
"...เสน่ห์ของสีชังอยู่ที่สถานที่ท่องเที่ยวที่มีมากมายหลายแห่ง แม้จะเกาะเล็กๆ แต่ก็สมบูรณ์พร้อมมีทั้งวัดวังศาลเจ้าเก่าแก่กับตำบลริมทะเลที่สวยงามเรียบง่ายสะอาดและอากาศดี มีจุดชมวิวให้นั่งเล่นกินลมชมพระอาทิตย์ตก สวยงามมีสะพานไม้ขาวเก่าแก่คลาสสิคงดงาม แหลมถ้ำ เพิงผา ทั้งที่พักก็พร้อม โดยเฉพาะโรงแรมดีๆ มีมากกว่า 10 แห่ง..."
คลองแม่ข่า
คลองแม่ข่า เมืองเชียงใหม่ ตามประวัติเป็นคลองโบราณอายุมากกว่า 700 ปี ที่พญาเม็งรายทรงเลือกใช้เป็นหนึ่งในชัยภูมิเมื่อสร้างเมืองเชียงใหม่ขึ้น
คลองสายนี้ในอดีตได้รับใช้บ้านเมืองมาเป็นทั้งป้อมปราการ คูเมือง โอบล้อมเมืองเอาไว้และเป็นทางระบายน้ำสายสำคัญจากเมืองลงสู่แม่น้ำปิง
คลองแม่ข่ามีจุดเริ่มต้นจากต้นน้ำของลำน้ำแม่สาที่อำเภอแม่ริม ไหลผ่านตัวเมืองเขตเทศบาลนครเชียงใหม่ และไปสิ้นสุดที่บริเวณตำบลสบแม่ข่า อำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่ มีความยาว 31 กิโลเมตร
คลองแม่ข่าเป็นคลองธรรมชาติผ่านร้อนหนาวมายาวนาน และมีอายุมากยิ่งกว่าปู่ย่าตาทวดของเรา เมื่อหลายอย่างเปลี่ยนแปลงก็ต้องร่วงโรยเสื่อมโทรมลงเป็นเรื่องธรรมดา
จำต้องได้รับการฟื้นฟูแก้ไข
เมื่อไม่นานมานี้เองก่อนที่จะมีโรงงานและถนนตัดผ่าน คลองแม่ข่ายังคงสะอาดใส และอุดมสมบูรณ์ไปด้วยสัตว์น้ำอย่างกุ้งหอยปูปลา แต่เมื่อมีผู้คนที่ขาดความเคารพอพยพโยกย้ายกันเข้ามาอาศัยอยู่รอบๆ ลำคลองมากขึ้น การบุกรุกล้ำลำคลองก็เกิดขึ้นตามมา กีดขวางทางน้ำ ทำให้ลำคลองตื้นเขิน ซ้ำยังกลายเป็นที่ทิ้งขยะของพวกมักง่าย ทำให้เกิดเน่าเหม็นสิ้นสภาพ มีแต่พวกวัชพืชปกคลุม
คลองนอกจากว่า จะเน่าเหม็นแล้วยังเต็มไปด้วยสารเคมีอันเป็นพิษที่ใช้อยู่ตามไร่นา เช่นว่า ยาฆ่าแมลงไหลมาลงคลอง ซ้ำเติมให้หนักหนาเข้าไปอีก
ความพยายามที่จะเยียวยาฟื้นฟูลำคลองสายนี้จึงยากเย็นเกินกำลังที่ใครจะทำได้
ปัญหาของคลองแม่ข่าตามเอกสารระบุว่า ขาดความร่วมมือจากชุมชนชาวบ้าน และจากผู้ประกอบการโรงงานประเภทผู้ใหญ่ใจร้าย ชอบระบายน้ำเสียทิ้งลงคลอง จึงไม่มีหน่วยงานไหนที่จะยื่นมือเข้ามาช่วย และมีแต่ปล่อยให้แม่ข่าตายไป
จนกระทั่งถึงวันที่ร่มพระบารมีได้แผ่กางเข้ามาโอบอุ้มแม่ข่าไว้
“โครงการพระราชดำริตามพระบรมราโชบายพัฒนาคลองแม่ข่า จังหวัดเชียงใหม่” จึงเป็นอีกโครงการหนึ่งในการฟื้นฟูคืนชีวิตให้สายน้ำในพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 ที่หน่วยราชการในพระองค์ได้น้อมนำพระบรมราโชบายมาปฏิบัติ โดยร่วมมือประสานงานกับหน่วยงานทั้งหลาย ทั้งภาครัฐและเอกชน รวมทั้งทางจังหวัดเชียงใหม่และประชาชนชุมชนในพื้นที่ด้วย
มีดังต่อไปนี้
เริ่มแต่มีการจัดหาแหล่งน้ำต่างๆ ตามบริเวณใกล้เคียงเข้ามาช่วยเยียวยา แก้ไขวิกฤติน้ำในยามแล้ง โดยการผันน้ำจากลำน้ำอื่นเข้ามาเพิ่มปริมาณในลำคลองแม่ข่า และเพื่อเพิ่มศักยภาพในการระบายน้ำด้วยการจัดทำฝายดักน้ำ เป็นต้น
ต่อจากนั้นจึงได้มีการก่อสร้างระบบท่อระบายน้ำเสียพร้อมกับที่ทางเทศบาลนครเชียงใหม่ได้เข้ามาช่วยแก้ปัญหาการรุกล้ำของชาวบ้านชุมชนต่างๆ มิให้เกิดขึ้นอีก พอที่จะทำให้ลำคลองสามารถสัญจรไปมาได้สะดวกขึ้น
และที่สำคัญอื่นใดก็คือ การสร้างความเข้าใจและจิตสำนึกให้กับชุมชนชาวบ้านริมคลอง พร้อมกับที่ได้ติดตั้งเครื่องกับดักไขมันไว้ให้กับทุกบ้านช่องครัวเรือนตามริมคลอง เป็นอาทิ
คลองแม่ข่าจึงค่อยๆ ดีขึ้นทุกวันคืนโดยลำดับ
คลองแม่ข่า “ใต้ร่มพระบารมี” เริ่มพัฒนามาแต่ปี พ.ศ. 2561 และต่อเนื่องมาเรื่อย จนกระทั่งถึงปี 2565 มาดูสิว่าคลองแม่ข่าทุกวันนี้เป็นอย่างไร
คลองแม่ข่ากลายเป็นแลนด์มาร์คการท่องเที่ยวยอดฮิตของเมืองเชียงใหม่ปัจจุบัน ด้วยสองข้างของฝั่งคลองที่เต็มไปด้วยสีสันและแสงสีของชีวิตใหม่
คลองแม่ข่าวันนี้มีทางเดินเล่นและสะพานข้ามที่สวยงาม มีดอกไม้ดอกไร่ตกแต่งสองฟากฝั่งคลอง บ้านเรือนก็งดงามน่าดูขึ้น และมีตลาดคึกคักที่มากไปด้วยกิจกรรมหลากหลาย
มีของขายนับตั้งแต่อาหารพื้นเมืองไปจนถึงงานศิลปะ เป็นเสน่ห์ดึงดูดที่ให้นักท่องเที่ยวได้มาชมมิขาดสาย เหมือนกับสายน้ำลำคลองที่กำลังไหลคล่องอย่างสะอาดสุขสมให้ชีวิตชีวาทั้งสายตาและจิตใจ
คลองแม่ข่าเหมือนว่ากำลังจะรอรับเมืองเชียงใหม่ ที่กำลังใกล้จะเป็นมรดกโลกในเร็ววันนี้
เกาะสีชัง
กล่าวถึงเกาะสีชัง คนรุ่นเก่าคงจะแว่วเสียงเพลงลอยมาในทันทีที่มีความท่อนหนึ่งว่า
“สีชัง ชังแต่ชื่อ
เกาะนั้นหรือจะชังใคร
ขอแต่แม่ดวงใจ
อย่าชิงชังพี่จริงจัง..."
เพลงนี้เป็นพระราชนิพนธ์ล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ 6 เมื่อเสด็จเกาะสีชังในปี พ.ศ. 2457 ถึงปี พ.ศ. 2507 ครูแจ๋วหรือสง่า อารัมภีร์ ได้อัญเชิญพระราชนิพนธ์มาใส่ไว้ในเพลง และให้ มรว.ถนัดศรี สวัสดิวัฒน์ เป็นผู้ขับร้อง ท่านทั้งคู่เป็นศิลปินแห่งชาติผู้ล่วงลับไปแล้ว
แต่เพลงยังคงอยู่ในทุกรุ่นทุกสมัย สมดังคำกล่าวที่ว่า “ศิลปะยืนยาว”
จากประวัติความเป็นมา เกาะสีชังเป็นเกาะขนาดเล็กกลางอ่าวไทยที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ เพราะเคยเป็นสถานที่เสด็จปะพาสและประทับของพระเจ้าแผ่นดินแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ถึง 3 พระองค์
คือ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ผู้ทรงพระพราชนิพนธ์เพลงดังที่กล่าว
นอกจากนี้ เกาะสีชังยังเป็นที่เกิดสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าจุฑาธุชธราดิลก พระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 เกาะสีชังจึงเป็นเกาะเดียวที่มีเขตพระราชฐาน มีพระราชวังตั้งอยู่จนถึงทุกวันนี้
เกาะสีชังเป็นเกาะเล็กนิดเดียว มีประชากรนับได้แทบไม่ถึงหมื่นคน แต่มีนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวเกาะสีชังในแต่ละปีนับเป็นแสนคน
สีชังถูกยกเป็นอำเภอ ในปีพ.ศ. 2537 ขึ้นกับจังหวัดชลบุรี และนับเป็นอำเภอที่เล็กที่สุดของประเทศ มี 7 หมู่บ้าน และมีเกาะอยู่ในทะเลมากถึง 8 เกาะ
เสน่ห์ของสีชังอยู่ที่สถานที่ท่องเที่ยวที่มีมากมายหลายแห่ง แม้จะเกาะเล็กๆ แต่ก็สมบูรณ์พร้อมมีทั้งวัดวังศาลเจ้าเก่าแก่กับตำบลริมทะเลที่สวยงามเรียบง่ายสะอาดและอากาศดี มีจุดชมวิวให้นั่งเล่นกินลมชมพระอาทิตย์ตก สวยงามมีสะพานไม้ขาวเก่าแก่คลาสสิคงดงาม แหลมถ้ำ เพิงผา ทั้งที่พักก็พร้อม โดยเฉพาะโรงแรมดีๆ มีมากกว่า 10 แห่ง
สีชังเป็นเกาะที่เกิดมาเพื่อการท่องเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจจริงๆ
ปัญหาของสีชังอยู่ที่การขาดแคลนน้ำจืด และขยะล้นเกาะ
จังหวัดชลบุรีเคยประกาศให้เกาะสีชังเป็นพื้นที่ประสบภัยแล้ง คือ มีแหล่งน้ำไม่พอ ฝนตกน้อย ในแต่ละปีจึงต้องแก้ ซึ่งเป็นพื้นที่ประสบภัยแล้ง ปัญหาด้วยการใช้เงินไปปีละหลายแสนบาท เพื่อซื้อน้ำให้คนสีชังกิน
ส่วนขยะมาจากทุกทิศทางและสถานที่ทั้งทางทะเล โรงแรม รีสอร์ท ชุมชนและร้านค้าขาย
ไฟฟ้าก็ไม่พอใช้ พลังงานไฟฟ้าบนเกาะเล็กนิดเดียว ไม่พอกับการบริการอันกว้างขวางใหญ่โตเพื่อการท่องเที่ยวที่มีอยู่บนเกาะ
เกาะสีชังจึงนับเป็นอีกหนึ่งในโครงการ “คืนชีวิตให้สายน้ำ” ของพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว คือ “โครงการพระราชดำริตามพระบรมราโชบาย พัฒนาเกาะสีชัง จังหวัดชลบุรี” ที่หน่วยราชการในพระองค์ได้น้อมนำมาปฏิบัติโดยร่วมกับส่วนจังหวัดชลบุรี และหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน และเริ่มดำเนินการดังนี้
ทางเทศบาลเกาะสีชัง ได้มีการทำแผนบริหารจัดการขยะมูลฝอยเป็นลำดับแรก โดยมีการแยกขยะไปทำปุ๋ยหมักกับน้ำหมักชีวภาพ และอาหารสัตว์ ซื้อเตาเผาขยะเพิ่มเติม กับการสร้างจิตสำนึกให้กับชุมชน เป็นต้น
ส่วนการไฟฟ้าก็ช่วยกันพัฒนาระบบโซล่าเซลล์ ใช้พลังงานแสงอาทิตย์ เช่นเดียวกับการประปาได้วางแผนเอาไว้ทั้ง ระยะสั้น ระยะยาว เช่นวางท่อต่อน้ำจากระบบเครือข่ายเข้ามาบนเกาะและการวางแผนวางท่อประปาจากฝั่งแผ่นดินใหญ่ลอดท้องทะเลเข้ามา
ในการนี้ก็มีกรมทรัพยากรน้ำบาดาลวางแผนที่จะขุดเจาะหาน้ำบาดาลมาเพิ่มเติม สร้างฝายดักน้ำ ปรับปรุงอ่างเก็บ น้ำที่มีอยู่ให้มีประสิทธิภาพดีขึ้น
ทางบริษัทปูนซีเมนต์ไทยเข้ามาช่วยติดตั้งระบบบำบัดน้ำเสียบนเกาะ ในขณะที่เจ้าถิ่นเทศบาลเกาะสีชังที่กำลังมุ่ง หน้าพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ของเกาะสีชังให้เข้มแข็งมั่นคงขึ้น
ทั้งหมดนี้ก็เป็นไปตามพระปฐมบรมราชโองการที่พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 ได้ทรงกล่าวไว้ เมื่อวันขึ้นครองราชย์ที่ว่า
“เราจะสืบสาน รักษา และต่อยอด และครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุข แห่งอาณาราษฎรตลอดไป”...
ขอจงทรงพระเจริญ
บทความโดย :
วิมลพรรณ ปีตธวัชชัย

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา