
ชายแดนใต้ป่วนต่อเนื่อง มือมืดระดมแขวนป้ายผ้าพร้อมกัน 35 จุด ครอบคลุม 4 จังหวัดชายแดน สงขลายังไม่เว้น ข้อความเรียกร้องปลดปล่อยดินแดนปัตตานี บางจุดเจอวัตถุต้องสงสัย คาดระดมปฏิบัติการจิตวิทยาตอกย้ำกลุ่มป่วนใต้ไม่เงียบหายช่วงเลือกตั้ง
สถานการณ์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ช่วงก่อนถึงวันเลือกตั้ง สส.เพียง 2 วัน มีปฏิบัติการก่อกวนจากกลุ่มที่เคลื่อนไหวในพื้นที่ ด้วยการแขวนป้ายผ้าเนื้อหาเรียกร้องปลดปล่อยดินแดนปัตตานี มากกว่า 30 จุด กระจายทั้ง 4 จังหวัด คือ ปัตตานี ยะลา นราธิวาส และ 4 อำเภอของ จ.สงขลา
เมื่อเวลา 06.00 น. วันศุกร์ที่ 6 ก.พ.69 เจ้าหน้าที่รับแจ้งพบการแขวนป้ายผ้าจำนวนมาก กระจายอยู่ในหลายอำเภอของ 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยป้ายผ้าส่วนใหญ่มีข้อความสื่อสารถึงการปลดปล่อยและการสร้างสันติภาพภายใต้เงื่อนไขการเป็นอิสระของดินแดนปัตตานี หรือที่กลุ่มเคลื่อนไหวเรียกว่า “ปาตานี” โดยบางจุดมีการพ่นสีบนพื้นถนน
กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภาค 4 สน.) สรุปข้อมูลจำนวนเหตุการณ์แขวนป้ายผ้าในพื้นที่ พบว่ากระจายตัวรวมทั้งสิ้น 35 จุด แบ่งตามพื้นที่เกิดเหตุดังนี้
จ.ปัตตานี จำนวน 11 จุด
จ.นราธิวาส จำนวน 11 จุด
จ.ยะลา จำนวน 3 จุด
จ.สงขลา จำนวน 10 จุด/
ข้อความบนป้ายผ้า มีทั้งที่เขียนเป็นภาษามลายู ภาษาอังกฤษ และภาษาไทย ใจความสำคัญระบุว่า “Pembebasan negara adalah prasyarat kepada keamanan berkekalan” แปลว่า “การปลดปล่อยชาติคือเงื่อนไขของสันติภาพที่ยั่งยืน” และข้อความภาษาอังกฤษ “Free Patani Free Our Nation” หรือ “ปลดปล่อยปาตานี ปลดปล่อยความเป็นชาติ”
@@ บางจุดเจอวัตถุต้องสงสัย ปิดพื้นที่วุ่น

ต่อมามีรายงานเพิ่มเติมจากศูนย์วิทยุสื่อสารอำเภอเมืองยะลา เมื่อเวลา 06.57 น. ว่า ในพื้นที่หมู่ 1 ต.ลำใหม่ อ.เมือง จ.ยะลา นอกจากจะพบการแขวนป้ายผ้าแล้ว เจ้าหน้าที่ยังตรวจพบ “วัตถุต้องสงสัย” วางอยู่ในบริเวณใกล้เคียงกันด้วย
ทำให้เจ้าหน้าที่หน่วยปฏิบัติการพิเศษร่วมจังหวัดยะลา พร้อมทั้งชุดเก็บกู้และตรวจพิสูจน์วัตถุระเบิด (EOD) เข้าปิดกั้นพื้นที่เพื่อความปลอดภัย และดำเนินกรรมวิธีเก็บกู้หรือทำลายวัตถุต้องสงสัย
แหล่งข่าวจากฝ่ายความมั่นคง ให้ข้อมูลว่า การก่อเหตุด้วยการแขวนป้ายผ้า หรือสื่อสารด้วยข้อความ ซึ่งบางครั้งก็ใช้การพ่นสีตามสถานที่สาธารณะ ถนน ราวสะพาน เป็นการแสดงศักยภาพของกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง และการปฏิบัติการเชิงจิตวิทยา (IO) เพื่อตอกย้ำการมีอยู่ของกลุ่มพวกตน และตอกย้ำเจตจำนงการกำหนดอนาคตของตนเองในเรื่องการเมืองการปกครอง ซึ่งก็คือการปลดปล่อยดินแดนนี้จากรัฐไทย หรือตั้งรัฐใหม่นั่นเอง
