
"...อย่างไรก็ตาม “สระบ่อดินขาว” ที่ชาวบ้านในพื้นที่ตำบลช่องแคกับตำบลพรหมนิมิตเรียกได้ว่าได้กลายเป็นแหล่งกักเก็บน้ำขนาดใหญ่ที่สำคัญของชาวบ้านในเขตพื้นที่นำมาใช้ประโยชน์ทั้งบริโภค และอุปโภค โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการเกษตรกรรมอันเป็นอาชีพหลัก ชาวบ้านในชุมชนได้อาศัยใช้ประโยชน์สระบ่อดินขาวแห่งนี้เป็นน้ำกินน้ำใช้อยู่มาเป็นเวลานานพอควร จนกระทั่งเกิดปัญหาขึ้นอันเนื่องมาจากสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไป ด้วยการสร้างถนน ซ่อมทำทางรถไฟ และการถมดินปลูกสร้างอาคารที่อยู่อาศัยทั้งหลายก็ได้ปิดทางน้ำ อันเป็นเหตุให้ทางน้ำและสายน้ำของสระบ่อดินขาวอันกว้างขวางใหญ่ให้ต้องมีอันเป็นไป..."
เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563 พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 หลังครองราชย์ได้ 4 ปี พร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ได้เสด็จพระราชดำเนินไปทอดพระเนตรการดำเนินงานโครงการพัฒนาสระบ่อดินขาว
นับเป็นครั้งแรกที่เสด็จพระราชดำเนินไปทรงติดตามการดำเนินงานโครงการในพระราชดำริ
สระบ่อดินขาวอยู่ในพื้นที่ตำบลช่องแคกับตำบลพรหมนิมิตร อำเภอตาคลี จังหวัดนครสวรรค์
อำเภอตาคลีถูกยกฐานะให้เป็นอำเภอช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 และถูกใช้เป็นสนามบินของกองทหารญี่ปุ่น แต่ถ้าจะนับอายุจริง ๆ ตาคลีมีมาก่อนที่จะมีประเทศไทยเสียด้วยซ้ำ เพราะเป็นเมืองโบราณ เมืองจันเสนที่มีมาแต่ยุคทวารวดีโน่น
นักโบราณคดีบอกว่า อายุเมืองจันเสนของเมืองตาคลีอยู่ในช่วงระหว่าง 1500 - 3000 ปี
อำเภอตาคลีของนครสวรรค์นับเป็นอำเภอหนึ่งของประเทศที่ผ่านร้อนผ่านหนาว มีประวัติศาสตร์มายาวนาน ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นอำเภอที่คนไทยในยุคนั้นไม่มีใครที่จะไม่รู้จัก ในฐานะที่เป็นฐานทัพอเมริกันในช่วงสงครามเวียดนาม
ตาคลีในยุคนั้น เกลื่อนไปด้วยเงินดอลล่าร์ ทหารจีไอ, บาร์เหล้า โรงแรม และเมียเช่า นิยายที่โด่งดัง “ผู้หญิงคนนี้ชื่อ บุญรอด” ของ “โบตั๋น” ก็เกิดขึ้นที่ตาคลีนี้
กาลเวลาผ่านไปเมื่อสงครามเวียดนามยุติลง ตาคลีปัจจุบันแม้ว่าจะยังเป็นฐานกองบินที่สำคัญของกองทัพอากาศไทยอยู่ แต่ก็เงียบเชียบเงียบเหงาต่างจากวันก่อน ๆ มาก
จนกระทั่ง “ฟ้าห่มดิน”
โครงการพัฒนาสระบ่อดินขาวตามพระบรมราโชบายในพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่อยู่ในพื้นที่ตำบลช่องแคกับตำบลพรหมนิมิต อำเภอตาคลี สืบเนื่องมาจากว่าเมื่อปี พ.ศ. 2456 บริษัทปูนซิเมนต์ไทย จำกัด ซึ่งสังกัดกระทรวงพระคลังมหาสมบัตินั้นได้ทำการสำรวจพื้นที่ในตำบลช่องแค จำนวน 766 ไร่ พบว่าเป็นแหล่งดินขาวที่เป็นวัตถุดิบสำคัญในการผลิตปูนซีเมนต์ จึงได้ดำเนินการขุดดินขาวจากที่ดินบริเวณดังที่กล่าวนี้นำมาใช้อยู่จนกระทั่งถึง ปีพ.ศ. 2459 ถึงได้ย้ายไปยังที่แห่งใหม่ ที่บ้านหมอ สระบุรี ด้วยเห็นว่ามีระยะทางในการขนส่งรถไฟไปยังโรงงานผลิตที่บางซื่อ มีระยะทางที่ทำให้สิ้นเปลืองค่าขนส่งน้อยกว่า
การขุดดินขาวจากบ่อเดิมที่ตรงนี้จึงได้ยุติยกเลิกไป
อย่างไรก็ตาม “สระบ่อดินขาว” ที่ชาวบ้านในพื้นที่ตำบลช่องแคกับตำบลพรหมนิมิตเรียกได้ว่าได้กลายเป็นแหล่งกักเก็บน้ำขนาดใหญ่ที่สำคัญของชาวบ้านในเขตพื้นที่นำมาใช้ประโยชน์ทั้งบริโภค และอุปโภค โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการเกษตรกรรมอันเป็นอาชีพหลัก
ชาวบ้านในชุมชนได้อาศัยใช้ประโยชน์สระบ่อดินขาวแห่งนี้เป็นน้ำกินน้ำใช้อยู่มาเป็นเวลานานพอควร จนกระทั่งเกิดปัญหาขึ้นอันเนื่องมาจากสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไป ด้วยการสร้างถนน ซ่อมทำทางรถไฟ และการถมดินปลูกสร้างอาคารที่อยู่อาศัยทั้งหลายก็ได้ปิดทางน้ำ อันเป็นเหตุให้ทางน้ำและสายน้ำของสระบ่อดินขาวอันกว้างขวางใหญ่ให้ต้องมีอันเป็นไป
ปัญหาที่เกิดขึ้น คือทางน้ำเปลี่ยน ทำให้ปริมาณน้ำที่เคยไหลเข้าสระลดลงเรื่อย ๆ ทำให้ชาวบ้านในชุมชนในตำบลช่องแคกับตำบลพรหมนิมิตที่มีนับร่วมหมื่นคน ต้องได้รับความเดือนร้อน ด้วยน้ำไม่พอใช้เลี้ยงชีพเหมือนเช่นที่เป็นมาแล้ว ยังเกิดอุทกภัยตามมาซ้ำเติมด้วยอีก
คือภัยแล้งกับน้ำท่วม
เขียนมาถึงตรงนี้แล้วก็ให้นึกถึงกลอนของคุณเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ ที่ว่า
“น้ำท่วมแล้วน้ำแล้ง
น้ำนองหน้าสองตายาย” ...
พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้า เจ้าอยู่หัวพระองค์นี้ได้ทรงมีพระราชปณิธานไว้ว่า จะทรงรักษา สืบสาน และต่อยอดและได้ทรงตั้งพระทัยแน่วแน่ไว้ว่าจะมุ่งแก้ไขสิ่งผิดพลาดและสิ่งที่ไม่ดีไม่งามทั้งปวงนั้นให้ถูกต้องและชอบธรรมดีงามในที่สุด เมื่อความทราบถึงเรื่องนี้ โครงการนี้จึงได้เกิดขึ้นในเวลาต่อมา
จากรายการโทรทัศน์ที่ช่อง 5 ของกองทัพบกที่ได้นำเสนอ ได้เรียกโครงการพัฒนาสระบ่อดินขาวนี้ว่า “ฟ้าห่มดิน” ช่างไพเราะเสียจริง ๆ โครงการพระราชดำริตามพระบรมโชบายพัฒนาสระบ่อดินขาว จังหวัดนครสวรรค์ ได้เริ่มดำเนินการจากหน่วยราชการในพระองค์ได้น้อมนำพระบรมราโชบายมา โดยการเริ่มแก้ไขในปัญหาต่าง ๆ นับตั้งแต่การบริหารจัดการน้ำ การจัดการที่ดิน และการปลูกป่าปลูกต้นไม้อันเป็นต้นน้ำ และได้ประสานความร่วมมือกับหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภาครัฐและเอกชนอีกมากมาย
ที่สำคัญคือชาวบ้านชุมชนในพื้นที่ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาด้วย
ตามเอกสารที่ปรากฏอยู่มีดังต่อไปนี้คือ
1. ดำเนินการขุดลอกสระบ่อดินขาว โดยองค์การบริหารส่วนตำบลพรหมนิมิต
2. ดำเนินการขุดเจาะท่อลอดใต้รางรถไฟ ทำท่อน้ำเข้าจากบ่อหน่วงน้ำ ผ่านท่อลอดใต้รางรถไฟ เพื่อนำเข้ามาเติมในสระบ่อดินขาว โดยบริษัท ช. การช่าง จำกัด (มหาชน)
3. องค์การบริหารส่วนจังหวัดนครสวรรค์ ขุดลอกทางน้ำจากเขาวงมาลงสระบ่อดินขาว
4. ติดตั้งแผงพลังงานแสงอาทิตย์ และติดตั้งแทงค์น้ำ โดยบริษัทปูนซีเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน)
5. สำนักงานทรัพยากรน้ำบาดาล เขต 2 สุพรรณบุรี จากกรมทรัพยากรน้ำบาดาลได้ดำเนินโครงการพัฒนาน้ำบาดาล เพื่อการเกษตรแปลงใหญ่ในพื้นที่ โดยมีองค์การบริหารส่วนตำบลพรหมนิมิตรเป็นหน่วยงานคอยกำกับดูแล
นอกจากนี้แล้วก็มีกรมป่าไม้สาขานครสวรรค์ที่เข้ามาช่วยดูแลฟื้นฟูสภาพป่าเขาวง พร้อมกับบำรุงรักษาต้นไม้ ปลูกต้นไม้อย่างต่อเนื่องและกรมชลประทานจากโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาน้ำช่องแคโดยเฉพาะ ที่เข้ามาช่วยสร้างสถานีสูบน้ำปรับปรุงลำรางส่งน้ำและเปิดทางน้ำจากคลองชัยนาท ป่าสักให้ไหลเข้าสู่สระบ่อดินขาวได้สะดวกมากขึ้น
ทั้งหมดนี้ที่สุดแล้วก็คือการพัฒนาชุมชนให้มั่นคง แข็งแกร่ง และอยู่ยง ภายใต้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงตามพระบรมราโชบายที่วางไว้นั่นเอง
“ฟ้าห่มดิน” ที่อำเภอตาคลีจึงอบอุ่นยิ่งแล้ว
บทความโดย :
วิมลพรรณ ปีตธวัชชัย

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา