
'วีระ สมความคิด' โพสต์เฟซบุ๊ก 13 ธ.ค. 2566 จะไปรับเอกสารสอบคดีนาฬิกาหรูพล.อ.ประวิตร ลั่นอย่าอ้างมาตรา 36 แห่งพ.ร.บ.ป.ป.ช. พ.ศ. 2561 เหตุศาลปกครองชี้ขาดแล้ว ต้องได้ข้อมูลถูกต้อง-ครบถ้วน
จากกรณีที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. ชุดใหญ่ มีมติ 3 ต่อ 2 เสียง ให้เปิดเผยข้อมูลสอบคดี นาฬิกาหรู พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ให้แก่นายวีระ สมความคิด เป็นทางการแล้ว แต่มีเงื่อนไขให้ปิดทับชื่อเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องก่อน
แหล่งข่าวจาก ป.ป.ช. เปิดเผยสำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) ว่า ก่อนหน้าการประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. เพื่อพิจารณาวาระเรื่องนี้เป็นทางการ ที่ประชุม ป.ป.ช.ได้มีการหารือเรื่องนี้มาแล้ว โดยมีความเห็นเป็น 3 แนวทาง คือ
- ให้เปิดข้อมูลทั้งหมด
- เปิดตาม มาตรา 36 พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 ที่ระบุว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช. พนักงานเจ้าหน้าที่ และบุคคลซึ่งคณะกรรมการ ป.ป.ช. แต่งตั้งหรือมอบหมายให้ปฏิบัติหน้าที่อย่างใด จะเปิดเผยข้อมูลซึ่งมีลักษณะเป็นข้อมูลเฉพาะของบุคคลบรรดาที่ได้มาจากการปฏิบัติหน้าที่มิได้
- รอคำวินิยฉัยศาลรัฐธรรมนูญแบบเป็นทางการแล้วค่อยเปิดข้อมูลตามแนวทางที่ 2
แหล่งข่าว ป.ป.ช. กล่าวด้วยว่า อย่างไรก็ดี การที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติให้เปิดตามข้อมูลตามแนวทางมาตรา 36 อาจจะทำให้ถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นการขัดคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด ที่มีคำพิพากษาให้ ป.ป.ช เปิดเผยข้อมูลคดียืมนาฬิกาหรู ให้แก่นายวีระ จำนวน 3 รายการ ได้แก่
- รายการการแสวงหาข้อเท็จจริงและรวบรวมพยานหลักฐานเอกสารทั้งหมดในคดียืมนาฬิกาหรูและแหวนเพชรของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี
- ความเห็นของพนักงานเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. ทุกคนที่รับผิดชอบเรื่องนี้
- รายงานการประชุมของคณะกรรมการ ป.ป.ช.ที่เกี่ยวกับเรื่องนี้ ภายใน 15 วัน นับแต่วันที่คดีถึงที่สุด ตามคำพิพากษาศาลปกครองกลาง

ล่าสุด เมื่อวันที่ 9 ธ.ค. 2566 นายวีระ สมความคิด ไปโพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊ก วีระ สมความคิด เกี่ยวกับกรณีดังกล่าว มีใจความว่า
ขอให้ข้อมูลเพิ่มเติมกับพี่น้องประชาชนทั้งหลายที่ยังไม่ทราบรายละเอียดว่า ป.ป.ช. ได้อ้างมาตรา 36 แห่ง พ.ร.บ.ป.ป.ช. พ.ศ. 2561 ต่อสู้ในคดีมาตลอด แต่ศาลปกครองไม่เห็นด้วยกับข้ออ้างของ ป.ป.ช. ดังกล่าว และเพื่อต้องการจะเตือนความจำให้กับ ป.ป.ช. อีกครั้งว่า ในคดีนี้ ป.ป.ช. ได้เคยอ้างมาตรา 36 แห่ง พ.ร.บ.ป.ป.ช. พ.ศ. 2561 มาใช้ต่อสู้และอ้างเหตุผลมั่ว ๆ จนศาลปกครองต้องเขียนคำพิพากษาเชือด ป.ป.ช.อย่างเจ็บแสบ
โดยนายวีระขอนำคำพิพากษาศาลปกครองในคดีนี้ ที่เกี่ยวข้องกับ มาตรา 36 แห่ง พ.ร.บ.ป.ป.ช. พ.ศ. 2561 มายืนยันกับ ป.ป.ช. อีกครั้ง โดยศาลวินิจฉัยว่า
"กรณีที่บทบัญญัติมาตรา 36 วรรคหนึ่ง แห่ง พ.ร.บ.ป.ป.ช. พ.ศ. 2561 ได้บัญญัติคุ้มครองมิให้เปิดเผยข้อมูลเฉพาะบุคคลที่ได้มาจากการปฏิบัติหน้าที่ ย่อมถือได้ว่า เป็นกรณีที่มีกฎหมายคุ้มครองมิให้เปิดเผยข้อมูลข่าวสารที่ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสองอาจจะมีคำสั่งมิให้เปิดเผยก็ได้ตามมาตรา 15 วรรคหนึ่ง (6) แห่งพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ.2540 เท่านั้น มิใช่กรณีที่มีกฎหมายเฉพาะสองฉบับขัดหรือแย้งกันตามคำอุทธรณ์ของผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสอง อีกทั้งการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารรวมทั้ง 3 รายการ ในเรื่องที่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 มีมติไม่รับคำร้องเรียนของผู้ฟ้องคดีไว้พิจารณาไปแล้ว ซึ่งจะเป็นการเปิดเผยหรือเป็นการปฏิบัติตามคำวินิจฉัยอุทธรณ์ ย่อมไม่ถือว่าเป็นการทำผิดกฎหมาย ดังที่ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสองกล่าวอ้างในคำอุทธรณ์ นอกจากนี้ ข้อเท็จจริงในคดีตามคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุดที่ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสองยกขึ้นกล่าวอ้าง ยังแตกต่างกับข้อเท็จจริงในคดีนี้ กรณีย่อมไม่อาจนำมาใช้เทียบเคียงกันได้ คำอุทธรณ์ของผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสองทุกประเด็น จึงฟังไม่ขึ้น ในขณะที่คำอุทธรณ์ของผู้ฟ้องคดีฟังขึ้น"
ชัดเจนหรือยังท่านทั้งหลายว่า ศาลปกครองได้เคยวินิจฉัยข้อต่อสู้ของ ป.ป.ช. โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับ มาตรา 36 แห่ง พ.ร.บ.ป.ป.ช. พ.ศ.2561 แล้ว แต่ที่สำคัญศาลปกครองไม่เห็นด้วยกับข้ออ้างของ ป.ป.ช. ดังกล่าว
ดังนั้น หาก ป.ป.ช. ยังบังอาจมีมติอ้างเอามาตรา 36 ดังกล่าวมาใช้กับนายวีระอีก การกระทำดังกล่าวของ ป.ป.ช. ก็จะมีความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือโดยทุจริต ไม่ปฏิบัติหรือฝ่าฝืนคำสั่งหรือคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุด ทำให้รัฐและประชาชนได้รับความเสียหาย หรือเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ซึ่งสมควรต้องได้รับโทษตามกฎหมายจนถึงที่สุดต่อไป
ทั้งนี้ นายวีระ ระบุอีกว่า ในวันพุธที่ 13 ธันวาคม 2566 เวลา 10.00 น. นายวีระ สมความคิด จะเดินทางไปพบเลขาธิการ ป.ป.ช. เพื่อรับเอกสารตามคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด คดีหมายเลขแดงที่ 224/2566 ลงวันที่ 16 มีนาคม 2566 โดย ป.ป.ช. ต้องให้เอกสารครบทั้ง 3 รายการ อย่างถูกต้องและครบถ้วน เนื่องจากศาลปกครองสุงสุดได้มีคำพิพากษาไว้อย่างชัดเจนว่า ป.ป.ช. ต้องให้เอกสารทั้ง 3 รายการกับนายวีระ สมความคิด อย่างถูกต้องและครบถ้วน ต้องไม่มีการคาดดำปกปิดข้อความใดๆทั้งสิ้น และต้องให้อย่างครบถ้วนสมบูรณ์ทุกหน้า หาก ป.ป.ช. ยังบังอาจให้เอกสารทั้ง 3 รายการอย่างไม่ถูกต้องและไม่ครบถ้วน ก็รอติดตามได้เลยว่าในวันนั้น นายวีระจะดำเนินการกับ ป.ป.ช. นิสัยเสียบางคนอย่างใดบ้าง รับรองว่าจะตอบสนองความต้องการติดคุกของคนเหล่านั้นให้อย่างสาสมทีเดียว
นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 8 ธ.ค. 2566 ผู้สื่อข่าวได้สอบถาม นายนิวัติไชย เกษมมงคล เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เกี่ยวการมอบเอกสารสอบคดีนาฬิกาของพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ให้กับนายวีระ ได้รับคำตอบว่า "นายวีระสามารถมารับเอกสารได้เลย เราพร้อมเปิดข้อมูลตามคำพิพากษาอยู่แล้ว"
อ่านเพิ่มเติม
- 5 : 4 เสียง! ศาล รธน.ลงมติไม่รับคำร้อง ป.ป.ช.วินิจฉัยกรณีเปิดเอกสารคดีนาฬิกาบิ๊กป้อม
- เบื้องหลัง มติ ศาลรธน.ไม่รับคำร้องป.ป.ช.คดีนาฬิกาบิ๊กป้อม-'วรวิทย์' ปธ.เสียงที่ 5 ชี้ขาด
- ไม่รับคำขอพิจารณาใหม่! ศาลปค.สูงสุด สั่ง ป.ป.ช.เปิดเอกสารคดีนาฬิกาบิ๊กป้อม ให้ 'วีระ'
- 'วีระ' ขู่ฟ้องอาญา ป.ป.ช.ให้เอกสารคดี'นาฬิกาหรู'ไม่ครบ- 'นิวัติไชย'แจงทำแถบดำคุ้มครองพยาน
- ศาลปกครองสูงสุดสั่ง ป.ป.ช.ส่งข้อมูลคดีนาฬิกาประวิตรให้ 'วีระ สมความคิด'ภายใน 15 วัน
- จะทำให้ ป.ป.ช.โปร่งใส! ฉบับเต็ม คำพิพากษาศาล ปค.สูงสุด สั่งเปิดผลคดี 'นาฬิกาประวิตร'
- ป.ป.ช.นัดถกวาระผลคดีนาฬิกาบิ๊กป้อม 26 เม.ย.นี้ - 'วีระ' ลั่นไม่ได้เข้าขบวนการบังคับ
- ขอถามศาลฯอีกครั้ง! ป.ป.ช.ลงมติ 5 :1 เสียง ยังไม่เปิดเผยผลคดีนาฬิกาบิ๊กป้อมให้ 'วีระ'
- ยอมแค่ 2 รายการ! ป.ป.ช.มติเอกฉันท์เปิดเผยผลคดีนาฬิกาบิ๊กป้อม ให้ 'วีระ' แล้ว
- ความเห็นจนท.อันตราย! เบื้องหลัง มติ ป.ป.ช. ทำไม? ยอมเปิดผลคดีนาฬิกาหรู แค่ 2 รายการ
- รอคำพิพากษาทางการ! ป.ป.ช.จ่อชง คกก.ชุดใหญ่ เคาะเปิดเอกสารคดีนาฬิกาหรูบิ๊กป้อม ให้ 'วีระ'
- ให้ศาลรธน.ชี้ขาด! ป.ป.ช.มติ 4:1ส่งเรื่องวินิจฉัยอำนาจศาลปค.สั่งเปิดเอกสารคดีนาฬิกาหรู
- ใช้มติผู้บริหาร 20 เสียงหนุน! เบื้องหลังป.ป.ช.ส่งศาลรธน.ชี้ขาดเปิดเอกสารคดีนาฬิกาบิ๊กป้อม
- 'วัชรพล' แจงเปิดเอกสารคดีนาฬิกาบิ๊กป้อม รอศาลรธน.ชี้ขาด มีคำสั่งอย่างไรปฏิบัติตามนั้น

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา