
นิยายเรื่องแสนแสบเป็นบทประพันธ์ของไม้ เมืองเดิม ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 อันเป็นที่รู้จักดีของนักอ่านทุกรุ่น สำหรับความรักความอาลัยที่มีให้กับ “ไอ้ขวัญ - อีเรียม” หนุ่มสาวชาวนาแห่งท้องทุ่งทั้งสองนั้น
คลองแสนแสบเป็นคลองสำคัญสายหนึ่งของกรุงรัตนโกสินทร์ ทั้งในทางยุทธศาสตร์และเศรษฐกิจของประเทศ เป็นคลองที่มี Story หรือเรื่องเล่ามากมาย
คลองแสนแสบขุดขึ้นจากคลองมหานาคในแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 เชื่อมแม่น้ำเจ้าพระยาเข้ากับแม่น้ำบางปะกง เพื่อใช้เป็นเส้นทางเดินทัพขนเสบียงในการศึกสงครามในขณะนั้น
ในขณะที่คลองมหานาคที่มีมาแต่เดิมขุดขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 1 ที่กล่าวกันว่ามีเป้าหมายสำคัญเพื่อเป็นการรำลึกนึกถึงความหลังครั้งกรุงเก่าโดยเฉพาะ คือให้เป็นที่เล่นเพลงสักวาเมื่อฤดูน้ำหลากในช่วงเวลาที่กรุงศรีอยุธยากำลังรุ่งเรือง
คลองทุกสายกล่าวได้ว่า คือ นิทานของประเทศ
ประวัติของคลองแสนแสบมีเรื่องเล่านับตั้งแต่วิธีการขุดคลองในสมัยเก่าก่อนเอาไว้ว่า เมื่อแรกใช้กระบือ (ควาย) ลงไปย่ำในเลนโคลนที่ขุดไว้ก่อน เพื่อให้คลองลึก ต่อจากนั้นถึงได้ใช้แรงงานหลักคือ แรงงานคนจีนรับจ้าง ซึ่งได้เข้ามาอยู่แล้วตั้งแต่ครั้งสร้างกรุง
ผลประโยชน์ได้จากคลองแสนแสบกลับไม่ใช่การสงคราม แต่เป็นเรื่องของเศรษฐกิจโดยเฉพาะ ด้วยความยาวตลอดกว่า 70 กิโลเมตร ทำให้เกิดการค้าขายขึ้นล่องที่สำคัญในทางการเกษตร คือ การขนส่งน้ำตาล ข้าว และพืชผลอื่น ๆ อีกมากมาย
นอกจากนี้คลองแสนแสบยังทำให้เกิดคลองสายย่อยมากขึ้นนับกว่า 100 สาย ในการเดินทางไกลไปจนกว่าจะถึงแม่น้ำบางปะกงที่จะเปิดทาง ผ่านทุ่งกว้างมากมายทั้งสองฟากฝั่งคลองอันเป็นที่มาของตำนานต่าง ๆ
เช่น ทุ่งแสนแสบ ทุ่งบางกะปิของขวัญกับเรียม เป็นต้น
ทุ่งบางกะปิ กรุงเทพฯ มีมาแต่เดิมแต่ทุ่งแสนแสบเรียกตามแนวคลองสองฝั่งที่คลองนี้ผ่านเข้าไปในทุ่งบางกะปิจึงเป็นทุ่งกว้างใหญ่เชื่อมต่อกัน มีชาวไร่ชาวนาอาศัยทำมาหากินอยู่ในท้องทุ่งทั้งสองฟากฝั่งคลอง
นิยายเรื่องแสนแสบเป็นบทประพันธ์ของไม้ เมืองเดิม ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 อันเป็นที่รู้จักดีของนักอ่านทุกรุ่น สำหรับความรักความอาลัยที่มีให้กับ “ไอ้ขวัญ - อีเรียม” หนุ่มสาวชาวนาแห่งท้องทุ่งทั้งสองนั้น
ใครเลยจะคิดว่าท้องทุ่งทั้งสองนี้จะผ่านใจกลางของเมืองหลวงกรุงเทพฯ และกลายเป็นเส้นเลือดทางเศรษฐกิจที่สำคัญ และเต็มไปด้วยผู้คนชุมชนหนาแน่นอยู่อาศัย นับตั้งแต่ถนนสุขุมวิท เพชรบุรีตัดใหม่ อโศก บางกะปิ ลาดพร้าว บึงกุ่ม ฯลฯ
กว่า 180 ปี ที่คลองแสนแสบเกิดมา จึงเต็มไปด้วยปัญหามากมายเสียยิ่งกว่าคลองอื่น ๆ ในเมืองเดียวกัน
เพลง “แสนแสบ” ที่ยกมานั้นแต่งขึ้นใน ปีพ.ศ. 2503 โดย ชาลี อินทรวิจิตร และขับร้องโดย ชรินทร์ นันทนาคร ผู้ล่วงลับไปแล้วทั้งคู่ แต่เพลงยังอยู่ และยังคุ้นหูผู้ฟังเพลงในทุกรุ่นทุกวัย ยังไม่หายไปไหนหลายอย่าง
สังเกตจากเพลงนี้ ในเนื้อร้องที่ยกมาว่า
...อกพี่กลัดหนอง พี่หมองดั่งคลองแสนแสบคลองแสนแสบจึงน่าจะเน่าเสีย ไม่เป็นที่รื่นรมย์มาตั้งแต่ครั้งนั้นแล้ว
เรื่องเล่าจากคลองแสนแสบมีมากมาย โดยเฉพาะชื่อ คนสงสัยว่าคลองแสนแสบทำไมจึงแสนแสบ และได้มีอธิบายไว้บ้างว่า เป็นเพราะคลองมียุงชุมโดนกัดแล้วเจ็บแสบ บ้างว่าเพี้ยนมาจากภาษาเขมร ที่เป็นพวกแรงงานขุดคลอง และบ้างก็ว่า เพี้ยนมาจากภาษามลายูที่ถูกกวาดต้อนเข้ามาในสมัยนั้น และได้มาอาศัยอยู่ในย่านบริเวณนี้
คลองแสนแสบบางที่ก็เรียกคลองบางกะปิ ได้ผ่านกาลเวลามายาวนาน และไม่ใช่เป็นเพียงที่เล่นน้ำของไอ้ขวัญกับอีเรียมเท่านั้น แต่เป็นคลองสำคัญในการขนส่งข้าว น้ำตาล ที่เกิดจากท้องทุ่งหลายแห่งนับตั้งแต่ทุ่งพญาไท ทุ่งคลองตัน มีนบุรี หนองจอก ฯลฯ ได้ออกนำไปขายทั้งในและนอกประเทศ
ตามประวัติคลองแสนแสบได้เกิดการเปลี่ยนแปลงใหญ่ ในปีพ.ศ. 2551 เมื่อมีการเดินเรือเมล์ขึ้นล่อง พร้อมกับชุมชนสองข้างฝั่งคลองที่มีผู้อพยพเข้ามาอยู่มากขึ้น เช่น ชุมชนประตูน้ำ ชุมชนบ้านครัว วัดปทุมฯ คลองตัน วัดตึก บางเตย ฯลฯ ทั้งคนเก่าคนใหม่มาแออัดกันอยู่ทั้งสองฟากฝั่งคลอง
คลองแสนแสบที่ “หมอง” อยู่แล้ว ก็ยิ่งหนักหนาสาหัส
ปัญหาคลองแสนแสบเกิดขึ้นมาทั้งจากชุมชนผู้อยู่อาศัย บ้านเรือนและโรงงานที่อยู่สองฟากฝั่ง ทั้งทิ้งขยะ ปล่อยของเน่าเสียลงคลองทำให้เกิดตื้นเขิน เน่าเหม็นจนกลายเป็นแหล่งที่สะสมมลพิษอันร้ายกาจแห่งหนึ่งของเมืองหลวง และบริเวณใกล้เคียง
จากการสำรวจแหล่งน้ำในคลองแสนแสบเน่าเสียมากถึงร้อยละ 70 ซ้ำยังรุกลามออกไปยังคลองแยกย่อยอื่น ๆ อีกนับเป็นร้อยสายดังที่กล่าว
คลองโอ่งอ่างก็เป็นอีกคลองหนึ่งที่เริ่มต้นจากคลองมหานาค เช่นเดียวกับคลองแสนแสบ แต่มีมาก่อนเพราะเป็นหนึ่งใน “คลองรอบกรุง” ที่ขุดขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 1
อดีตของคลองโอ่งอ่างรุ่งเรืองด้วยการค้าขายเครื่องดินเผาทุกประเภท โอ่งอ่าง ตุ่ม กระถาง ทำให้เกิดชื่อคลองดังที่กล่าว นับเป็นตลาดน้ำที่อยู่ใจกลางเมืองหลวง ทั้งย่านสะพานเหล็ก สำเพ็ง พาหุรัด มีเรือค้าขายขึ้นล่องไม่ขาดตอนตลอดมาเป็นศูนย์การค้าเครื่องปั้นทั้งในและนอกประเทศ
โดยเฉพาะเครื่องดินเผาจากเมืองจีนและที่อื่น ๆ จะว่าเป็นตลาดอินเตอร์ของโลกยุคเก่าก็ว่าได้
ถึงยุคเสื่อมโทรมร่วงโรย คลองโอ่งอ่างถูกทิ้งขนาดว่าได้กลายเป็นคลองระบายสำหรับน้ำเน่าเสียโดยเฉพาะ
ทั้งหมดนี้จึงถึงเวลาที่คูคลองทั้งหลายในเกาะรัตนโกสินทร์จะต้องได้รับการฟื้นฟูให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้งเช่นเดียวกับคลองแสนแสบ
บทความโดย :
วิมลพรรณ ปีตธวัชชัย

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา