
"...สองข้อนี้ บอกเราว่า ... ถ้าเรามัวแต่ หาเตียงสนาม หาเครื่องช่วยหายใจ หายา ล้วนเป็นการรักษาที่ปลายเหตุทั้งนั้น ถึงแม้จะจำเป็นสำหรับ การดูแลคนที่เป็นผู้ติดเชื้อแล้วก็ตาม แต่ เป็นการทำสงครามกับ covid19 ที่ต้นทุนสูงมาก .... การรบ ที่จะชนะ และ ต้นทุนต่ำสุด คือ “จำกัดไม่ให้เชื้อ สามารถไปหา ผู้ติดเชื้อรายใหม่” ถ้าเราทำได้ ส่วนของการตั้งรับ ก็จะน้อยลงทุกวัน แต่ถ้าทำไม่ได้ ไม่สามารถจำกัดการแพร่เชื้อไปยังผู้ติดเชื้อรายใหม่ได้ เราก็จะตั้งรับ ไม่มีวันจบสิ้น..."
.................................
การรบครั้งนี้ต้องรุกไม่ใช่รับ
-ขออนุญาต พูดเรื่องการรบ กับ ทหาร และ นักปกครอง หน่อยเถอะ จะฟังหรือไม่ฟังก็ได้ ... เป็นการแสดงออกถึง กึ๋น ของตัวท่านเอง
-เชื้อ covid19 ไม่ใช่ไม่มีจุดอ่อน ... จุดอ่อนข้อแรกของมันคือ มันต้องการผู้ติดเชื้อรายใหม่ ถ้ามันอยู่ในร่างกายคนเดิม เกิน 14 วัน มันจะถูกระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายทำลาย (ถ้าคนนั้นไม่ตายเสียก่อน) จุดอ่อนข้อที่ 2 คือ มันอยู่ในสิ่งแวดล้อมนอกตัวคนได้ไม่นาน เฉลี่ย ไม่เกิน ชั่วโมง ดังนั้น พอมันออกจากคนหนึ่ง ต้องรีบหาทางเข้าไปยังผู้ติดเชื้อรายใหม่ ถ้าไม่สำเร็จ มันก็ตายไป

-สองข้อนี้ บอกเราว่า ... ถ้าเรามัวแต่ หาเตียงสนาม หาเครื่องช่วยหายใจ หายา ล้วนเป็นการรักษาที่ปลายเหตุทั้งนั้น ถึงแม้จะจำเป็นสำหรับ การดูแลคนที่เป็นผู้ติดเชื้อแล้วก็ตาม แต่ เป็นการทำสงครามกับ covid19 ที่ต้นทุนสูงมาก .... การรบ ที่จะชนะ และ ต้นทุนต่ำสุด คือ “จำกัดไม่ให้เชื้อ สามารถไปหา ผู้ติดเชื้อรายใหม่” ถ้าเราทำได้ ส่วนของการตั้งรับ ก็จะน้อยลงทุกวัน แต่ถ้าทำไม่ได้ ไม่สามารถจำกัดการแพร่เชื้อไปยังผู้ติดเชื้อรายใหม่ได้ เราก็จะตั้งรับ ไม่มีวันจบสิ้น
-ท่านมี เสธ อยู่มากมาย จัดการเถอะครับ มัวแต่กลัวนั่น กลัวนี่ ตายพอดี(มีอยู่กรณีเดียวที่ท่านจะไม่ทำ เพราะท่านคิดว่า ไม่ถึงตาย และ วันที่ท่านตาย จะได้มีคนแซ่ซ้อง จารึกชื่อท่านไว้ในประวัติศาสตร์ชาติไทย) ..ทางการแพทย์มีหลักการว่า Safe life then Safe Limb and last for cosmetic ... รักษาชีวิต ถ้าต้องเสียอวัยวะ เพื่อรักษาชีวิต ก็ทำ ถ้าต้องเสียความงามเพื่อรักษาชีวิต และ รักษาอวัยวะ ก็ต้องทำ
การล็อกดาวน์ ไม่ใช่การกักตัว
-locked down เพื่อแยกคนป่วยออกจากคนไม่ป่วย
-“ทำไมเราต้องอยู่บ้านด้วย เราไม่เห็นป่วยเลย”
-ช่วงนี้ได้ยินคนพูดถึง “อยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ”... หลายคนอาจจะไม่เข้าใจว่า มันเกี่ยวกันยังไง ... อธิบายดังนี้ครับ ก่อนหน้านี้เราพูดถึงการ “กักตัว” คือ คนที่สงสัย หรือเสี่ยงติดเชื้อcovid19 ควรอยู่บ้านเฉยๆ เพื่อไม่ให้นำโรคแพร่ออกไปติดคนอื่น เพราะโรคนี้ ติดคนอื่นได้ตั้งแต่ยังไม่มีอาการ คนอื่นจึงไม่มีโอกาสป้องกันตัว ดังนั้น วิธีที่ดีที่สุดตอนนั้น คือ ให้คนที่ต้องสงสัยอยู่กับที่ ... แต่พอถึงมาตรการ ‘locked down’ หรือ มาตรการ ปิดบ้าน ปิดเมือง ปิดประเทศ หลักคิดเป็นคนละอย่างครับ คือ การทำอย่างนี้ จะช่วยในกรณีที่มีคนเสี่ยงติดเชื้อกระจายอยู่ทั่วไป แต่หมอและรัฐ ไม่รู้ว่าใครบ้างที่ได้รับเชื้อ และ มีเชื้ออยู่ในตัวเอง (เจ้าตัวก็ไม่รู้) การ locked down เป็นมาตรการที่ให้ทุกคนอยู่กับที่ เมื่อทุกคนอยู่กับที่ คนที่ได้รับเชื้อแล้ว จะปรากฏอาการใน 14 วัน เราก็จะสามารถแยกคนเหล่านั้นออกมารักษา บ้านไหนที่ไม่มีคนป่วย (ไม่มีคนที่มีอาการ) ก็ถือว่า ปลอดภัย ส่วนบ้านไหนที่มีคนป่วย คนที่อยู่ร่วมกันในบ้านเดียวกัน ก็ถือว่าเสี่ยง เข้าสู่มาตรการ”กักตัว” วิธีนี้ เรื่องจะจบเร็ว เพราะ เราจะมองเห็นคนที่ติดเชื้อ มองเห็นคนป่วย ... ไม่เหมือนสถานการณ์ปัจจุบัน ที่สงสัยไปหมด ไม่รู้ว่า คนรอบข้าง มีใครบ้างที่มีเชื้ออยู่ในตัวเอง เกิดความหวาดระแวงขึ้น

-locked down ปิดบ้าน ปิดเมือง ปิดประเทศ จึงทำเพื่อแยกคนป่วยออกจากคนไม่ป่วย จะได้พามาดูแลรักษา คนไม่ป่วยจะได้ใช้ชีวิตอย่างปกติสุข
-ถ้าเราไม่สามารถบอกได้ว่า ใครบ้างที่มีเชื้ออยู่ในตัวเอง การ locked down จะดีที่สุด เพราะไม่ยืดเยื้อ ..... “อยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ” จะคล้าย locked down ถ้าทำพร้อมกันทุกคน .... บทความนี้ เขียน เพื่อบอกคนที่สงสัย ว่า “ทำไมเราต้องอยู่บ้านด้วย เราไม่เห็นป่วยเลย”
-บทความนี้เป็นความเห็นเชิงวิชาการส่วนตัว ไม่เกี่ยวกับสถาบัน

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา