
นายกฯ อนุทิน เตรียมล่องใต้ เป็นประธานเปิดงานเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวปัตตานี ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 แต่เป็นปีแรกที่มาในฐานะผู้นำประเทศ และเป็นนายกฯ คนแรกที่เดินทางมาด้วยตนเอง เชื่อหวังสื่อถึงการให้ความสำคัญกับพื้นที่ชายแดนใต้ของรัฐบาล ทั้งยังเป็นการ “เช็คเรตติ้ง” ทางการเมืองหลังโค่นแชมป์ กวาด สส.ปลายด้ามขวานได้มากที่สุด
จังหวัดปัตตานี โดยสำนักงานท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดปัตตานี ร่วมกับมูลนิธิเทพปูชนียสถานปัตตานี เทศบาลเมืองปัตตานี การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานนราธิวาส กระทรวงวัฒนธรรม และหน่วยงานภาคีเครือข่าย เตรียมจัดงานใหญ่เทศกาลท่องเที่ยวปัตตานีอาเซียน “กตัญญูคู่ฟ้า มหาสมโภชเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวปัตตานี” ประจำปี 2569 ในวันที่ 2 มี.ค.69 ที่บริเวณศาลเจ้าเล่งจูเกียง และชุมชนหัวตลาด ถนนอาเนาะรู อำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี
วัตถุประสงค์หลักในการจัดงานเพื่อสืบสานประเพณีและอนุรักษ์มรดกภูมิปัญญาท้องถิ่นทางวัฒนธรรมที่มีความศักดิ์สิทธิ์และเป็นที่เคารพศรัทธา อีกทั้งยังเป็นการดำเนินงานตามนโยบายและแผนพัฒนาด้านการท่องเที่ยวเพื่อเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับกลุ่มจังหวัดชายแดนภาคใต้ผ่านกิจกรรมเชิงวัฒนธรรมด้วย
สำหรับไฮไลต์สำคัญในปีนี้ ได้รับเกียรติจาก นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เดินทางมาเป็นประธานในพิธีเปิดงาน พร้อมด้วย นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ที่จะเข้าร่วมเปิดกิจกรรมสร้างการรับรู้เส้นทางท่องเที่ยววิถีชุมชนของสุดยอดชุมชนต้นแบบ “เที่ยวชุมชน ยลวิถี” ประจำปี 2568
กำหนดการพิธีเปิดงาน “กตัญญูคู่ฟ้า มหาสมโภชเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวปัตตานี” ในวันที่ 2 มีนาคม 2569 มีดังนี้

เวลา 18.00 น. นายกรัฐมนตรีและคณะ เดินทางถึงศาลเจ้าเล่งจูเกียง โดยมี นายธาดา คณานุรักษ์ ประธานมูลนิธิเทพปูชนียสถาน ให้การต้อนรับ ก่อนเข้าสู่พิธีอัญเชิญเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวเข้าสู่ศาลเจ้า และร่วมสักการะเพื่อความเป็นสิริมงคล
19.00 น. พิธีเปิดงานอย่างเป็นทางการ เริ่มด้วยการแสดงสื่อผสม Mapping “กตัญญูคู่ฟ้า มหาศรัทธาเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว” โดยใช้เทคนิคแสงสีฉายลงบนพื้นที่จัดงาน เพื่อถ่ายทอดเรื่องราวความเชื่อและความศรัทธา
นางพาตีเมาะ สะดียามู ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี กล่าวต้อนรับ และ นายธาดา คณานุรักษ์ กล่าวรายงานวัตถุประสงค์การจัดงาน จากนั้นนายกรัฐมนตรีจะมอบโล่ประกาศเกียรติคุณแก่ผู้สนับสนุนและกล่าวเปิดงานอย่างเป็นทางการ
20.00 น. นายกรัฐมนตรีและคณะจะเดินทางต่อไปยังชุมชนหัวตลาด เพื่อเปิดกิจกรรม “เที่ยวชุมชน ยลวิถี” ประจำปี 2568 โดยจะเข้าเยี่ยมชม “บ้านฮกหิ้น” ซึ่งเป็นบ้านทรงคุณค่าที่ได้รับการบูรณะให้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง
อนึ่ง ชุมชนหัวตลาด หรือ “กือดาจีนอ” ได้รับการประกาศผลให้เป็น 10 สุดยอดชุมชนต้นแบบ “เที่ยวชุมชน ยลวิถี” ประจำปี 2568 ของกระทรวงวัฒนธรรม
จากนั้นนายกรัฐมนตรีจะเยี่ยมชมการสาธิตภูมิปัญญาและสินค้าทางวัฒนธรรมจากปราชญ์ชาวบ้านในกิจกรรม “ยลวิถีภูมิปัญญา Unseen Thai Thai”

การจัดงานครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการสืบสานศรัทธาที่มีต่อองค์เจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว แต่คือการนำ “ทุนทางวัฒนธรรม” มาแปรเปลี่ยนเป็นรายได้ และแสดงให้เห็นถึงความพร้อมของปัตตานีในการเป็นจุดหมายปลายทางของการท่องเที่ยวระดับอาเซียน
สำหรับการเดินทางมาเป็นประธานในพิธีเปิดงานของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล ในปีนี้ ไม่ใช่ปีแรกที่มาเป็นประธานเปิดงาน แต่เป็นประธานในพิธีเปิดงานต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 3 แล้ว ซึ่งในปี 2567 และปี 2568 เดินทางมาในฐานะ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
แต่ในปีนี้เป็นปีแรกที่นายอนุทิน เดินทางมาในฐานะนายกรัฐมนตรี และถือเป็นนายกรัฐมนตรีคนแรกในรอบหลายสิบปีที่ลงพื้นที่มาเป็นประธานในพิธีเปิดงานด้วยตนเอง แทนการส่งตัวแทนตามธรรมเนียมปฏิบัติ
แหล่งข่าวจากคนในพื้นที่ ระบุว่า ตามปกติแล้วพิธีเปิดงานมหาสมโภชฯ มักจะได้รับเกียรติจากระดับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม หรือ เลขาธิการ ศอ.บต. เป็นประธานในพิธีเป็นส่วนใหญ่ การที่ระดับ “นายกรัฐมนตรี” เดินทางมาเปิดงานด้วยตนเองนั้น ถือเป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นได้น้อยครั้งมากในรอบหลายทศวรรษ
แม้ในยุคของ นายเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกรัฐมนตรี เมื่อปี 2567 จะมีการจัดกิจกรรม “เที่ยวใต้สุดใจ” และเดินทางไปสักการะเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว ณ ศาลเจ้าเล่งจูเกียง เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวพหุวัฒนธรรมด้วยตนเอง แต่ในเชิงพิธีการเปิดงานอย่างเป็นทางการ นายเศรษฐาได้มอบหมายให้นายอนุทิน (ในตำแหน่งรองนายกฯ ขณะนั้น) เป็นประธานแทน

“การเดินทางมาเปิดงานในปี 2569 ของคุณอนุทินในฐานะผู้นำรัฐบาล จึงกลายเป็นหมุดหมายสำคัญที่สื่อให้เห็นถึงการให้ความสำคัญกับพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ในระดับสูงสุด ซึ่งอาจนับได้ว่าคุณอนุทินเป็นนายกรัฐมนตรีคนแรกในรอบหลายสิบปีที่มาเปิดงานนี้ในตำแหน่ง ผู้นำอย่างเป็นทางการ” แหล่งข่าวรายเดิมกล่าว
การจัดงานในครั้งนี้ถูกจับตามองว่า จะเป็นฟันเฟืองสำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ ท่ามกลางบรรยากาศการท่องเที่ยวพหุวัฒนธรรมที่กำลังได้รับความนิยมอย่างสูงจากนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ
หรือเป็นนัยสำคัญทางการเมืองที่ “เข้มข้น” เพื่อตอกย้ำชัยชนะหลังเลือกตั้ง ที่พรรคภูมิใจไทยซึ่งมีนายอนุทินเป็นหัวหน้าพรรค สามารถคว้าแชมป์ในปัตตานีและสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ได้ จึงเป็นการ “เช็คเรตติ้ง” และแสดงบารมีของผู้นำคนใหม่ในพื้นที่ยุทธศาสตร์ภาคใต้อีกด้านหนึ่งด้วย
