
“…การโยกย้ายบุคลากรข้ามสายงานตามกลุ่มภารกิจใหม่ในครั้งนี้ จึงไม่ได้เป็นเพียงแค่การจัดทัพทางบริหาร แต่จะนำไปสู่สภาวะสุญญากาศ และความโกลาหลทางภารกิจที่ส่งผลกระทบต่อเนื่องกันเป็นลูกคลื่น ภายใต้สถานการณ์ที่ กสทช. กำลังมีนโยบายสำคัญๆ ที่ต้องผลักดันในหลายเรื่อง…”
....................................
หมายเหตุ : ศ.กิตติคุณ ดร.พิรงรอง รามสูต กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ด้านกิจการโทรทัศน์ โพสต์ข้อความบนเพจเฟซบุ๊กส่วนตัว ‘Pirongrong Ramasoota’ ในเรื่อง “โครงสร้าง (ทดลอง) สำนักงาน กสทช.กับงานด้านกิจการโทรทัศน์”
ช่วงนี้ที่สำนักงาน กสทช. มีความเคลื่อนไหวในหน้าสื่อหลายเรื่อง
หนึ่งในเรื่องที่ปรากฏในพื้นที่ข่าวไปบ้างแล้ว คือ “การทดลอง (ร่าง) โครงสร้างสำนักงาน กสทช.” ซึ่งปกติการปรับโครงสร้างสำนักงานเป็นอำนาจของ กรรมการ กสทช.
แต่เมื่อแผนนี้เป็น “การทดลอง” ก็เลยรับทราบเพียงว่า เป็นการริเริ่มของรักษาการเลขาธิการ กสทช. คนปัจจุบัน และกำลังจะเริ่มดำเนินการในวันที่ 1 กันยายน นี้ (หลังจากเลื่อนมาแล้วรอบหนึ่ง)
เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา หลังจากได้ประชุมร่วมกับผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบในสายงานกิจการโทรทัศน์ ก็เริ่มเห็นถึงเค้าลางของความโกลาหลจากสภาวะสองโครงสร้างซ้อนกันระหว่างโครงสร้าง สนง.ในปัจจุบัน กับ โครงสร้างที่เตรียมจะทดลองดังกล่าว
หากเรื่องนี้ยังคงเดินหน้าตามที่คิดไว้ สิ่งที่จะเกิดขึ้น คือ เจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติงานรวมถึงผู้บริหารที่เคยเป็นกำลังหลักในแต่ละภารกิจจะถูกสลับสับเปลี่ยนโยกย้ายไปรับภาระงานใหม่เกือบทั้งหมด!
การโยกย้ายบุคลากรข้ามสายงานตามกลุ่มภารกิจใหม่ในครั้งนี้ จึงไม่ได้เป็นเพียงแค่การจัดทัพทางบริหาร แต่จะนำไปสู่สภาวะสุญญากาศ และความโกลาหลทางภารกิจที่ส่งผลกระทบต่อเนื่องกันเป็นลูกคลื่น ภายใต้สถานการณ์ที่ กสทช. กำลังมีนโยบายสำคัญๆ ที่ต้องผลักดันในหลายเรื่อง
ดิฉันยอมรับจริง ๆ ค่ะว่า “หนักใจ”
โดยเฉพาะในช่วงโค้งสุดท้ายของใบอนุญาตโทรทัศน์ภาคพื้นดินในระบบดิจิตอล ที่ไม่เพียงเป็นโครงสร้างพื้นฐานและสถาบันหลักทางสังคมที่กำลังเข้าสู่จุดเปลี่ยนผ่านที่สำคัญมากทั้งทางเศรษฐกิจและสังคม
ความชัดเจนของนโยบายจาก กสทช. การอำนวยการ ตลอดจนการส่งเสริมสนับสนุนให้การเปลี่ยนผ่านเป็นไปได้อย่างเรียบร้อยภายใต้ภูมิทัศน์สื่อที่กำลังปรับเปลี่ยนไปยังพลิกโฉมจึงเป็นภาระอันต้องอาศัยทั้งความรู้ ความเข้าใจ และความยึดโยงกับพันธกิจทางสังคมสำหรับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรงอย่างสำนักงาน กสทช.
อันที่จริง กรรมการ กสทช. ก็เคยสอบถามถึงที่มาที่ไปของโครงสร้าง (ทดลอง) นี้ ในที่ประชุม กสทช. ในช่วงต้นหรือกลางเดือนกรกฎาคม ที่ผ่านมา เนื่องจาก กสทช. ทุกท่านต่างก็รับทราบกันดีว่า วาระเรื่องการปรับปรุงโครงสร้างองค์กร เป็นวาระค้างพิจารณามาหลายปี แต่ยังไม่ได้ถูกหยิบยกขึ้นมาพิจารณาในที่ประชุม (ซึ่งตามระเบียบเป็นอำนาจของประธานในที่ประชุมแต่เพียงผู้เดียว)
แต่ยังไม่ได้รับคำชี้แจงในที่ประชุมว่าเหตุใด รักษาการเลขาธิการจึงมี โปรเจ็ค “ทดลอง” กับองค์กรกำกับดูแลด้านกิจการสื่อสารและโทรคมนาคมของประเทศในลักษณะนี้ได้ เคยได้รับคำสัญญาจากประธาน กสทช.ในขณะนั้นว่า จะมีการอธิบายในเรื่องนี้ในวันที่ 27 กรกฎาคม ที่ผ่านมาแต่เมื่อไม่สามารถประชุมได้ ก็เลยล่วงเลยมาจนป่านนี้
หาก “การประชุม กสทช. ที่ชอบด้วยกฎหมาย” เกิดขึ้น กรรมการน่าจะต้องขอคำอธิบายจากท่านรักษาการเลขาฯและหารืออย่างละเอียดในประเด็นนี้อย่างแน่นอน
อย่างไรก็ดี ระหว่างนี้ เพื่อเป็นการติดตามงานที่ได้ผลักดันทางนโยบายและเตรียมพร้อมสำหรับความเปลี่ยนแปลงใดๆ ดิฉันจึงขอนัดหมายประชุมร่วมกับสำนักที่เกี่ยวข้องกับกิจการโทรทัศน์ โดยมีวัตถุประสงค์หลักที่จะสรุปความคืบหน้า ปัญหา อุปสรรค และเร่งสะสางภารกิจที่ยังค้างคาอยู่ให้เดินหน้าต่อได้
เมื่อวันศุกร์ที่ 21 สิงหาคมที่ผ่านมา ได้พบกันค่อนข้างพร้อมหน้าพร้อมตา ก็ตกลงกันว่าอะไรที่เร่งด่วนและทำได้เลยก็ให้เร่งดำเนินการโดยเร็วที่สุด ปัญหาและความท้าทายบางประการก็ได้ร่วมกันคิดหาทางแก้ไว้
เชื่อว่าจะเห็นความก้าวหน้าที่สำคัญภายในปีนี้ ส่วนบางเรื่องที่มีความซับซ้อน จะต้องรอเวลาหรือดูข้อมูลอื่นประกอบเราจะนัดมาดูกันในรายละเอียดอีกครั้ง
จึงอยากขออนุญาตใช้พื้นที่นี้เล่าสู่กันฟัง ถึงหลายประเด็นที่ได้ปรึกษาหารือร่วมกับเจ้าหน้าที่และผู้บริหารของสำนักงาน กสทช. ที่แต่ละท่านก็พยายามลุยงานไปด้วยกันอย่างเต็มที่
ประเด็นเรื่อง MUX
เป็นหนึ่งในประเด็นที่ กสทช. มอบหมายให้สำนักงานไปศึกษาความเป็นไปได้ในการปรับเปลี่ยนให้ผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโครงข่ายโทรทัศน์ดิจิทัล (MUX) เป็นผู้ได้รับการจัดสรรและใช้งานคลื่นความถี่แทนที่จะเป็นช่องรายการอย่างที่ผ่านมา
โดยสำนักที่รับผิดชอบได้เตรียมบทวิเคราะห์เพื่อเสนอที่ประชุม กสทช. ซึ่งภายใต้ พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ และพ.ร.บ.การประกอบกิจการโทรทัศน์ ปี 2551 กฎหมายกำหนดให้ผู้ที่ได้รับจัดสรรคลื่นความถี่ต้องเป็นผู้ประกอบกิจการด้วยตนเอง ซึ่งเป็นการออกแบบรองรับตามหลักคิดในยุค Analog
ในการหารือเมื่อวันศุกร์ ได้มีการอภิปรายว่าหาก MUX เป็นผู้ได้รับการจัดสรรคลื่นแล้วเปิดให้ช่องรายการ (service) อื่นๆ เข้ามาใช้ capacity ที่เหลืออยู่ กฎหมายปัจจุบันจะยังตอบได้ชัดเจนว่าช่องรายการเหล่านั้นถือเป็นการใช้คลื่นความถี่หรือไม่
และหากช่องรายการทำผิดกฎหมายในเรื่องเนื้อหาใครจะเป็นผู้รับผิดชอบ ซึ่งประเด็นต่างๆ เหล่านี้ จะเป็นส่วนหนึ่งของบทวิเคราะห์เพื่อนำเสนอให้ที่ประชุม กสทช. ได้พิจารณาในการประชุมครั้งต่อไป
ส่วนในประเด็นยุติการใช้งานกิจการโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมในระบบ C-Band สำหรับการให้บริการ Direct to Home ซึ่งบอร์ด กสทช. เห็นชอบหลักการตามที่สำนักงาน กสทช. เสนอในกรณีที่มีการยุติการใช้งานในเดือนเมษายน 2572 และมอบหมายให้สำนักงาน กสทช. ดำเนินการจัดทำแผนการเปลี่ยนผ่านนั้น
ทางสำนักงานได้จัดเตรียมแผนสำหรับกิจกรรมใน 4 ส่วนด้วยกัน คือ การยุติการใช้งานสำหรับการให้บริการผู้รับชมทั่วไป (Direct to Home) เพื่อลดการรบกวนสัญญาณเมื่อนำคลื่นไปใช้ในกิจการโทรคมนาคมเคลื่อนที่สากล (IMT) แต่ยังสามารถใช้ในการกระจายสัญญาณทีวีดิจิทัลภาคพื้นดินสำหรับ MUX ได้
อย่างไรก็ตาม จะมีการส่งเสริมให้ผู้ชมทั่วไปย้ายไปใช้บริการทีวีดาวเทียมในระบบ KU-Band โดยจะส่งเสริมทั้งการปรับปรุงคุณภาพสัญญาณและเนื้อหาของรายการด้วย ซึ่งก็มีความเชื่อมโยงกับเนื้อหาของทีวีดิจิทัลภาคพื้นดินอยู่มาก
นอกจากนี้ ยังมีแผนสำหรับมาตรการเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบตั้งแต่ช่วงก่อนยุติการใช้งาน C-Band ตลอดจนช่วงแรกของเปลี่ยนผ่าน ซึ่งคาดว่าน่าจะอยู่ในช่วงปี 2573 ส่วนกิจกรรมที่ 4 คือการประชาสัมพันธ์ให้เกิดการรับรู้และความเข้าใจถึงการยุติบริการ การเยียวยาและการเปลี่ยนผ่านทั้งหมดก็เป็นเรื่องที่สำคัญไม่แพ้กัน
สำหรับความคืบหน้าและการดำเนินการเกี่ยวกับประกาศ กสทช. เรื่องมาตรการส่งเสริมการรวมกลุ่มของผู้รับใบอนุญาตผู้ผลิตรายการ และผู้ประกอบวิชาชีพสื่อสารมวลชนเกี่ยวกับกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ.2567 นั้น ขณะนี้พบว่ามีผู้แสดงความจำนงที่จะจดแจ้งองค์กรวิชาชีพเข้ามาแล้ว 8 กลุ่ม/องค์กรด้วยกัน
แต่อาจจะยังมีความขลุกขลักบางประการเกี่ยวกับองค์ประกอบของคณะกรรมการควบคุมจริยธรรมของแต่ละองค์กร และสถานะความเป็นนิติบุคคลขององค์กรในกรณีที่ต้องการขอรับการสนับสนุนตามประกาศฯ ทั้งนี้ ทางสำนักงาน กสทช. ก็ได้ช่วยกันคิดหาทางที่จะช่วยให้การดำเนินการเป็นไปได้อย่างรวดเร็วที่สุด เชื่อว่าจะมีการจดแจ้งได้สำเร็จภายในปีนี้
ส่วนในเรื่องการส่งเสริมคุณภาพเนื้อหารายการผ่านการประเมิน social credit นั้น เราเริ่มต้นกันที่รายการข่าวเนื่องจากเป็นประเภทของรายการที่ได้รับเรื่องร้องเรียนมามากที่สุด ในตอนนี้คณะทำงานได้พิจารณาเกณฑ์การพิจารณาเนื้อหารายการ ประเภทรายการข่าว เสร็จเรียบร้อยแล้ว
มีการจัดทำคู่มือการประเมินคุณภาพเนื้อหารายการข่าวตลอดจนระบบและapplication ในการเข้ามาประเมินและจะมีการจัดอบรมให้ความรู้สำหรับผู้ที่จะเข้ามาประเมิน social credit ทั่วประเทศ ทั้งนี้ จะมีการรับฟังความคิดเห็น focus group กับทางอุตสาหกรรมต่อไป
ในส่วนของการส่งเสริมให้เกิดช่องทางที่หลากหลายในการเข้าถึงบริการกระจายเสียงและโทรทัศน์ โดยพัฒนาแนวทางการจัดให้มีแพลตฟอร์มกลางของประเทศ สำหรับโทรทัศน์ภาคพื้นดินและวิทยุกระจายเสียงนั้น
นอกจาก National Streaming Platform ที่ทางสำนักงาน กสทช. ได้เคยศึกษาแนวทางการพัฒนาเอาไว้และเรื่องยังคงเป็นวาระค้างพิจารณาในที่ประชุมบอร์ดแล้ว
ทางสำนักงาน กสทช. ก็ได้ศึกษาแนวทางการพัฒนา Hybrid Broadcast Broadband TV (HbbTV) ที่ทาง อสมท. กำลังนำร่องในการทดลองทดสอบด้วยเช่นกัน และในช่วงปลายปีก็จะมีวิทยากรจากยุโรปมาให้ความรู้เกี่ยวกับ HbbTV และระบบ DVB-I เพิ่มเติม
อย่างไรก็ตาม ในที่สุดแล้วผู้ประกอบกิจการในอุตสาหกรรมก็จะต้องมีส่วนร่วมในการตัดสินใจเกี่ยวกับทิศทางการพัฒนาในอนาคตด้วย
ส่วนเรื่องระบบกระจายภาพและเสียงเพื่อแจ้งเตือนภัยพิบัติหรือเหตุฉุกเฉินผ่านโครงข่ายทีวีดิจิทัล (Emergency Warning System: EWS) ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่รอการพิจารณาของบอร์ด กสทช. หากร่าง TOR ได้รับความเห็นชอบ ก็พร้อมที่จะเปิดให้โครงข่ายMUXที่มีความพร้อมยื่นขอรับการสนับสนุนในการพัฒนาระบบให้ใช้งานได้จริงเต็มรูปแบบ
นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งที่ขอหยิบยกมาเล่าให้ฟัง ยังมีเรื่องอื่นๆ อีก เช่น ความคืบหน้าและการดำเนินการเกี่ยวกับประกาศ กสทช. เรื่องหลักเกณฑ์การสนับสนุนการผลิตรายการที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมในกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ.2568
ความคืบหน้าและการดำเนินการเกี่ยวกับงานด้านกำกับดูแลและจริยธรรม ติดตามเรื่องการพัฒนา Trusted Media Ecosystem ต่อเนื่องตลอดจนการจัดสัมมนาโต๊ะกลมกับหน่วยงานภาครัฐเพื่อร่วมกันส่งเสริมและกำกับดูแลให้เกิดระบบนิเวศสื่อที่น่าเชื่อถือ ที่จะมีขึ้นในเดือนตุลาคมที่จะถึงนี้
ขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกท่านที่ได้มุ่งมั่น ตั้งใจช่วยกันคิด ช่วยกันทำ เพื่อขับเคลื่อนงานด้านกิจการโทรทัศน์ตามภารกิจและเพื่อประโยชน์ที่แท้จริงของสังคมไทย ไม่ว่าหลังจากวันที่ 1 ก.ย. นี้ประเด็นที่เราหารือกันเมื่อวันที่ 21 ส.ค. จะมีสถานะเป็นอย่างไรก็ตาม หวังว่าจะยังร่วมมือร่วมใจและตั้งใจทำงานที่เรามีพันธกิจต่อประเทศชาติกันต่อไปค่ะ

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา