
"...โครงการพัฒนาถนนวิภาวดีรังสิต จึงมีจุดประสงค์ในการแก้ไขปัญหาด้านการสัญจรจราจรกับแก้ปัญหาการระบายน้ำ ควบคู่กันไป โดยที่หน่วยราชการในพระองค์ได้น้อมนำพระบรมราโชบายมาประสานร่วมมือกับหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภาครัฐ และเอกชน..."
ถนนวิภาวดีรังสิต คือ “ซูเปอร์ไฮเวย์” สายแรกของประเทศ เมื่อจะกล่าวถึงพลันก็ได้ยินเสียงของ หงา คาราวาน แว่วมา มีท่อนหนึ่งว่าดังนี้
...บนถนนหนทางซูเปอร์ไฮเวย์
หนุ่มพเนจรท่องไปตามฝัน
ฝันของเจ้าดูเลิศล้ำลาวัณย์
ฝันเจ้าฝันว่าโลกพิสุทธิ์เมลืองมลัง...
รัฐบาลเมื่อแรกสร้างถนนสายนี้ขึ้นก็คงจะฝันเช่นกัน คือให้เป็นถนนสายใหญ่ที่ปลอดโปร่งโล่งสบาย เดินทางได้คล่องแคล่ว รถวิ่งได้รวดเร็วตามใจคนขับสะดวกสบายไม่มีห้าม
แต่กาลเวลาผ่านไปกลับไม่เป็นเช่นนั้น
ถนนวิภาวดีรังสิตตั้งชื่อตามพระนามพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวิภาวดีรังสิต พระธิดากรมหมื่นพิทยาลงกรณ์ที่ สิ้นชีพตักษัยในเขตปฏิบัติงานของผู้ก่อการร้ายภาคใต้ เมื่อเกือบ 50 ปีก่อน ในขณะที่ถนนเส้นนี้สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2509เป็นทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 31
ก่อนอื่นอยากจะย้ำไว้ให้ไม่ลืมกันว่า กรมหมื่นพิทยาลงกรณ์ “ท่านพ่อ” ของพระองค์เจ้าวิภาวดีรังสิต นั้นก็คือพระองค์เจ้ารัชนี แจ่มจรัส หรือว่า นมส. นักประพันธ์ผู้โด่งดังท่านหนึ่งของประเทศนี้
ถนนวิภาวดีรังสิตสร้างเสร็จก็เปิดใช้ทันที เป็นเส้นทางสายหลักที่พุ่งขึ้นออกจากกรุงเทพฯ ที่สามเหลี่ยมดินแดงไป
จนถึงรังสิต เชื่อมเส้นทางขึ้นเหนือไปอีสาน รถในสมัยนั้นคงวิ่งกันอย่างคึกคะนองโลดโผนโจนทะยานไม่ต่างจากที่ได้เห็นกันในหนัง
มีผู้เปรียบเปรยไว้ว่า ถนนเส้นนนี้ไม่ต่างไปจากท่อส่งน้ำขนาดใหญ่ โดยที่รถแต่ละคันวิ่งด้วยความเร็วสูงพุ่งตรงไปข้างหน้าอย่างเดียว คล้าย ๆ กับความฝันในเพลงของหงา คาราวาน ที่ยกมาทำนองนั้น
ถนนวิภาวดีรังสิตมีประวัติจัดแสดงไว้ที่พิพิธภัณฑ์กรมทางหลวง นี่ก็เพิ่งรู้ว่ามีพิพิธภัณฑ์นี้อยู่ แล้วยังมีพิพิธภัณฑ์กรมทางหลวงชนบท ตั้งอยู่ที่แถวบางเขนหลักสี่อีก ที่ตั้งจัดแสดงอุปกรณ์เครื่องมือเครื่องจักรในการทำทางสร้างถนน เอาไว้ให้คนที่ไปดูตื่นตาตื่นใจเมื่อได้เห็น
พิพิธภัณฑ์กรมทางหลวงบอกว่า ถนนวิภาวดีรังสิตที่เปิดใช้มาแล้วนานเกือบ 60 ปี เป็นถนนที่เกิดขึ้นในโครงการพัฒนารังสิตร่วมมือระหว่างไทยกับสหรัฐอเมริกา แบบเดียวกับถนนมิตรภาพ ที่บัดนี้ก็ไม่ต่างจากคนที่ต้องร่วงโรยไปตามกาลเวลา ไม่มียกเว้นทั้งคนสัตว์สิ่งของอย่างถนนหนทางนี้ก็เช่นกัน
ถนนสายนี้ครั้งหนึ่งเคยใช้เป็นที่ประลองความเร็วของรถยนต์ ก็คงเป็นได้แต่ในจินตนาการเท่านั้น
เกิดอะไรขึ้นกับถนนวิภาวดีรังสิต
ถนนเส้นนี้จากใจกลางของเมืองหลวง แม้ว่าจะมีความยาวแค่ 23 กิโลเมตรเศษ ๆ แต่ก็นับเป็นถนนที่เป็น เส้นเลือดทางเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศผ่านทั้งสนามบิน และชุมทางรถไฟแห่งใหม่ ผ่านมหาวิทยาลัย ศูนย์การค้า และตลาดนัดใหญ่อย่างสวนจตุจักร ฯลฯ
แน่นอนที่สองฟากทางจะต้องเต็มไปด้วยตึกสูงอาคารใหญ่โตสารพัดรูปแบบของเมืองยุคใหม่ ที่เติบโตขึ้นพร้อม ๆ กับปัญหายอดนิยมอันแก้ไม่ตกก็คือ ปัญหาจราจรประเภทฝนตกรถติด
คลองสองข้างทางถนนวิภาวดีรังสิตที่มีการขยายตัวของชุมชนอย่างต่อเนื่องตลอดมา ทำให้เกิดการจราจรติดขัด ทั้งขาเข้าและขาออกจากเมืองคือ ติดทั้งเช้าค่ำ และมีแถมสายบ่ายเย็นอีกต่างหาก
รถติดหนักแบบสะสมจนไม่รู้ว่าจะนับได้ยังไง
โดยเฉพาะอย่างยิ่งในฤดูฝน ถ้ามีฝนตกหนักก็จะเกิดน้ำท่วม “น้ำรอระบาย” ที่ไม่มีวันจะรู้ว่า เมื่อไรจะระบายออกไปได้หมด และยิ่งมีการซ่อมถนนหนทาง สะพาน คู เป็นไม่ต้องกล่าวถึง
นอกจากนี้แล้ว ถนนเส้นนี้ยังมีรถบรรทุกวิ่ง เบียดแซงไปมากับรถสารพัดชนิด ก็ยิ่งเป็นการทับถมปัญหาให้หนักหนาเข้าไปอีก จนสุดที่จะเยียวยาแก้ไข
โครงการพระราชดำริตามพระบรมราโชบาย พัฒนาถนนวิภาวดีรังสิตจึงนับเป็นโครงการลำดับ 2 ถัดมาจากโครงการพัฒนาคลองเปรมประชากรในพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10
เพื่อ “สืบสาน รักษา และต่อยอด” ดังพระราชปณิธาน
พื้นที่รับน้ำถนนสายนี้มีความตื้นเขินมาตามอายุใช้งาน เมื่อเกิดสิ่งก่อสร้างมาขวางทางน้ำมากขึ้นเรื่อย ๆ จึงได้เกิดน้ำท่วมแบบฉับพลันขึ้นบ่อยครั้ง อีกทั้งการบริหารจัดการน้ำของกรุงเทพมหานครของถนนสายนี้ก็เป็นแบบระบบปิด ต้องใช้สถานีสูบน้ำ ดันน้ำออกจากถนน จึงไม่ทันการณ์ทันปัญหา
โครงการพัฒนาถนนวิภาวดีรังสิต จึงมีจุดประสงค์ในการแก้ไขปัญหาด้านการสัญจรจราจรกับแก้ปัญหาการระบายน้ำ ควบคู่กันไป โดยที่หน่วยราชการในพระองค์ได้น้อมนำพระบรมราโชบายมาประสานร่วมมือกับหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภาครัฐ และเอกชน
จากรายงานที่ปรากฏอยู่ในหนังสือ “สายน้ำแห่งชีวิต” โครงการพระราชดำริตามพระบรมราโชบาย เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 มีโดยย่อดังนี้ว่า
การดำเนินการได้แบ่งออกเป็น 3 ระยะ คือ ระยะที่ 1 วางระบบท่อระบายน้ำเชื่อต่อเส้นทางน้ำไหลให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เช่น สร้างท่อลอดใตถนนทั้งสองฝั่ง ขยายขนาดท่อน้ำเดิมเพื่อการระบายน้ำ พร้อมกับติดตั้งโรงสูบน้ำเพิ่มขึ้น
ระยะที่ 2 ปูคอนกรีตปรับทางระบายน้ำใหม่ให้กักเก็บน้ำได้มากขึ้น คล้ายแก้มลิงตั้งแต่บริเวณถนนดินแดงไปจนถึงแยกลาดพร้าว
ปรับปรุงภูมิทัศน์บริเวณด้านข้างตั้งแต่ป้ายรถเมล์และให้มีทางวิ่ง ทางจักรยาน และประดับต้นไม้ดอกไม้ไว้ให้สง่างามดูดีเจริญหูเจริญตา มีกล้องวงจรปิดติดไฟสว่างไสว เป็นต้น
ทั้งหมดนี้ ก็เพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชนได้รับความปลอดภัยสูงสุด
ถนนวิภาวดีรังสิตอาจไม่กลับมาเป็น “ซูปเปอร์ไฮเวย์” เหมือนกับเมื่อแรกสร้าง แต่ด้วยน้ำพระราชหฤทัย พร้อมด้วยพระราชปณิธานที่ทรงตั้งไว้ก็ช่วยลดปัญหาให้กับถนนสายนี้ได้มากมาย เช่นลดปัญหาน้ำท่วม ลดปัญหาการจราจรติดขัด พร้อมกับช่วยให้ชุมชนต่าง ๆ ในบริเวณนี้ได้มีชีวิตที่สะดวกสบายขึ้น และจะเข้มแข็งยั่งยืนไปอีกยาวนาน
ด้วยเดชะพระบารมีของพระมหาสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวโดยแท้
บทความโดย :
วิมลพรรณ ปีตธวัชชัย

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา