“…ถ้ามีการซื้อเสียง คนที่จะซื้อเสียงได้คือพรรคกับผู้สมัครฯ และหัวคะแนน เราก็รู้หมด แต่ทำไมจับไม่ได้ อีกมุมหนึ่ง คนที่จะทำอะไรแบบนี้ น่าจะเป็นคนที่มีศักยภาพที่สุดในประเทศไทย ไปเป็นรัฐบาล มีมันสมอง มีเงิน มีทุน มีครบ เป็นองค์กรที่มีครบทุกอย่าง…”
หมายเหตุ : สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้สัมภาษณ์สำนักข่าวอิศรา ถึงความพร้อมในการจัดการเลือกตั้งและการออกเสียงประชามติในช่วง 2 สัปดาห์สุดท้ายก่อนวันเลือกตั้ง 8 ก.พ.69 กับการแก้ปัญหาการ และกระแสข่าวการใช้ซื้อสิทธิขายเสียงจำนวนเงินมหาศาลจากเครือข่ายสแกมเมอร์ เงินทุนที่มาจากการกระทำผิดกฎหมาย
@ ความพร้อมการจัดการเลือกตั้ง 2 สัปดาห์สุดท้าย
ตอนนี้มาเกินครึ่งทาง
ที่ผ่านมาโดยภาพรวมเป็นไปตามปฏิทินงานทุกเรื่อง จากนี้ต่อไปจนถึงการเลือกตั้งล่วงหน้าวันที่ 1 ก.พ.69 และวันที่ 8 ก.พ.69 ซึ่งเป็นวันเลือกตั้งพร้อมกันทั่วประเทศ กกต.มีความพร้อมทั้งวัสดุ อุปกรณ์และคน เมื่อไปวันเลือกตั้งน่าจะเรียบร้อย
เราอยากให้การเลือกตั้งเป็นที่ยอมรับ ออกมาดี ใช้การเลือกตั้งขับเคลื่อนประเทศชาติได้ต่อไปเลย ไม่ใช่เลือกตั้งเสร็จแล้วมาถกเถียงกันว่า การเลือกตั้งมีปัญหา เลยไม่ต้องไปเดินหน้า เป็นความตั้งใจของ กกต. ซึ่งประชาชนคงคิดเหมือนกัน
“การเลือกตั้งเป็นวิธีการ เป็นเครื่องมือที่จะทำให้ประเทศชาติเดินได้ และพัฒนาประเทศตามศักยภาพที่เรามีอยู่ ทีนี้ ถามว่า การเลือกตั้งจะเป็นไปด้วยความเรียบร้อยหรือไม่ การบริหารจัดการ การอำนวยความสะดวดให้คนไปลงคะแนน กกต.ไม่มีความกังวล หรือ อยากให้เป็นมากกว่า คือ บรรยากาศในการแข่งขัน”
เหมือนกับที่เราเจอข่าวเวลาคนไปหาเสียงอาจจะมีคนที่ไม่เห็นด้วยไปพูดจารุกล้ำกล้ำเกินหรือไม่ แบบนี้ไม่ควรเกิดขึ้น หรือ ทางโซเชียลที่เป็นถ้อยคำที่เป็น Fake News หรือ Hate speech ไม่ควรจะเกิดขึ้น
สิ่งแรกที่จะทำให้การเลือกตั้งออกมาดี คือ บรรยากาศในการเลือกตั้ง ควรเป็นบรรยากาศการแข่งขันที่เป็นประชาธิปไตย ไม่ว่าจะเป็นพรรคการเมือง หรือ ผู้สมัครฯ หรือประชาชนผู้สนับสนุน
กับ (ประการที่สอง) การเลือกตั้ง อยู่ในมือ กกต. ในการบริหารจัดการ การอำนวยความสะดวกให้ประชาชนจะทำให้ดีที่สุด
“ถ้าดีทั้งบรรยากาศ การแข่งขันที่เป็นธรรม และการบริหารจัดการที่ดี ผมว่าการเลือกตั้งจะออกมาดี ซึ่งต้องร่วมมือกันทุกฝ่าย เหมือนบรรยากาศ เป็นเรื่องของผู้สมัครกับพรรคการเมือง หรือ ผู้สนับสนุนก็ต้องช่วยกัน เพื่อให้ออกมาอย่างที่เราอยากจะเป็น อยากจะเป็น”
ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น แต่ถามว่าผิดกฎหมายเลือกตั้งหรือไม่ เรื่องการข่มขู่ ใส่ร้าย มีเจตนาพิเศษ ให้คนงดหรือลงคะแนน ต้องมีเจตนาด้วยในการข่มขู่หรือใส่ร้าย
“อีกส่วนหนึ่งก็คือข่มขู่ ไม่ต้องมีเจตนา ถ้าไปข่มขู่ คุกคามสิทธิและเสรีภาพของคนอื่น คือ ประชาชน ผิดกฎหมายอาญา แต่เราก็ต้องดูว่า ขนาดที่ทำแค่ไหน จะบอกว่าไม่ให้ทำเลยก็คงพูดยาก เพราะพรรคการเมืองหรือผู้สมัครฯ เป็นบุคคลสาธารณะ ต้องถูกวิจารณ์ได้ แต่ถ้าเกิดขึ้นจริง ถึงแม้ว่า ไม่ถึงขนาดเข้าไปในขั้นของแดนกฎหมาย บรรยากาศก็ไม่ดี ไม่ควรจะเกิดแบบนี้ อันนี้คือการเผชิญหน้ากัน หรือไม่เผชิญหน้าก็คือ กล่าว ตำหนิ หรือ ด่าทอคนทางโซเชียล ไม่ใช่สังคมประชาธิปไตย”
@ การเลือกตั้ง Free and Fair
“มันไม่ใช่เรื่องอุดมคติ เกิดขึ้นได้ การบริหารจัดการเลือตั้งเราออกแบบมาเพื่อให้ Free and Fair อยู่แล้ว แต่บนสนามแข่งขัน แข่งขันกันสูง มีเดิมพันกันด้วยชัยชนะ ว่าใครจะได้ถืออำนาจรัฐ บางครั้งอาจจะเกินเลยกฎหมาย ซึ่งเป็นหน้าที่ของกกต.ที่จะดูว่า เกินเลยกฎหมายหรือไม่”
“การข่มขู่ไม่ค่อยมีแล้ว โลกมันมาไกลแล้ว มันศิวิไลซ์พอสมควร แต่การให้ข้อมูลอันเป็นเท็จ Fake News Hate speech เป็นปัญหาระดับโลก เพียงแต่ว่าเราจะจัดการอย่างไร”
กกต.ได้ตั้งศูนย์บริหารการหาเสียงทางอิเล็กทรอนิกส์ (E-War Room) เพื่อดูแลการหาเสียงทางอิเล็กทรอนิกส์ พรรคการเมือง หรือ ผู้สมัครฯ ไม่ทำแน่นอน เพราะเป็นหลักฐานอย่างดี จะรู้ว่าใครทำ แต่กองเชียร์ หรือ ประชาชน อิน อยากช่วยแล้วไม่คำนึงถึงกฎหมาย รักแล้วก็คิดว่าทำได้ ต้องระมัดระวัง เพราะมีโทษทางอาญา ทั้งจำ ทั้งปรับ
จริงๆ ไม่คลุมเครือ เพียงแต่ว่า ข้อเท็จจริงที่เกิด กกต.ต้องเอามาวินิจฉัย สมมุติว่า ใส่ร้ายก็คือการพูดด้วยข้อความอันเป็นเท็จ ทำให้ผู้อื่นได้รับความเสียหาย ข้อความนั้นเป็นเท็จ ต่างจากคดีอาญา คดีอาญาหมิ่นประมาท หรือดูหมิ่น ของเรานี่ใส่ร้าย การพูดครั้งหนึ่งอาจจะผิดทั้งสองอย่างก็ได้ แต่ถ้าเป็นคดีอาญาพูดความจริงก็หมิ่นประมาท เพราะเป็นเรื่องส่วนตัวเขา คุณไม่มีสิทธิเอามาพูด มาประจานเขา
แต่คดีของเรา คุณพูดความจริง พูดได้เลย ถ้าเป็นความจริง อาจจะไม่ผิดหมิ่นประมาท แต่อาจจะผิดกฎหมายบ้านเมือง (คดีอาญา) ของเราเพียงแค่ใส่ร้ายและทำให้เขาได้รับความเสียหาย (ถ้าพูดไม่จริง) คือ พูดเฟกต์นิวส์ แต่เราต้องมาดูว่า ที่เขาพูด เราจะวินิจฉัยทันทีไม่ได้ ต้องมาดูว่าที่เขาพูดจริงหรือไม่จริง
@ ดักจับ Hate speech - Fake News
“คนสาธารณะเนี่ย พูดได้เหมือนกัน เพราะคุณเป็นคนสาธารณะ คุณเสนอตัวมาให้ประชาชนเลือก อาสามา มันก็เหมือนการตรวจสอบคุณโดยประชาชนเหมือนกัน ข้อดีก็คือ ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม จริงๆ มันเป็นข้อดีนะ เพียงแต่อย่าไปใส่ร้ายกันแค่นั้นเอง การที่ประชาชนหันมาสนใจการเมือง เป็นเรื่องที่ดีอยู่แล้ว”
บทลงโทษของกฎหมายเลือกตั้งแรงกว่ากฎหมายหมิ่นประมาท เพราะมีโทษเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง
เรามีระบบกวาด ใช้โปรแกรมกวาดจากสังคมออนไลน์ เหมือนกับตำรวจไซเบอร์ ร่วมกับกระทรวงดีอี เราจะเห็น ไม่ต้องมาร้องหรอก บางทีคนเสียหายมาร้องเองก็มี แต่เราไม่ต้องรอร้องเพราะเราต้องการสนามที่แข่งขันที่เป็นธรรม บรรยากาศที่ดี เราทำเอง เหมือนกับ 34 ข้อความที่เรามาพิจารณา ส่วนมากเราเห็นมาเองในโซเชียลแล้วเอามาดูว่า บางอย่างอาจจะผิด หรือ ไม่ผิดก็ได้ อะไรที่มันหมิ่นเหม่ หรือ ทำให้บรรยากาศการแข่งขันไม่ดี เราเอามาดู
“การพูดจากก้าวร้าวรุนแรง อันนี้ก็ผิดระเบียบเรานะ ใช้ถ้อยคำไม่สุภาพ”

@ ไล่จับซื้อสิทธิขายเสียง-เงินเทา
ทุกการเลือกตั้งหัวข้อนี้ (การซื้อสิทธิขายเสียง) จะถูกเอามาพูดถึง ซึ่งแต่ก่อนที่ยังไม่มีสื่อโซเชียลเป็นหัวข้อใหญ่ คือ พระเอกของการเลือกตั้งที่คนจะเอามาพูดว่ามันมาด้วยเงิน มันใช้เกินกฎหมาย ใช้เงินผิดกฎหมาย แต่ก่อนไม่ได้ใส่ใจเรื่องที่มาของเงิน (ซื้อเสียง) เป็นอย่าไร แต่ตอนหลังมีความซับซ้อนขึ้น บอกว่า เงินสแกมเมอร์ เงินทุนเทาเข้ามาอีก
“เงินสแกมเมอร์ หรือ เงินทุนเทา กกต.ไม่รู้หรอกว่ามันคืออะไร เพราะมีหน่วยดูแล แต่เงินไหน แบบไหนก็แล้วแต่ ถ้าเอามาซื้อเสียง ผิดกฎหมายอยู่แล้ว และถ้าเราเห็นว่าเป็นเรื่องกระทำความผิดเกี่ยวกับการฟอกเงิน กฎหมายของกกต. ให้ ส่ง ปปง.ได้ ตอนนี้ยังบอกไม่ได้ ต้องระบุอยู่ในสำนวนว่าเป็นเงินเทา”
ถามว่าเป็นปัญหาใหญ่ไหม ยังเป็นปัญหาใหญ่อยู่ ตอนนี้เป็นปัญหาสองชั้น แต่ก่อนซื้อเสียงอย่างเดียว คู่กับการข่มขู่ แต่ตอนหลัง ซื้อเสียงยังเหลืออยู่ กับฮีทสปีดที่มากับโซเชียล ตอนนี้คู่กันแล้ว ซึ่งถ้าดูคุณสมบัติของผู้สมัครฯ หรือพรรคการเมือง จบการศึกษาปริญญาโท ปริญญาเอกจำนวนมาก แต่ก็ยังมาทำผิดกฎหมาย คงมีเดิมพันอะไรบางอย่างที่สูงกว่าเกียรติหรือศักดิ์ศรีถึงสามารถทำผิดกฎหมายได้
“กกต.เน้นการป้องปราม เรารู้ทุกเรื่อง เพราะมีศูนย์ข่าว บัญชีหัวคะแนนว่าจะเกิดอะไรขึ้น เพียงแต่ว่า เราป้องปราม ป้องกันได้แค่ไหน เราแบ่งการแข่งขันเป็นพื้นที่สีแดง พื้นที่สีชมพู พื้นที่สีขาว เราก็จะมาร์กพื้นที่ ซึ่งมีคู่แข่งที่พูดเพื่อประโยชน์ทางการเมืองก็มี หรืออาจจะมีจริงก็มี ซึ่งเรามีหน่วยดูแลรับผิดชอบทุกพื้นที่ มีมาตรการดูแล ซึ่งวิธีการซื้อเสียงอาจจะมีความซับซ้อนขึ้นที่จะไปจับ”
ทุนเทาไม่เกี่ยวกับเรา ขอให้คุณเอาเงินมาซื้อเสียงผิดกฎหมายกกต.แน่นอน เงินทุนไหนก็แล้วแต่ เงินคุณหามาโดยสุจริตก็แล้วแต่ ถ้ามาซื้อเสียง ผิดกฎหมายอยู่แล้ว ส่วนจะไปถึงทุนเทาหรือไม่ เป็นอีกเรื่องหนึ่ง
@ ใช้เงินระดับหมื่นล้านซื้อประเทศ...ต้องมีหลักฐาน
เราก็ดูว่า มีมาตรการป้องกันไม่ให้คนซื้อเสียงอย่างไร เงินจะกี่หมื่นล้านเป็นเพียงคำพูด ไม่มีหลักอ้างอิงว่ามีการใช้จริงหรือไม่ หรือว่ามันเป็นเพียงแค่คำพูดเตือนกัน ไม่มีหลักฐานว่าใช้เงินเท่าไหร่ เงินเทาคืออะไร หรือใช้เงินเป็นหมื่นล้านซื้อประเทศ เราไม่อยากให้เกิดอยู่แล้ว มันมีตัวชี้วัดอะไรที่บอกว่ากำลังเอาเงินจำนวนนั้น เอาเงินแบบนั้นมาใช้กับการทำผิดกฎหมาย มันไม่มีนะ มันมีแต่คนพูดให้อะไรก็ไม่รู้ หรืออาจจะมองในแง่ของการเตือนสติสังคม บ้านเราจะไม่ไหวแล้วนะ การเลือกตั้งเป็นกระบวนการที่ดีงาม แต่คุณเอาเงินมาซื้อ เหมือนกับว่ามีเงินหมื่นล้านก็ซื้อประเทศได้
เป็นหน้าที่กกต. เราไม่ปฏิเสธ แต่งานแบบนี้ต้องได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่ายทั้งพรรคการเมือง ผู้สมัครฯ ประชาชน เราเก่งแค่ไหนก็คงดูไม่ครบ ถ้าเขาตั้งใจทำผิด ดูเท่าที่ดูได้ กฎหมายคงไม่ล้าสมัย แต่ปฏิสัมพันธ์ของการกระทำผิด
“มันเหมือนง่าย ถ้ามีการซื้อเสียง คนที่จะซื้อเสียงได้คือพรรคกับผู้สมัครฯ และหัวคะแนน เราก็รู้หมด แต่ทำไมจับไม่ได้ อีกมุมหนึ่ง คนที่จะทำอะไรแบบนี้ น่าจะเป็นคนที่มีศักยภาพที่สุดในประเทศไทย ไปเป็นรัฐบาล มีมันสมอง มีเงิน มีทุน มีครบ เป็นองค์กรที่มีครบทุกอย่าง”
กับผู้มีสิทธิเลือกตั้ง วัฒนธรรมการเมือง ถ้ามีการซื้อเสียงจริงแสดงว่ามีการจะรับเงิน ส่วนจะเลือกหรือไม่เลือกเป็นอีกเรื่องหนึ่ง พร้อมที่จะรับสองฝั่ง ยังมีความศรัทธาด้วย รักด้วย ฝั่งหนึ่งมีอำนาจ ฝั่งหนึ่งรัก พอใจ มาเจอกัน อีกฝั่งหนึ่งไปจับ เข้าไปดูอย่าให้เกิดขึ้น มันเหนื่อย มันยาก บางทีก็ต้องอาศัยความร่วมมือ องค์ประกอบมันซับซ้อน มันไม่ใช่อาชญากรรมแบบคดีอาญา
“ทางการเมือง ถ้าผู้มีสิทธิเลือกตั้งเขาชอบ เขารัก ใครไปแตะเขาไม่ได้ ยังไงก็ชอบ ถ้าชอบ มันเกินกว่าความรักด้วยซ้ำไป บางทีเกิดจากความศรัทธา กับอีกฝั่งหนึ่งมีทุกอย่างพร้อมที่จะให้ เขาเรียกว่า ดูแล เป็นวัฒนธรรม ไม่ได้ผิดอะไร ถ้าการดูแลไม่ผิดกฎหมาย เป็นเรื่องที่ดีที่ผู้แทนฯ เข้าไปดูแลชาวบ้าน แต่ถ้าผิดกฎหมาย มันกลมกลืนกันไปเลย เป็นวัฒนธรรมใหญ่ ซึ่งเมื่อไหร่ความเชื่อเหล่านี้จะเบาลงว่า การมีพลเมืองที่เข้มแข็งสามารถเลือกได้ในสิ่งที่ควรจะเลือก”
@ ต้องไม่เป็นเงื่อนไขให้คน (ซื้อเสียง) ชนะเลือกตั้ง
อยากให้การเลือกตั้งเป็นที่ยอมรับ บรรยากาศที่ดี คะแนนที่สุจริต คือ คุณภาพของการเลือกตั้ง เราต้องการสองอย่าง หนึ่ง คนไปใช้สิทธิเยอะ ไม่น่าเป็นห่วง คิดว่ามากกว่าการเลือกตั้งครั้งที่แล้ว คือ 75 %
ส่วนคุณภาพของคะแนนที่ลงไปก็อยากให้เกิดจากผู้มีสิทธิเลือกตั้งได้ดูนโยบายและเห็นว่า พรรคการเมืองไหน หรือ ผู้สมัครฯคนใดที่เห็นว่า เป็นผู้แทนฯเขาได้ก็ควรที่จะไปเลือกตรงนั้น ไม่ใช่เลือกเพราะการซื้อเสียง อยากให้การเลือกตั้งเป็นที่ยอมรับและเป็นทางออกหรือเป็นจุดเริ่มต้นที่เราจะไปใช้พัฒนาประเทศตามศักยภาพประเทศที่เรามี
“เป็นหน้าที่ของ กกต. เราขยับอยู่แล้ว การป้องกัน ป้องปรามไม่ให้เกิดขึ้น โดยมีกระบวนการการข่าวจังหวัด บัญชีหัวคะแนน มีเครือข่ายที่เป็นรูปธรรม กกต.มีหน้าที่ทำให้เรื่องการซื้อสิทธิขายเสียงไม่มีนัยสำคัญในการลงคะแนน หรือ มี แต่ไม่ใช่เงื่อนไขให้คนชนะเลือกตั้งได้”

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา