
"...จังหวัดเลยกำลังพัฒนาการทำงานในลักษณะ พื้นที่ทดลองสร้างนิเวศสุขภาวะ โดยเชื่อมโยงตั้งแต่ระดับบุคคล ครอบครัว ชุมชน หน่วยงาน ไปจนถึงระดับนโยบาย ภายใต้เป้าหมาย “จังหวัดเลยน่าอยู่” โดยมี ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดเลย นายชัยพจน์ จรูญพงศ์ เป็น ผู้นำการสร้างนิเวศสุขภาวะ..."
จาก “ช่วยคนจมน้ำ” สู่ “สร้างรั้วไม่ให้คนตกน้ำ”
ระบบสุขภาพของประเทศไทยประสบความสำเร็จอย่างสำคัญจากการสร้างหลักประกันสุขภาพ ทำให้ประชาชนเข้าถึงการรักษาโดยไม่ต้องล้มละลายจากค่ารักษาพยาบาล แต่โจทย์ของระบบสุขภาพในวันนี้ไม่ได้มีเพียงการรักษาคนที่เจ็บป่วย เพราะภาระโรคและค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
หากเปรียบระบบสุขภาพเป็นการช่วยคนที่ “จมน้ำ” การรักษาย่อมเป็นสิ่งจำเป็น แต่หากยังมีคนตกน้ำอย่างต่อเนื่อง การเพิ่มจำนวนคนช่วยย่อมไม่เพียงพอ สิ่งที่ต้องทำควบคู่กันคือ สร้างรั้วป้องกัน จัดระบบเฝ้าระวัง และทำให้คนว่ายน้ำเป็น นี่คือความหมายของการขยับจากการรักษาและป้องกันโรค ไปสู่ การสร้างเสริมสุขภาพ ที่ทำให้ประชาชนมีความรู้ ทักษะ และความสามารถในการดูแลสุขภาพของตนเอง
แต่การทำให้คน “ว่ายน้ำเป็น” เพียงอย่างเดียวก็ยังไม่พอ เพราะคนไม่ได้จมน้ำจากตัวบุคคลเพียงอย่างเดียว
สุขภาพดีต้องสร้างทั้ง “คน” และ “สภาพแวดล้อม”
ปัจจัยเสี่ยงในปัจจุบันมีความซับซ้อนมากขึ้น ทั้งสุรา บุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้า ยาเสพติด การพนัน รวมถึงความเสี่ยงจากเทคโนโลยีและสังคมดิจิทัล ปัจจัยเหล่านี้เชื่อมโยงกับครอบครัว เศรษฐกิจ สังคม การตลาด และสภาพแวดล้อม โดยเฉพาะในเด็กและเยาวชน
ดังนั้น การสร้างสุขภาพจึงไม่สามารถฝากไว้กับการปรับพฤติกรรมของบุคคลเพียงอย่างเดียว แต่ต้องสร้าง “นิเวศสุขภาวะ” ที่ทำให้การมีสุขภาพดีเป็นทางเลือกที่ง่ายและเป็นไปได้สำหรับทุกคน
แนวคิดนี้สอดคล้องกับกรอบการสร้างเสริมสุขภาพ ในคำประกาศออตตาวา (Ottawa Charter) ที่ให้ความสำคัญทั้งนโยบายสาธารณะ สิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาพ การมีส่วนร่วมของชุมชน การพัฒนาทักษะบุคคล และการปรับระบบบริการสุขภาพ

สสส. : จากการลดปัจจัยเสี่ยง สู่การร่วมสร้างนิเวศสุขภาวะ
พระราชบัญญัติกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ พ.ศ. 2544 กำหนดให้ สสส. มีภารกิจในการสร้างเสริมสุขภาพและลดปัจจัยเสี่ยงของประชาชน ทั้งการส่งเสริมสุขภาพ การสร้างความตระหนัก การรณรงค์ การสนับสนุนองค์ความรู้และการวิจัย การพัฒนาศักยภาพชุมชนและภาคี ตลอดจนการสนับสนุนกิจกรรมที่นำไปสู่สุขภาวะทางกาย จิต ปัญญา และสังคม ดังนั้น การสร้างนิเวศสุขภาวะ จึงครอบคลุมการสนับสนุนภารกิจ ของ สสส.
ขับเคลื่อน “กลไก เกราะป้องกัน และ กติกา” เพื่อสร้างนิเวศสุขภาวะ
ภายใต้ปัจจัยเสี่ยงที่ซับซ้อนขึ้น การรณรงค์ให้คน “ไม่ทำ” สิ่งที่เป็นอันตราย จึงไม่เพียงพอ แต่ต้องร่วมกับพื้นที่สร้าง เงื่อนไขที่ทำให้คนสามารถ “ทำสิ่งที่ดีต่อสุขภาพ” ได้สะดวกและง่ายขึ้น สสส สามารถสร้างนิเวศสุขภาวะ โดยการขับเคลื่อนการสร้างเสริมสุขภาพ ผ่าน 3 เรื่องสำคัญ ได้แก่
หนึ่ง สร้างกลไก สิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาวะ ลดการเข้าถึงปัจจัยเสี่ยง สร้างพื้นที่ปลอดภัย และพัฒนากติกาของชุมชน
สอง สร้างเกราะป้องกันทางสังคม โดย ครอบครัว ชุมชน และภาคีในพื้นที่เป็นกลไกดูแลเด็ก เยาวชน และประชาชนกลุ่มเสี่ยง
สาม สร้างกติกา เปลี่ยนบทเรียนจากพื้นที่สู่นโยบายสาธารณะ จาก “พื้นที่คิด–พื้นที่ทำ–เกิดต้นแบบ–ถอดบทเรียน–ขยายผล” ไปสู่การยกระดับเป็นนโยบาย
การขับเคลื่อนทั้งหมดนี้ จะทำให้ได้ ข้อมูลนิเวศสุขภาวะ ที่ทำให้ทุกฝ่ายเห็นปัญหา กลุ่มเสี่ยง จุดเสี่ยง และเป้าหมายเดียวกัน เพื่อเปลี่ยนจาก “ต่างคนต่างทำ” เป็น เห็นปัญหาร่วม วางเป้าหมายร่วม ทำงานร่วม และวัดผลร่วมกัน

ผู้นำการสร้างนิเวศสุขภาวะจังหวัดเลย
จังหวัดเลยกำลังพัฒนาการทำงานในลักษณะ พื้นที่ทดลองสร้างนิเวศสุขภาวะ โดยเชื่อมโยงตั้งแต่ระดับบุคคล ครอบครัว ชุมชน หน่วยงาน ไปจนถึงระดับนโยบาย ภายใต้เป้าหมาย “จังหวัดเลยน่าอยู่” โดยมี ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดเลย นายชัยพจน์ จรูญพงศ์ เป็น ผู้นำการสร้างนิเวศสุขภาวะ
ในฐานะผู้นำของจังหวัด ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย มีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะการสร้างนิเวศสุขภาวะต้องอาศัยการประสานพลังของทั้งระบบ ท่านผู้ว่าฯ ได้ประกาศนโยบาย “รวมพลังทุกภาคส่วน สู่จังหวัดเลยแห่งความปลอดภัยและคุณภาพชีวิตที่ดี” ซึ่งเป็นการวางทิศทางให้ภาคีต่างๆ ร่วมกันขับเคลื่อนจาก MOU ไปสู่การปฏิบัติจริง
การจัดทำ บันทึกข้อตกลงความร่วมมือ หรือ MOU ขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะจังหวัดเลย ในวันที่ 1 กันยายน 2569 ภายใต้แนวคิด “จังหวัดเลยน่าอยู่ งานบุญประเพณีปลอดเหล้า ขับขี่ปลอดภัย และปกป้องเด็กและเยาวชนจากปัจจัยเสี่ยง” จึงไม่เป็นเพียงพิธีลงนาม แต่เป็นจุดเริ่มต้นของการรวมพลังของทุกภาคส่วนในจังหวัดเลยให้เดินไปในทิศทางเดียวกัน
ภาคีเครือข่าย สสส.ร่วมสร้างนิเวศสุขภาวะ
ศูนย์ประสานงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคอีสานตอนบน ซึ่งเป็นภาคีขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะจังหวัดเลย และ เป็นภาคีเครือข่ายที่ได้รับการสนับสนุนจาก สสส. ได้นำเสนอ “ทิศทางการขับเคลื่อนจังหวัดเลยน่าอยู่” โดยมีประเด็นความร่วมมือสำคัญ 6 ประการ ได้แก่ การบังคับใช้กฎหมายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ การปกป้องเด็กและเยาวชนจากปัจจัยเสี่ยง การลดอุบัติเหตุทางถนนและ “เมาไม่ขับ–ขับขี่ปลอดภัย” การจัดงานบุญประเพณีปลอดปัจจัยเสี่ยง การส่งเสริมบุคคลและองค์กรต้นแบบ การสื่อสารสาธารณะและการมีส่วนร่วมของประชาชน

จาก “จังหวัดลดความเสี่ยง” สู่ “จังหวัดที่คนอยากมาอยู่”
เป้าหมายของ “จังหวัดเลยน่าอยู่” จึงไม่หยุดอยู่ที่การลดจำนวนผู้ดื่ม ผู้สูบ หรือผู้เกี่ยวข้องกับปัจจัยเสี่ยง แต่ไปไกลกว่า คือ สร้างจังหวัดที่มีระบบและสภาพแวดล้อมเอื้อต่อการมีสุขภาพดี
มีชุมชนที่เข้มแข็ง ครอบครัวที่มีพลัง เด็กและเยาวชนมีพื้นที่ปลอดภัย มีกติกาที่ปกป้องประชาชน มีระบบเฝ้าระวัง และมีทุกภาคส่วนร่วมรับผิดชอบต่อสุขภาวะ
จากเดิมที่สังคมต้องคอยช่วยคนที่ “จมน้ำ” เรากำลังเปลี่ยนมาเป็นการ สร้างรั้วไม่ให้คนตกน้ำ สอนให้คนว่ายน้ำเป็น และสร้างสังคมที่ทุกคนมีภูมิคุ้มกัน
เป็นการเปลี่ยนจาก “วงจรปัจจัยเสี่ยง” สู่ “วงจรสร้างสุขภาวะ”
เมื่อ จังหวัดเลยสามารถทำให้การมีสุขภาพดีเป็นเรื่องง่าย ปลอดภัย และ เป็น นิเวศวิถีชีวิตของผู้คนในเมืองเลยแล้ว คำว่า “ให้คนมาอยู่ที่เลย เพราะเลยน่าอยู่” จะไม่ใช่เพียงคำขวัญ แต่ เป็นผลลัพธ์ของการสร้าง “นิเวศสุขภาวะ” ที่ได้เกิดขึ้นอย่างแท้จริง

บทความโดย :
รองศาสตราจารย์ เภสัชกร ดร.วิทยา กุลสมบูรณ์
1 กันยายน 2569
*บทความนี้ รองศาสตราจารย์ เภสัชกร ดร.วิทยา กุลสมบูรณ์ กรรมการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ และกรรมการบริหารแผนคณะที่ 1 ได้ข้อมูลประกอบจากการร่วมงาน พิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) การขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะจังหวัดเลย“จังหวัดเลยน่าอยู่ งานบุญประเพณีปลอดเหล้า ขับขี่ปลอดภัย และปกป้องเด็กและเยาวชนจากปัจจัยเสี่ยง” วันอังคารที่ 1 กันยายน 2569 ณ ห้องประชุมศรีสองรัก ชั้น 5 ศูนย์ราชการจังหวัดเลย จังหวัดเลย
*ความคิดเห็นในบทความ เป็น ความเห็นส่วนบุคคล ไม่ผูกพันองค์กร*

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา