
"...เมื่อมองผ่านมุมมองจากนโยบายของทั้ง 9 พรรค จะเห็นว่าสังคมไทยไม่ได้นิ่งนอนใจกับปัญหาการศึกษา ทุกฝ่ายต่างพยายามนำเสนอทางออกที่ดีที่สุด..."
16 มกราคม ของทุกปี เวียนมาบรรจบอีกครั้งท่ามกลางบรรยากาศของการรำลึกถึงพระคุณบูรพาจารย์ ดอกกล้วยไม้ พานไหว้ครู และพิธีกรรมอันศักดิ์สิทธิ์ เป็นภาพจำที่อยู่คู่สังคมไทยมายาวนาน แต่ภายใต้ความงดงามของประเพณี คำถามสำคัญที่ดังขึ้นเรื่อยๆ ในทุกปีคือ 'อนาคตของการศึกษาไทยจะเดินไปทางไหน' และ 'คุณภาพชีวิตของครูไทยดีขึ้นจริงหรือยัง'
การศึกษาไทยเปรียบเสมือนคนป่วยที่ต้องการยารักษาขนานใหญ่ ซึ่งในสนามการเมืองที่ผ่านมา 'นโยบายการศึกษา' กลายเป็นสินค้าชิ้นสำคัญที่พรรคการเมืองต่างระดมสรรพกำลังทางความคิดเพื่อนำเสนอทางออก
สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รวบรวม 'พิมพ์เขียวการศึกษา' จาก 9 พรรคการเมือง เพื่อดูว่าแต่ละพรรคเตรียมนโยบายอะไรไว้ให้ครูและนักเรียนไทยบ้าง และเมื่อนำองค์ประกอบทั้งหมดมาต่อกัน จะเห็นภาพอนาคตเป็นอย่างไร
@พรรคเพื่อไทย ปูพรมดิจิทัล สร้างรายได้ด้วยปัญญา (Learn to Earn)
พรรคเพื่อไทยมุ่งเน้นการพลิกโฉมการศึกษาให้ตอบโจทย์เศรษฐกิจ โดยมีนโยบายสำคัญดังนี้
-
แนวคิดหลัก 'Learn to Earn' เปลี่ยนระบบการศึกษาจาก 'การเรียนตามสูตร' เป็น 'การเรียนเพื่อสร้างรายได้' โดยมุ่งให้การศึกษาเป็นใบเบิกทางสู่อาชีพที่มั่นคง
-
โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล
-
1 นักเรียน 1 แท็บเล็ต & 1 ครู 1 แท็บเล็ต นโยบายเรือธงเพื่อลดช่องว่างทางเทคโนโลยี (Digital Divide) และเชื่อมต่อห้องเรียนไทยกับโลกออนไลน์
-
AI for ALL ยกระดับโรงเรียนกว่า 1,000 แห่ง ด้วยการนำปัญญาประดิษฐ์ (AI Learning Platform) มาเป็นผู้ช่วยครูและนักเรียน
-
-
การพัฒนาทักษะอาชีพและทักษะแห่งอนาคต
-
อาชีวะสร้างชาติ สู่อาชีวะสากล ยกระดับการเรียนอาชีวะ โดยร่วมมือกับภาคเอกชนในการออกแบบหลักสูตรให้ตรงตามความต้องการของตลาด (Demand-driven)
-
โรงเรียน 2 ภาษาในทุกท้องถิ่น สอนภาษาอังกฤษและภาษาจีนตั้งแต่ชั้น ป.1 โดยใช้ครูต่างชาติสอนเสริมร่วมกับครูไทย
-
-
สวัสดิการและการเข้าถึงการศึกษา
-
เรียนฟรีต้องฟรีจริง เพิ่มงบประมาณสำหรับอาหารกลางวัน และจัดบริการรถรับส่งนักเรียนฟรี
-
1 อำเภอ 1 ทุน (ODOS) สร้างโอกาสทางการศึกษาให้กับเด็กเก่งแต่ด้อยโอกาส
-
ศูนย์การเรียนรู้ TCDC และ TK Park จัดตั้งให้มีครบทุกจังหวัด เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้สำหรับประชาชน
-
@พรรคประชาชน ปฏิรูปโครงสร้าง คืนเวลาและศักดิ์ศรีให้ครู
พรรคประชาชน มุ่งเน้นการปฏิรูประบบราชการและโครงสร้างที่เป็นปัญหาหลักของการศึกษาไทย
-
ลดภาระครู คืนครูให้นักเรียน นโยบายที่มุ่งคืนเวลาและศักดิ์ศรีให้ครูอย่างเป็นรูปธรรม
-
ยกเลิกเวรครู ลดภาระงานที่ไม่เกี่ยวข้องกับการสอน
-
ลดงานเอกสาร เสนอให้มีฝ่ายธุรการมารับผิดชอบงานจัดซื้อจัดจ้างและบัญชี เพื่อให้ครูได้ทำหน้าที่สอนอย่างเต็มที่
-
-
การกระจายอำนาจ
-
การศึกษาที่เลือกได้ ให้อิสระแก่โรงเรียนและท้องถิ่นในการออกแบบหลักสูตรของตนเอง
-
-
การเรียนรู้ตลอดชีวิต
-
คูปองการเรียนรู้ ให้สิทธิประชาชนในการเลือก Reskill/Upskill ตามความสนใจ
-
คูปองเปิดโลก สนับสนุนงบประมาณ 2,000 บาทต่อคนต่อปี สำหรับการเรียนรู้นอกห้องเรียน
-
สอบ TCAS ฟรี ครอบคลุมการสอบ A-Level ทุกวิชา เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายนักเรียน
-
-
ยกระดับสวัสดิการครู
-
ปรับขึ้นเงินเดือนครูบรรจุใหม่ ตั้งเป้าหมายเงินเดือนเริ่มต้นที่ 22,000 บาท
-
งบพัฒนาครู สนับสนุนงบประมาณ ไม่ต่ำกว่า 5,000 บาทต่อคน ให้ครูและโรงเรียนตัดสินใจเลือกอบรมได้เอง
-
@พรรคภูมิใจไทย การศึกษาไร้รอยต่อ แก้หนี้ด้วยทักษะ
พรรคภูมิใจไทยเน้นการสร้างความยืดหยุ่นและการเข้าถึงการศึกษาได้อย่างเท่าเทียมทุกที่ทุกเวลา
-
การเรียนรู้แบบ Anywhere Anytime
-
1 แพลตฟอร์ม 1,000,000 ความรู้ สร้างคลังความรู้ออนไลน์ขนาดใหญ่ที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ฟรี โดยไม่คิดค่าอินเทอร์เน็ต
-
-
การเรียนรู้ตลอดชีวิต
-
Skill Bridge & ธนาคารหน่วยกิต (Credit Bank) เชื่อมโยงโลกการศึกษากับการทำงานผ่านแพลตฟอร์มอัปสกิลแห่งชาติ เปิดโอกาสให้คนทำงานสามารถสะสมหน่วยกิตเพื่อขอวุฒิการศึกษาได้
-
-
ลดภาระทางการเงิน
-
กยศ. ปลอดดอกเบี้ย แก้ไขกฎหมายให้กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ไม่มีดอกเบี้ย ไม่ต้องมีผู้ค้ำประกัน และยกเลิกค่าปรับ
-
@พรรครวมไทยสร้างชาติ ปลดล็อกหนี้ กยศ. ด้วย 'งาน'
พรรครวมไทยสร้างชาติเสนอนโยบายที่มุ่งแก้ปัญหาหนี้สินของนักศึกษาด้วยแนวทางที่สร้างสรรค์
-
ใช้หนี้ กยศ. ด้วยงานราชการ เปิดโอกาสให้ผู้กู้ยืม กยศ. สามารถทำงานราชการหรือจิตอาสาเพื่อชำระหนี้แทนเงินสดได้
-
ปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์การศึกษา
-
เปลี่ยนจาก 'สอบเข้า' เป็น 'สอบจบ' รื้อค่านิยมที่เน้นการสอบแข่งขันเพื่อเข้าเรียน มาเป็นการเน้นคุณภาพเมื่อเรียนจบ เพื่อให้นักเรียนได้เรียนในสิ่งที่ตนเองรัก
-
@พรรคพลังประชารัฐ เร็ว สั้น ทันยุค
พรรคพลังประชารัฐเน้นการปรับหลักสูตรให้กระชับและตอบโจทย์ตลาดแรงงานสมัยใหม่อย่างรวดเร็ว
-
เรียนสั้น ทันยุค มีงานรอ
-
หลักสูตรระยะสั้น (Short Course) ฉีกกฎการเรียน 4 ปีในมหาวิทยาลัย โดยเน้นหลักสูตรระยะสั้นที่สอนทักษะสมัยใหม่ เช่น AI และ Digital Marketing
-
การันตีการมีงานทำ จับคู่กับบริษัทเอกชนเพื่อรับประกันว่าผู้ที่เรียนจบจะมีงานทำทันที
-
@พรรคประชาธิปัตย์ บุฟเฟต์การศึกษา และโอกาสที่เท่าเทียม
พรรคประชาธิปัตย์มุ่งเน้นการสร้างสวัสดิการพื้นฐานที่ครอบคลุมและให้โอกาสทางการศึกษาที่หลากหลาย
-
เรียนฟรี ต้องฟรีจริง ขยายความหมายของคำว่า 'ฟรี' ให้ครอบคลุมค่าใช้จ่ายแฝงต่างๆ เช่น ค่าเดินทาง ค่าอาหาร และอุปกรณ์การเรียน
-
ทักษะและเทคโนโลยีเพื่อการเรียนรู้
-
English for All ลดความเหลื่อมล้ำทางภาษา โดยจัดหาครูเจ้าของภาษาและเทคโนโลยีมาช่วยสอนเด็กไทยทุกคน
-
แพลตฟอร์มการเรียนรู้แห่งชาติ (NDLP) นำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้ในการออกแบบการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับนักเรียนแต่ละบุคคล
-
-
แก้ปัญหาหนี้ กยศ.
-
หางานให้ ใช้หนี้ กยศ. เปิดช่องทางให้ทำงานบริการสังคมหรือดูแลผู้สูงอายุเพื่อลดหย่อนหนี้สิน
-
-
การเรียนรู้ที่ยืดหยุ่น
-
บุฟเฟต์การศึกษา สร้างระบบที่นักเรียนสามารถเรียนข้ามสถาบันและสะสมหน่วยกิตผ่านระบบ ธนาคารหน่วยกิต (Credit Bank) ได้
-
@พรรคกล้าธรรม ยกระดับตั้งแต่ปฐมวัย
พรรคกล้าธรรมให้ความสำคัญกับการวางรากฐานการศึกษาที่มีคุณภาพตั้งแต่ระดับปฐมวัย
-
พัฒนาการเด็กปฐมวัย
-
ศูนย์เด็กเล็กอัจฉริยะ พัฒนาศูนย์เด็กเล็กในชุมชนให้มีเครื่องมือที่ทันสมัยเพื่อส่งเสริมพัฒนาการ
-
-
ลดความเหลื่อมล้ำ
-
Online Quality ยกระดับการเรียนออนไลน์ให้มีมาตรฐานเทียบเท่าโรงเรียนชั้นนำ เพื่อให้เด็กในต่างจังหวัดเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพ
-
-
ดูแลบุคลากรครู
-
แก้หนี้ครู มีนโยบายในการแก้ปัญหาหนี้สินและยกระดับสวัสดิการครู
-
@พรรคไทยก้าวใหม่ ทลายกำแพงค่าเทอม มุ่งสู่ Coding
พรรคไทยก้าวใหม่เสนอนโยบายเชิงรุกภายใต้ปรัชญา 'ธนูดอกที่ 1 สร้างคนใหม่' ที่มุ่งทลายกำแพงทางการเงินและสร้างทักษะแห่งอนาคต
-
การศึกษาฟรีถ้วนหน้า
-
เรียนฟรีถึงปริญญาเอก ข้อเสนอที่ลดภาระค่าใช้จ่ายของผู้ปกครองจนถึงระดับสูงสุด
-
-
ทักษะแห่งอนาคต
-
ภาษาที่ 3 คือ Coding & AI ผลักดันให้การเขียนโปรแกรมและปัญญาประดิษฐ์เป็นทักษะพื้นฐานสำหรับเด็กไทยทุกคน
-
-
สร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย
-
โรงเรียนสีขาว มุ่งสร้างโรงเรียนที่ปลอดภัยจากปัญหายาเสพติด
-
@พรรคไทยสร้างไทย คืนเวลาชีวิต เรียนจบไว ไร้หนี้
พรรคไทยสร้างไทยเน้นการปฏิรูปโครงสร้างเพื่อประสิทธิภาพด้านเวลาและการเงิน
-
การศึกษาฟรีและยืดหยุ่น
-
เด็กไทยเรียนฟรีจนจบปริญญาตรี ผลักดันการเรียนฟรีจนถึงระดับอุดมศึกษา เพื่อลดภาระทางการเงินและหนี้ กยศ.
-
คูปองการศึกษา เปลี่ยนรูปแบบการจัดสรรงบประมาณมาอยู่ในรูปแบบคูปอง เพื่อให้อำนาจแก่ผู้ปกครองในการเลือกสถานศึกษา
-
-
ปฏิรูปโครงสร้างเวลาเรียน
-
ลดเวลาเรียน 3 ปี ปรับโครงสร้างหลักสูตรให้กระชับยิ่งขึ้น เพื่อให้นักเรียนสามารถจบการศึกษาและเข้าสู่ตลาดแรงงานได้ตั้งแต่อายุ 18-19 ปี
-
@'ปากท้อง-โครงสร้าง-สวัสดิการ' 3 ปัญหาการศึกษา
จากข้อมูลนโยบายของทั้ง 9 พรรค สามารถจัดกลุ่มแนวคิดหลักออกเป็น 3 ทิศทางสำคัญ ซึ่งสะท้อน 'ปัญหา' (Pain Points) ของระบบการศึกษาไทย ดังนี้
กลุ่มที่ 1 ปากท้องนำการศึกษา ได้แก่ พรรคเพื่อไทย, พรรคพลังประชารัฐ, พรรคภูมิใจไทย
กลุ่มนี้มองว่าปัญหาใหญ่ที่สุดไม่ใช่หลักสูตร แต่คือ 'ความยากจน' นโยบายจึงมุ่งเน้นไปที่การทำให้ผู้เรียน 'มีงานทำเร็วที่สุด' และ 'มีรายได้สูงขึ้น'
-
จุดเด่น การนำเทคโนโลยี (Tablet/AI) มาเป็นเครื่องมือ และการผลักดันระบบธนาคารหน่วยกิต (Credit Bank) เพื่อให้คนทำงานสามารถเรียนไปด้วยได้
-
ข้อสังเกต เหมาะกับบริบทสังคมไทยที่ต้องการฟื้นฟูเศรษฐกิจ และต้องการแรงงานทักษะใหม่
กลุ่มที่ 2 รื้อโครงสร้างและคืนสิทธิ ได้แก่ พรรคประชาชน, พรรคไทยสร้างไทย, พรรคไทยก้าวใหม่
กลุ่มนี้มองว่าปัญหาอยู่ที่ 'ระบบราชการ' นโยบายจึงเน้นการ 'ปลดล็อก'
-
จุดเด่น การกล้าแตะโครงสร้างเวลาเรียน (ลดเวลาเรียน) และโครงสร้างอำนาจ (คืนครูให้นักเรียน) รวมถึงการผลักดันทักษะโลกใหม่ (Coding) อย่างจริงจัง
-
ข้อสังเกต เป็นนโยบายที่ถูกใจคนรุ่นใหม่และครูที่ต้องการอิสระในการทำงาน
กลุ่มที่ 3 สวัสดิการและทางรอดคนเป็นหนี้ ได้แก่ พรรคประชาธิปัตย์, พรรครวมไทยสร้างชาติ, พรรคกล้าธรรม
กลุ่มนี้โฟกัสที่การ 'เยียวยา' และ 'ให้โอกาส'
-
จุดเด่น นวัตกรรมทางนโยบายเรื่อง 'ทำงานใช้หนี้ กยศ.' ถือเป็น Game Changer ที่สำคัญมากสำหรับเด็กจบใหม่ที่ยังหางานทำไม่ได้ และการการันตีสวัสดิการขั้นพื้นฐานให้ครอบคลุม
-
ข้อสังเกต เป็นนโยบายที่ช่วยลดความเหลื่อมล้ำและสร้างตาข่ายรองรับทางสังคม (Social Safety Net) ให้กับกลุ่มเปราะบาง

ในวาระวันครูแห่งชาติ 16 มกราคม นี้ เมื่อมองผ่านมุมมองจากนโยบายของทั้ง 9 พรรค จะเห็นว่าสังคมไทยไม่ได้นิ่งนอนใจกับปัญหาการศึกษา ทุกฝ่ายต่างพยายามนำเสนอทางออกที่ดีที่สุด
สำหรับ 'ครู' ของขวัญที่ล้ำค่าที่สุดจากนโยบายเหล่านี้ ไม่ใช่ดอกไม้ แต่คือ 'เวลา' ที่จะได้คืนมาจากการลดภาระงานเอกสาร และ 'เครื่องมือ' อย่างเทคโนโลยีที่จะมาช่วยทุ่นแรง รวมถึง 'ความมั่นคง' ทางรายได้และการแก้ปัญหาหนี้สิน
สำหรับ 'นักเรียน' ของขวัญที่ดีที่สุด คือ 'โอกาส' ที่จะได้เรียนในสิ่งที่ชอบ ได้เรียนฟรีจริงโดยไม่มีค่าใช้จ่ายแฝง และจบมาแล้วมีงานทำรองรับ
ท้ายที่สุดแล้ว นโยบายสวยหรูในกระดาษจะไม่มีความหมาย หากปราศจากการลงมือทำ หวังว่าปีนี้จะเป็นปีที่ทุกพรรคการเมือง ร่วมมือกันผลักดันให้นโยบายเหล่านี้เกิดขึ้นจริง
