ใช้วิธีการเดิม คำตอบก็เป็นคำตอบเดิม แต่ถ้าโจทย์เดิม วิธีการใหม่ คำตอบอาจจะเปลี่ยน นี่คือสิ่งที่เรากำลังจะทำ คือหาวิธีการใหม่ และตนก็อยากได้วิธีการใหม่ๆ ในการแก้ปัญหา จึงได้เสนอนายกรัฐมนตรีไปหลายเรื่องด้วยกัน
อนึ่ง วงหารือเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาชายแดนใต้ นอกจากนายกฯอนุทิน และเลขาฯปิยะศิริ แล้ว ยังมีเลขาธิการ ป.ป.ส. และปลัดกระทรวงมหาดไทย เข้าร่วมพูดคุยด้วย
@@ “บิ๊กเกรียง” ชี้ชัดไฟใต้โชนเพราะ “ปัญหาจัดการพื้นที่”
เป็นที่น่าสังเกตว่า ก่อนหน้านี้ นายกฯอนุทิน ก็ได้เชิญ พล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองประธานวุฒิสภา และอดีตแม่ทัพภาคที่ 4 ผู้คร่ำหวอดงานดับไฟใต้ เข้ารับประทานอาหารเที่ยงและหารือร่วมกัน เมื่อสองวันก่อน
ครั้งนั้น พลเอกเกรียงไกร หรือ “บิ๊กเกรียง” ก็ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวว่า ไฟใต้ที่ลุกโชนขึ้นในช่วงนี้ ไม่เกี่ยวกับการเปลี่ยนรัฐบาล หรือ “สุญญากาศ” เป็นแต่ปัญหาจากการ “บริหารจัดการในพื้นที่” เป็นหลัก ซึ่งตนได้เสนอข้อมูลต่อนายกรัฐมนตรีไปแล้ว เชื่อว่าจะนำไปสู่การแก้ไขปัญหาได้
จากนั้น นายกฯอนุทิน ยังได้เชิญเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เข้าหารือเรื่องนโยบายดับไฟใต้ และข้อเสนอของ “บิ๊กเกรียง” ปรากฏว่ามีความเห็นตรงกันในเรื่องของการเดินหน้ากระบวนการพูดคุยสันติสุข, การตั้งคณะผู้แทนพิเศษ และการจัดระบบการรักษาความปลอดภัยพื้นที่ สานต่องานที่เคยวางเอาไว้ดีอยู่แล้ว
