
"...พื้นที่คลองหลายคลองได้กลายเป็นที่แสดงงานศิลปะ ตลาดหนังสือเก่า และดนตรีบนทางเท้า และทุกคลองที่ได้รับการบุรณะฟื้นฟูแล้ว จะมีงานศิลปะที่เรียกว่า สตรีทอาร์ตที่งดงาม มีชื่อเสียงออกไปไกลถึงต่างประเทศเลยทีเดียว..."
โครงการพระราชดำริตามพระบรมราโชบายพัฒนาคูคลองในเกาะรัตนโกสินทร์ และคลองแสนแสบในพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้เริ่มขึ้นมานับแต่ปีพ.ศ. 2564
ปัญหาที่เกิดขึ้นกับทุกคลองในกรุงเทพฯ หรือว่าในเมืองใหญ่ทั่วไป จะมีสภาพคล้ายกัน คือ เกิดสิ่งก่อสร้างรุกล้ำขวางทางน้ำ ทำให้คลองตื้นเขินและเกิดเน่าเสียจนใช้สัญจรไปมาไม่ได้
แม้ว่าจะมีบางคลองอย่างเช่นคลองแสนแสบที่พอจะมีเรือโดยสารวิ่งรับส่งไปมาได้ ก็กลายเป็นปัญหาขึ้นมาอีก คือ เรือหางยาวนอกจากจะส่งเสียงรบกวนบ้านเรือนสองฟากฝั่งอยู่ทั้งวันทั้งคืนแล้ว ยังก่อให้เกิดคลื่นน้ำซัดสาดใส่บ้านเรือน ทำให้ชาวบ้านต้องเดือดร้อนจมอยู่กับความทุกข์ที่มีทั้งมลพิษทางเสียง และมลพิษที่มาจากน้ำเน่าในคลอง เป็นที่น่าเวทนายิ่ง
5 ปีผ่านมาได้เปลี่ยนสายน้ำลำคลองและภูมิทัศน์สองฟากฝั่งของบรรดาคลองทั้งหลายที่ได้กล่าวมาแล้วนั้น มากน้อยอย่างไรลองมาดูกัน
การดำเนินงานที่ได้น้อมนำพระบรมราโชบายมาปฏิบัติเกิดขึ้นมาจากหน่วยงานหลายฝ่ายทั้งฝ่ายรัฐ และเอกชน รวมทั้งประชาชนชาวบ้านในชุมชนก็มีส่วนเข้าร่วมด้วย ปรับปรุงเรือโดยสารและท่าเรือหลายแห่งให้มีการจัดระเบียบใหม่สำหรับสิ่งปลูกสร้างที่รุกล้ำลำคลองปลอดภัยขึ้น และลดมลพิษของเสียงลงโดยให้เรือเครื่องยนต์ไฟฟ้าเข้ามาวิ่งมากขึ้น
ในขณะเดียวกันก็ปรับปรุงภูมิทัศน์กับพื้นที่ริมคลองทั้งสองฝั่งให้ดูดีมีชีวิตชีวา มีดอกไม้ ต้นไม้ที่ปลูกประดับแต่ง ใช้เครื่องสูบน้ำระบายน้ำระบายคลองให้ไหลคล่องและสะอาด และมีตลาดกลางคืนที่สว่างไสวไปด้วยแสงไฟและดนตรีเพลงขับกล่อม
สร้างทางเท้าคนเดินและทางรถจักรยานต่อเนื่องเชื่อมโยงไปยังคลองแต่ละแห่ง ที่อยู่ใกล้เคียงกัน
คลองหลอด คลองโอ่งอ่าง คลองบางลำพู คลองมหานาค ที่เมื่อก่อนคนเดินผ่านต้องเอามืออุดจมูกปาก เพราะกลิ่นเน่าเหม็นก็ค่อย ๆ คลายหายไป เหลือแม่น้ำใสสะอาดจนนั่งเรือเล่นชมวิวสองข้างฝั่งคลองได้อย่างรื่นรมย์ และสบายอกสบายใจ
พื้นที่ริมคลองหลายแห่ง ได้กลายเป็นที่จัดเลี้ยงมีงานปาร์ตี้ และดนตรีขับกล่อม พอหอมปากหอมคอ ได้เวลาก็กลับไปนอน ชาวบ้านริมคลองไม่เดือดร้อนแต่อย่างใด
ที่สำคัญชาวบ้านมีรายได้เพิ่มขึ้นจากตลาดแบกะดินที่มีสินค้าหลายอย่าง นับแต่ของที่ระลึก ไปจนถึงอาหารการกินแบบง่าย ๆ และเป็นกันเอง
การตกแต่งลำคลองและบ้านเรือนสองฟากฝั่งให้สะอาดงดงามไม่ใช่งานของศิลปินเดี่ยว แต่จะต้องเกิดขึ้นมาจากความร่วมมือร่วมใจของทุกฝ่าย และต้องใช้หน่วยงานมากมายหลายแห่งเข้ามาร่วมด้วยช่วยกัน ผลสำเร็จจึงบังเกิด
อย่างงานที่ได้ดำเนินตามพระบรมราโชบายนี้ ที่ต้องอาศัยพระบารมีและพระเมตตากรุณาอันหาที่สุดมิได้
พื้นที่คลองหลายคลองได้กลายเป็นที่แสดงงานศิลปะ ตลาดหนังสือเก่า และดนตรีบนทางเท้า และทุกคลองที่ได้รับการบุรณะฟื้นฟูแล้ว จะมีงานศิลปะที่เรียกว่า สตรีทอาร์ตที่งดงาม มีชื่อเสียงออกไปไกลถึงต่างประเทศเลยทีเดียว
คลองแต่ละคลองต่างก็มีอัตลักษณ์ และมีประวัติศาสตร์ของตนเองที่แตกต่างกันไป ปัจจุบันหลายคลองจึงกลายเป็นหมุดหมายของนักท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ทั้งในและนอกประเทศ ทำให้บรรยากาศคึกคักและมีชีวิตชีวา
คลองโอ่งอ่างมีชื่อเสียงเรื่องสตรีทอาร์ต จึงทำให้ย่านสะพานเหล็กสำเพ็ง พาหุรัด เยาวราช ฟื้นจากความสลบไสล และเป็นที่หมายตาของนักท่องเที่ยวอีกครั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องอาหารการกิน ที่รสชาติไม่เคยแปรเปลี่ยน
คลองโอ่งอ่างมีทางเดินเท้าที่ต่อเชื่อมไปยังคลองบางลำพู ที่ทุกวันนี้มีน้ำใสสะอาด นั่งเรือไฟฟ้าเที่ยวเล่นชมวิวสองฟากฝั่งคลองไปได้สบาย ๆ จะหาที่ไหนได้ อยู่ใจกลางเมืองนี่เอง
เช่นเดียวกันคลองหลอดและคูเมืองหลังการบำบัดเยียวยาด้วยกรรมวิธีต่าง ๆ แล้ว ก็เหลือแต่ลำคลองที่เต็มไปด้วยน้ำ
ใสสะอาด อากาศดี ทำให้ย่านวัดราชบพิธและย่านวัดเทพธิดา กลายเป็นถนนคนเดินที่ร่มรื่น และมีการแสดงงานศิลปะ จัดมหรสพอยู่สม่ำเสมอ
ทุกคลองในเกาะรัตนโกสินทร์กำลังฟื้นคืนกลับมามีชีวิตใหม่
ส่วนคลองแสนแสบเรื่องของคลองแสนแสบเป็นเรื่องยาวสมชื่อ ลำคลองที่ยาวกว่า 70 กิโลเมตร การบูรณะฟื้นฟูคลองแสนแสบจึงต้องใช้เวลานานมากกว่า 10 ปี ตามโครงการที่ได้วางไว้
อย่างไรก็ตามที่ได้บูรณะเสร็จแล้ว เช่นช่วงผ่านผ่านฟ้า โบ๊เบ๊ ประตูน้ำ อโศก ทองหล่อ คลองตัน รามคำแหง ก็มีส่วนทำให้นับตั้งแต่เขตพระนครไปจนถึงหนองจอก มีชีวิตชีวาคึกคักขึ้นมาอย่างทันที มีการขุดคลองลอกคลองใหม่ รวมทั้งการผันน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาเข้ามาทำให้สายน้ำในคลองไหลคล่องขึ้น และสะอาดสดใส มีการปรับภูมิทัศน์สองข้างฝั่งของคลองด้วยดอกไม้ดอกไร่ ไปพร้อมกับสร้างคุณภาพชีวิตของผู้ที่อยู่อาศัยให้ดีขึ้นอย่างยืนยงถาวรตามพระราชปณิธานที่มุ่งแก้ไขในสิ่งที่ผิดพลาดไม่ถูกต้องให้กลับมาดีงามขึ้น สำหรับพสกนิกรของพระองค์
ริมคลองแสนแสบหลายที่หลายแห่งที่เคยมืดมนได้กลับมาสว่างไสวเกือบในทุกค่ำคืน ที่มีงานรื่นเริงสนุกสนานในท่ามกลางแสงไฟและเสียงดนตรีปาร์ตี้ไม่เคยขาด
ชีวิตตามคลองแสนแสบก็เป็นอีกหมุดหมายหนึ่งของเมืองหลวงในการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ที่มีมานานนับเป็นร้อยปี
ริมคลองแสนแสบนั้นเป็นที่ตั้งของตำหนักวังสระปทุมหลังแรก เมื่อกว่าร้อยปีก่อน เมื่อครั้งที่สองฟากฝั่งคลองยังสงบร่มเย็น และก้องกังวาลด้วยเสียงนกร้อง มาบัดนี้การบูรณะฟื้นฟูแม้อาจไม่ทำให้บรรยากาศคืนกลับมาเหมือนเก่า แต่ก็จะสะกิดใจผู้คนทั้งหลายทุกเพศทุกวัยในวันนี้ ไม่ให้ลืมคลองสายนี้ ที่ยังคงไหลอยู่อย่างมีชีวิตชีวา
และแน่นอนว่า วิญญาณของ “ปู่ขวัญ ย่าเรียม” คงจะต้องดีใจที่ลูกหลานยังไม่ลืม
บทความโดย :
วิมลพรรณ ปีตธวัชชัย

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา