
"...นโยบายต่างประเทศของทรัมป์เป็นนโยบายที่ผลักดันด้วยผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ (interest-driven policy) อย่างแท้จริง โดยในสุนทรพจน์ที่ดาวอสเขาก็ไม่ลังเลที่จะกล่าวว่า จากการประกาศความพร้อมที่จะยึดครองกรีนแลนด์ด้วยกำลังทหารและการขึ้นภาษีขาเข้ากับประเทศที่คัดค้าน ทำให้เงินไหลออกจากตลาดหุ้นและตลาดทุนสหรัฐฯ จำนวนมาก (ไม่น้อยกว่า 1.2 ล้านล้านดอลลาร์) ดังนั้น จึงไม่เกินเลยไปที่จะกล่าวว่า สหรัฐฯ เลือกที่ยกเลิกมาตรการทางทหารกับกรีนแลนด์ เพื่อสร้างความสงบในตลาดหุ้น ตลาดทุน และค่าเงินดอลลาร์ และก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ..."
จากการประกาศของปธด. ทรัมป์ที่ต้องการยึดครองกรีนแลนด์ ดินแดนภายใต้การดูแลของเดนมาร์กที่เป็นสมาชิกนาโต้เช่นเดียวกับสหรัฐฯไม่ว่าจะด้วยวิธีใดก็ตาม โดยอ้างเหตุความมั่นคงของประเทศตามที่รับทราบกันนั้น
@ภาพรวมของสถานะการณ์
ท่าทีดังกล่าวของสหรัฐฯ ทำให้เกิดกระแสการคัดค้านรุนแรงจากประเทศยุโรปและสมาชิกนาโต้ เนื่องจากการครอบครองด้วยกำลังทหารของสหรัฐฯ ย่อมหมายถึงการรุกรานประเทศสมาชิกนาโต้แต่ปธด.ทรัมป์ก็ยังคงยืนยันความมุ่งมั่นดังกล่าว พร้อมทั้งประกาศเพิ่มภาษีนำเข้าในอัตรา 10% จากประเทศยุโรปที่คัดค้านรุนแรง 8 ประเทศ ตั้งแต่วันที่ 1 ก.พ. 2569 และจะเพิ่มเป็น 25% ตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย. 2569
การประกาศใช้มาตรการภาษีดังกล่าวของสหรัฐฯ ก่อให้เกิดความไม่พอใจอย่างมากในหมู่สมาชิกสหภาพยุโรปและอังกฤษ โดยมีการพิจารณามาตรการตอบโต้ที่เรียกกันว่า Trade Bazooka หรือปืนบาซูก้าทางการค้า ภายใต้อำนาจทางกฏหมายของ Anti-Coercion Instrument (ACI) หรือกฎหมายต่อต้านการบีบบังคับ ที่ออกโดยรัฐสภายุโรปเมื่อปี 2023 เพื่อรับมือกับมาตรการบีบบังคับต่างๆ โดยจีนและสหรัฐฯ โดย ACI มีขอบข่ายที่กว้างขวาง ไม่ได้จำกัดเฉพาะมาตรการภาษีนำเข้าเท่านั้น แต่ครอบคลุมถึงมาตรการเกี่ยวกับการประมูลโครงการของรัฐ การซื้อยุทโธปกรณ์ทหาร รวมไปถึงการให้ความคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาสินค้าที่ใช้เทคโนฯ ระดับสูงด้วย
ฝรั่งเศสเป็นประเทศแนวหน้าที่ผลักดันให้อียูใช้กฎหมาย ACI ตอบโต้สหรัฐฯ หากมีการขึ้นภาษีนำเข้า แต่หลังจากการประชุมฉุกเฉินผู้นำอียูที่ประชุมฯ มีมติให้รอฟังท่าทีของปธด.ทรัมป์ที่จะแถลงในวันที่ 21 ม.ค. 2569 ในการประชุมผู้นำเศรษฐกิจของโลกที่เมืองดาวอส/สวิตเซอร์แลนด์ให้ชัดเจนก่อน ทั้งนี้ คาดว่ามาตรการเบื้องต้นของอียูที่เตรียมไว้จะกระทบปริมาณการค้าไม่ต่ำกว่า 100,000 ล้านดอลลาร์
@เกิดอะไรขึ้นในช่วงการประชุมที่ดาวอส
ในการกล่าวสุนทรพจน์วันที่ 21 ม.ค. 2569 ปธด.ทรัมป์ได้ปลดล็อกความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ-ยุโรป โดยประกาศว่าจะไม่มีการใช้กำลังใดๆ กับกรีนแลนด์ และจะรีบการหารือรายละเอียดกับนาโต้ในโอกาสแรก พร้อมกันนี้ปธด.ทรัมป์ก็ประกาศยกเลิกการเพิ่มภาษี 10% ที่ประกาศไว้แต่เดิมด้วย
@ การหารือกับนาโต้
ภายหลังการกล่าวสุนทรพจน์ ปธด. ทรัมป์ก็ได้หารือกับเลขาธิการของนาโต้และสามารถบรรลุกรอบการเจรจา(framework)ข้อตกลงเรื่องบทบาทของสหรัฐฯในกรีนแลนด์ ซึ่งแม้ยังไม่มีการแถลงผลการหารืออย่างเป็นทางการ แต่ก็ปรากฏเป็นข่าวในสื่อหลักว่า มีการเห็นพ้องเรื่องการแบ่งสรรพื้นที่เป็นจุดๆให้สหรัฐฯ ดูแลและจัดตั้งฐานทัพของตน
@ บทเรียนที่น่าสนใจ
• เหตุการณ์ครั้งนี้ถือว่าเป็นวิกฤตการณ์ที่ไม่ควรจะเกิด เพราะภัยคุกคามที่ชัดเจนไม่มี เป็นเพียงความประสงค์ของผู้นำสหรัฐฯ ที่อ้างภัยที่อาจมาจากรัสเซียและจีน โดยทั้งสองประเทศก็ไม่ได้ตอบโต้อะไร
• ในสุนทรพจน์ของปธด.ทรัมป์เรียกกรีนแลนด์สลับกับประเทศโอซ์แลนด์ถึง 4 ครั้ง สะท้อนว่ากรีนแลนด์อาจไม่ใช่เป้าหมายทางนโยบายที่แท้จริง เป็นเพียงข้ออ้างเพื่อตั้งราคาให้สูงเกินจริง แล้วค่อยลดลงมาเพื่อเอาบุญคุณ
• เป้าหมายที่สำคัญของปธด. ทรัมป์น่าจะอยู่ที่ยูเครนและฉนวนกาซ่า เพราะหลังการสู้รบจะต้องมีโครงฟื้นฟูพัฒนาที่มีมูลค่ามหาศาล ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจนคือ การจัดตั้งคณะกรรมการสันติภาพ หรือ Board of Peace เพื่อบริหารปกครองฉนวนกาซ่า ที่มีทรัมป์เป็นประธาน(ถาวร) โดยมีเงื่อนไขการเข้าเป็นกรรมการถาวรว่า ต้องร่วมลงขันเพื่อการพัฒนาบูรณะเป็นเงินอย่างน้อย 1 พันล้านดอลลาร์ โดยการบริหารจัดการทั้งหมดจะทำโดยคนของทรัมป์หรือคนที่เขาเลือกเข้ามา ส่วนในกรณียูเครนสหรัฐฯ ก็มีการตั้งเงื่อนไขการเข้าไปบริหารจัดการน้ำมันและแร่ธาตุสำคัญเบื้องต้น(แลกกับการสนับสนุนอาวุธ)กับรัฐบาลยูเครนไว้แล้ว ดังนั้น การยอมถอย 1 ก้าวเรื่องกรีนแลนด์จึงจะมีความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจต่อสหรัฐฯ ในการต่อรองผลประโยชน์ของโครงการในฉนวนกาซ่าและยูเครนอย่างมาก
• นโยบายต่างประเทศของทรัมป์เป็นนโยบายที่ผลักดันด้วยผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ (interest-driven policy) อย่างแท้จริง โดยในสุนทรพจน์ที่ดาวอสเขาก็ไม่ลังเลที่จะกล่าวว่า จากการประกาศความพร้อมที่จะยึดครองกรีนแลนด์ด้วยกำลังทหารและการขึ้นภาษีขาเข้ากับประเทศที่คัดค้าน ทำให้เงินไหลออกจากตลาดหุ้นและตลาดทุนสหรัฐฯ จำนวนมาก (ไม่น้อยกว่า 1.2 ล้านล้านดอลลาร์) ดังนั้น จึงไม่เกินเลยไปที่จะกล่าวว่า สหรัฐฯ เลือกที่ยกเลิกมาตรการทางทหารกับกรีนแลนด์ เพื่อสร้างความสงบในตลาดหุ้น ตลาดทุน และค่าเงินดอลลาร์ และก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ
• จากปัจจัยภายในประเทศที่รัฐบาลมีคะแนนนิยมตกต่ำที่สุดตั้งแต่เข้ามาบริหารประเทศ และจะมีการเลือกตั้งกลางเทอมของสภาคองเกรสในปลายปี ขณะที่เรื่องการบุกยึดกรีนแลนด์เป็นเรื่องที่ประชาชนกว่า 70% ไม่เห็นด้วย ดังนั้น การผลักดันเรื่องนี้จึงไม่เป็นผลดีใดๆ ต่อผู้สมัครรับเลือกตั้งของพรรคริพับริคกันและจะทำให้ความร่วมมือในกรอบงานของรัฐสภาไม่ราบรื่นเท่าควร
ดังนั้น พออนุมานได้ว่าในการเจรจากับสหรัฐฯ ในกรอบต่างๆ เราจึงต้องคำนึงถึงลักษณะพิเศษของความเป็นตัวตนของนาย โดนัล ทรัมป์ การพิจารณาถึงผลประโยชน์ที่สหรัฐฯให้ความสำคัญสูงสุด รวมถึงสถาวะแวดล้อมของการเมืองภายในสหรัฐฯ ที่มีพลวัตรสูง เพื่อเป็นปัจจัยในการกำหนดท่าทีและแนวทางปฏิบัติในแต่ละเรื่องอย่างรอบคอบ
บทความ โดย
เจษฎา กตเวทิน
22 ม.ค. 2569
ภาพประกอบปก : www.bbc.com

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา