
สส.กมลศักดิ์ ปิดห้องคุยให้ข้อมูลคดีถูกลอบยิงกับนายกฯอนุทิน เปิดใจเชื่อมีผู้บงการ เพราะไม่เคยรู้จักผู้ต้องหาเลยสักคน มั่นใจการทำงานของตำรวจใช้นิติวิทยาศาสตร์ แต่ยังไม่สบายใจ หากยังจับคนสั่งการไม่ได้
หลังจาก นายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย พบปะข้าราชการ ตลอดจนผู้นำท้องถิ่น ผู้นำท้องที่ในพื้นที่จังหวัดยะลา เพื่อรับฟังปัญหาและมอบนโยบายการปราบปรามยาเสพติด ที่อาคารศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) อำเภอเมือง จ.ยะลา ในภารกิจลงพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ครั้งแรกของการเป็นรัฐบาลอนุทิน 2.0 นั้น
นายกฯอนุทิน ได้เดินทางไปที่ “บ้านศรียะลา” ของ นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี อดีตประธานรัฐสภา จากนั้นได้เข้าห้องประชุมลับกับ นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.นราธิวาส เขต 5 พร้อมกับนายวันมูหะมัดนอร์ โดยปิดห้องห้ามนักข่าวถ่ายภาพ และใช้เวลาพูดคุยกันประมาณ 15 นาที จึงออกจากห้องประชุม
โดยนายกฯ ไม่ตอบคำถามใดๆ ได้เดินเข้าห้องรับประทานอาหารเที่ยงกับข้าราชการในพื้นที่ทันที
ฝ่าย นายกมลศักดิ์ ได้ให้สัมภาษณ์ถึงการปิดห้องคุยกับนายกฯ
“ในเบื้องต้นก็ขอบคุณท่านนายกฯ นะครับ โดยในช่วงเวลาที่ผ่านมาได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องคลี่คลายคดี และทำงานจนกระทั่งมีการออกหมายจับ 5 คน แล้วก็จับไปแล้ว 4 คน ท่านสั่งให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทำงานเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นในส่วนการสืบสวนสอบสวน ใครทำผิดก็ต้องรับโทษให้ได้”
“ในส่วนของผมได้นำเรียนเน้นย้ำในเรื่องของผู้บงการ เพราะพฤติการณ์ในการกระทำความผิดตามหมายจับที่ออก 5 คนนี้ ผมเชื่อคือคนปฏิบัติการ แต่ว่าคนเหล่านี้ผมไม่รู้จักเป็นการส่วนตัวสักคนเดียว ดังนั้นน่าเชื่อว่าจะต้องมีคนจ้างวานหรือสั่งการให้มาลอบทำร้ายผม ซึ่งประเด็นนี้สำคัญ ไม่ใช่เฉพาะผม แต่คนในพื้นที่เองก็ต้องการทราบว่า ข้อเท็จจริงใครอยู่เบื้องหลัง”
ผู้สื่อข่าวถามว่า นายกฯ มีความมั่นใจแค่ไหนว่าจะสาวถึงตัวผู้บงการได้ นายกมลศักดิ์ กล่าวว่า ด้วยระยะเวลาที่ผ่านไปเราก็พยายามหาข้อเท็จจริงในพื้นที่ด้วย
“ผมได้นำเรียนเบื้องต้นว่าข้อมูลที่ผมได้ ผมแจ้งนายกฯไปแล้ว ให้ท่านประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ส่วนจะไปถึงหรือไม่อย่างไรนั้น ผมเข้าใจว่าในส่วนของทางคดีก็ต้องใช้พยานหลักฐาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ ผมเชื่อมั่นในการทำงานของตำรวจ”
เมื่อถามถึงกรณีมีข่าวเกี่ยวกับ “บุคคลที่สาม” ซึ่งมีการโทรศัพท์ไปของทีมปฏิบัติการหลังก่อเหตุทันทีนั้น บุคคลที่สามคือใคร สส.กมลศักดิ์ ตอบว่า “บุคคลที่สามตรงนี้ก็คือเราได้ข้อมูลจากคำรับสารภาพว่า มีการรายงานไปยังบุคคลที่สาม ซึ่งบุคคลที่สามคนนั้นคือใคร ตรงนี้อย่างที่ผมบอก ต้องอาศัยการทำงาน ใช้หลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ ซึ่งผมเชื่อว่าไม่เกินความสามารถ”
“ส่วนมือปืนอีกคนคือ วิโรจน์ ก็คล้ายๆ กับ ธนภัทร (ถูกจับมาก่อนหน้านี้) เมื่อจับมาได้ ถ้าเกิดเขาให้การรับสารภาพ ผมเชื่อว่าพนักงานสอบสวนคงไม่บังคับขู่เข็ญ ถ้าเขาให้การรับสารภาพแล้วก็เป็นประโยชน์ หรือขยายความ ขยายไปวงกว้างมากกว่าให้การลักษณะว่า ยิงจริง รับจ้างจริง แต่บอกว่ารับงานจากใคร อย่างไร อันนี้ก็เป็นเรื่องที่ดี แต่ก็เป็นความสมัครใจของเขาที่จะให้การ ก็ยังไม่แน่ว่าจับได้แล้วเขาจะให้การถึงตรงนั้นหรือเปล่า”
ส่วนกรณีแม่ทัพภาคที่ 4 พูดในวันแถลงข่าวเกี่ยวกับคดีนั้น สส.กมลศักดิ์ กล่าวว่า “ถ้าถามคนที่นี่ คนในโซเชียลฯ ก็ปรากฏเห็นอยู่แล้วว่า มันมีการขยับ หรือกระแสอะไรบ้างที่เกี่ยวกับการให้สัมภาษณ์ของแม่ทัพ กับที่มีคำพูดลักษณะอย่างนั้น นั่นคือคำตอบของคนที่นี่ ซึ่งอาจจะมีความเห็นต่างกับคนภาคอื่น เพราะว่าวิถีชีวิต การดำเนินชีวิต และอัตลักษณ์วัฒนธรรมที่นี่ต่างกัน ดังนั้นความคิดในการมอง และทัศนคติของคนที่นี่ก็เป็นเรื่องละเอียดอ่อน”
“ส่วนตัวก็ยังไม่สบายใจ ตราบใดที่ยังไม่ได้ตัวผู้บงการ ผู้สั่งการ ซึ่งผมเชื่อว่ามีแน่นอน”
