"...เมื่อมาถูกทางถูกทิศ ก็จำเป็นจะต้องช่วยกันป่าวประกาศต่อพี่น้องประชาชน และร่วมสนับสนุนให้เดินหน้าต่อไป เพราะการกำกับตรวจสอบการบริหารราชการแผ่นดินและการตรวจสอบเสนอแนะและเร่งรัดการปฏิรูปประเทศอันเป็นหน้าที่และอำนาจของสมาชิกวุฒิสภาชุดแรกตามบทเฉพาะกาลของรัฐธรรมนูญหาใช่แต่จะกระทำด้วยการจับผิดและตำหนิกันสถานเดียวไม่..."

เมื่อวานนี้ 19 มิถุนายน 2563 มีเหตุการณ์เล็ก ๆ เหตุการณ์หนึ่งที่อาจจะเป็นจุดเริ่มต้นของการกระชับทิศทางการปฏิรูปประเทศเกิดขึ้น กล่าวคือได้มีการประชุมคณะกรรมการป.ย.ป.ชุดใหญ่เป็นครั้งแรก คณะกรรมการชุดนี้เกิดขึ้นตามคำสั่ง หน.คสช.ที่ 19/2561 เมื่อ 26 พฤศจิกายน 2561 ที่ตั้งใจจะให้เกิดองค์กรแกนกลางในการผลักดันและขับเคลื่อน (1) ป.- ปฏิรูปประเทศ (2) ย.- ยุทธศาสตร์ชาติ และ (3) ป.- การสร้างความสามัคคีปรองดอง โดยมีการตั้งสำนักงาน ป.ย.ป.ขึ้นมาเป็นหน่วยราชการใหม่มีอายุการทำงานเบื้องต้น 5 ปี เพื่อให้เป็นหน่วยเลขานุการและสนับสนุนงานด้านวิชาการแก่คณะกรรมการป.ย.ป.ชุดใหญ่รวมทั้งคณะกรรมการชุดต่าง ๆ ที่ทำหน้าที่เกี่ยวกับการปฏิรูปประเทศ
ปรากฎว่านับแต่มีคำสั่งหน.คสช.ออกมา ความคืบหน้าล่าช้ามาก ทั้งในส่วนของคณะกรรมการ และสำนักงาน ผมได้ติดตามทวงถามผ่านการตั้งกระทู้สดและหารือมาโดยตลอด
ที่สุดก็ได้ฤกษ์นับ 1 อย่างเป็นทางการครบเครื่องเอาเมื่อวานนี้หลังจากเวลาผ่านมา 1 ปีค่อนเกือบ 2 ปี
แม้จะมาช้าก็ยังดีกว่าไม่มา
มติสำคัญจากการประชุมครั้งแรกคือการยุบคณะกรรมการชุดต่าง ๆ ในยุค คสช.ที่ทำงานซ้ำซ้อนหรือเหลื่อมกันทั้งหมด แล้วตั้งขึ้นใหม่เพียงคณะเดียว
“คณะกรรมการดำเนินการปฏิรูปกฎหมายในระยะเร่งด่วน”
คณะกรรมการชุดนี้เป็นคณะที่ผมเรียกร้องต้องการในชุดข้อเสนอ ‘5 ประเด็นปฏิรูปใหญ่ 10 ขั้นตอนดำเนินงาน 4 ร่างกฎหมายปฏิรูป 3 ปีเปลี่ยนประเทศ’ ที่ทั้งนำเสนอต่อสาธารณะ ณ ที่นี้และอภิปรายในที่ประชุมวุฒิสภาเมื่อ 15 และ 16 มิถุนายน 2563 นี้ โดยอยู่ในขั้นตอนการดำเนินงานที่ 4, 5 และ 9 รวมทั้งจะมีส่วนสำคัญในขั้นตอนที่ 6, 7 และ 8 ด้วย
ที่ผมเสนอไปเช่นนั้น เพราะได้เคยเห็นกระบวนการทำงานที่เกิดผลสัมฤทธิ์ของคณะกรรมการดำเนินการปฏิรูปกฎหมายในระยะเร่งด่วนชุดก่อนที่มีท่านอาจารย์ บวรศักดิ์ อุวรรณโณ เป็นประธาน รูปธรรมชัดเจนคือสามารถแก้ไขปรับปรุงกฎหมายขายฝากให้สำเร็จจนมีผลบังคับใช้ได้ภายในเวลาไม่ถึง 2 ปี
ต้องบอกว่ามีความพยายามจะแก้ไขกฎหมายขายฝากมาเกือบ 50 ปี ผ่าน 10 นายกรัฐมนตรี 20 ชุดคณะรัฐมนตรี ตั้งแต่ปี 2517 เป็นต้นมา เพิ่งมาสำเร็จเมื่อต้นปี 2562 นี่เอง
นอกจากนั้น คณะกรรมการดำเนินการปฏิรูปกฎหมายในระยะเร่งด่วนชัดก่อนยังได้เริ่มต้นดำเนินกระบวนการสร้างกลไกพิเศษเพื่อพิจารณายกเลิกกฎหมายที่ไม่เป็นประโยชน์หรือสร้างภาระให้กับการดำรงชีวิตหรือการประกอบธุรกิจของประชาชน (Regulatory Guillotine) ไปได้คืบหน้าก้าวใหญ่ โดยสามารถทำให้ดัชนีความยากง่ายในการทำธุรกิจ (Ease of doing business) ของประเทศไทยดีขึ้นหลายอันดับอย่างมีนัยสำคัญ
โดยประเด็น Regulatory Guillotine นี้ ผมก็จัดให้เป็น 1 ใน 5 ประเด็นการปฏิรูปใหญ่แบบหัวรถจักรด้วยแล้ว
สรุปแล้ว การเริ่มต้นนับ 1 ของคณะกรรมการป.ย.ป.รวมทั้งการมีมติแต่งตั้งคณะกรรมการดำเนินการปฏิรูปกฎหมายในระยะเร่งด่วนชุดใหม่เป็นแนวทางที่ถูกทิศแล้ว ขอให้เดินหน้าต่อไป
เมื่อมาถูกทางถูกทิศ ก็จำเป็นจะต้องช่วยกันป่าวประกาศต่อพี่น้องประชาชน และร่วมสนับสนุนให้เดินหน้าต่อไป เพราะการกำกับตรวจสอบการบริหารราชการแผ่นดินและการตรวจสอบเสนอแนะและเร่งรัดการปฏิรูปประเทศอันเป็นหน้าที่และอำนาจของสมาชิกวุฒิสภาชุดแรกตามบทเฉพาะกาลของรัฐธรรมนูญหาใช่แต่จะกระทำด้วยการจับผิดและตำหนิกันสถานเดียวไม่
คำนูณ สิทธิสมาน
สมาชิกวุฒิสภา
ที่มา : https://web.facebook.com/story.php?story_fbid=3055468594497074&id=100001018909881&_rdc=1&_rdr

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา