
‘ศาลฎีกาฯ’ พิพากษาจำคุก ‘อดีตเลขานุการนายกอบจ.กาฬสินธุ์’ 1 เดือน ปรับ 4 พันบาท ยื่นบัญชีทรัพย์สินเท็จ ไม่แจ้งรายการทรัพย์สิน ‘บ้านที่ดิน’ มูลค่า 2.7 ล้าน-รถยนต์โตโยต้า ‘ALPHARD’ ของคู่สมรส มูลค่า 3.26 ล้าน รับสารภาพ-ไม่เคยต้องโทษจำคุกมาก่อน โทษจำคุกรอลงอาญา 1 ปี เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งตลอดไป
......................................................
เมื่อวันที่ 15 ก.ค. สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า เมื่อวันที่ 14 ก.ค.ที่ผ่านมา ศาลฎีกา เผยแพร่คำพิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีหมายเลขดำที่ อม 40/2568 คดีหมายเลขแดง ที่ 17/2569 ระหว่างคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ผู้ร้อง และนางสาวนภารัตน์ ศรีธเรศ ขณะดำรงตำแหน่งเลขานุการนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) กาฬสินธุ์ ผู้ถูกกล่าวหา เรื่อง การแสดงบัญชีรายการทรัพย์สินและหนี้สิน
คดีนี้ศาลฯพิพากษาว่า นางสาวนภารัตน์ ผู้ถูกกล่าวหา จงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินหรือหนี้สินและเอกสารประกอบด้วยข้อความอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบ และมีพฤติการณ์อันควรเชื่อได้ว่ามีเจตนาไม่แสดงที่มาแห่งทรัพย์สินหรือหนี้สินนั้น กรณีพ้นจากตำแหน่งเลขานุการนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดกาฬสินธุ์ ตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 114 วรรคสอง (1)
ให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของผู้ถูกกล่าวหาตลอดไป ตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 81 ประกอบมาตรา 114 วรรคสาม กับมีความผิดตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 167 จำคุก 2 เดือน และปรับ 4,000 บาท
นางสาวนภารัตน์ ผู้ถูกกล่าวหาให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 1 เดือน และปรับ 4,000 บาท ไม่ปรากฏว่าผู้ถูกกล่าวหาเคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 1 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29,30
“...ปัญหาต้องวินิจฉัยมีว่า ผู้ถูกกล่าวหา (นางสาวนภารัตน์ ศรีธเรศ) จงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินหรือหนี้สินและเอกสารประกอบด้วยข้อความอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบและมีพฤติการณ์อันควรเชื่อได้ว่ามีเจตนาไม่แสดงที่มาแห่งทรัพย์สินหรือหนี้สินนั้นกรณีพ้นจากตำแหน่งเลขานุการนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดกาฬสินธุ์หรือไม่
เห็นว่า ผู้ถูกกล่าวหาดำรงตำแหน่งเลขานุการนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดกาฬสินธุ์ จึงเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐซึ่งดำรงตำแหน่งผู้ช่วยผู้บริหารท้องถิ่นตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 4 มีหน้าที่ต้องยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบของตน คู่สมรส และบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะตามที่มีอยู่จริงต่อผู้ร้อง (ป.ป.ช.)
ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 102 (9) และมาตรา 105 ประกอบประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เรื่องกำหนดตำแหน่งของผู้บริหารท้องถิ่น รองผู้บริหารท้องถิ่นผู้ช่วยผู้บริหารท้องถิ่น และสมาชิกสภาท้องถิ่นขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่ต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินตามมาตรา 102 (9) พ.ศ.2561
การยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินให้ตรงต่อความเป็นจริง เป็นหน้าที่สำคัญที่เจ้าหน้าที่ของรัฐพึงต้องปฏิบัติ อันเป็นมาตรการในการตรวจสอบทรัพย์สินและหนี้สินของผู้ใช้อำนาจรัฐ
ได้ความจากสำนวนการไต่สวนว่า เมื่อเดือนมิถุนายน 2555 ผู้ถูกกล่าวหา (นางสาวนภารัตน์ ศรีธเรศ) ซื้อที่ดินโฉนดเลขที่ 3619 ในราคา 200,000 บาท และปลูกบ้านเลขที่ XXX มูลค่า 2,500,000 บาท บนที่ดิน แล้วเสร็จเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2555 ทั้งมีชื่อเป็นเจ้าบ้านในรายการเกี่ยวกับบ้านดังกล่าว
ส่วนคู่สมรสซื้อรถยนต์ ยี่ห้อโตโยต้า รุ่น ALPHARD หมายเลขทะเบียน XXXXX กรุงเทพมหานคร มูลค่า 3,261,682.24 บาท โดยชำระเงินดาวน์ จำนวน 1,869,158.88 บาท และทำสัญญาเช่าซื้อกับบริษัท ลีสซิ่ง ไอซีบีซี (ไทย) จำกัด จำนวน 1,392,523.36 เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2562 ซึ่งเป็นช่วงระยะเวลาที่ผู้ถูกกล่าวหาดำรงตำแหน่งเลขานุการนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดกาฬสินธุ์ คู่สมรสชำระค่าเช่าซื้อและจดทะเบียนเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์รถยนต์คันดังกล่าวเมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2564
ที่ผู้ถูกกล่าวหาชี้แจงต่อผู้ร้องว่าตนไม่เคยเข้าอยู่อาศัยในที่ดินและบ้านเลขที่ XXX ทำให้หลงลืมว่า มีทรัพย์สินรายการดังกล่าว และผู้ถูกกล่าวหาเข้าใจว่ารถยนต์ที่เช่าซื้อยังมิได้เป็นกรรมสิทธิ์ของคู่สมรส จึงไม่ต้องยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินนั้น
ที่ดินและสิ่งปลูกสร้างของผู้ถูกกล่าวหามีมูลค่าสูง ผู้ถูกกล่าวหาชี้แจงว่า นำเงินฝากธนาคารไปซื้อที่ดินและปลูกสร้างบ้าน ดังนั้น ผู้ถูกกล่าวหาย่อมทราบถึงความมีอยู่ของรายการทรัพย์สินดังกล่าวเป็นอย่างดี จึงไม่น่าเชื่อว่าจะหลงลืมตามที่อ้าง
ส่วนรายการรถยนต์ของคู่สมรสได้ความว่าคู่สมรสเป็นผู้ครอบครองและใช้ประโยชน์รถยนต์คันดังกล่าว จึงเป็นรายการทรัพย์สินประเภทยานพาหนะที่จะต้องแสดงไว้ในบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน สำหรับรายการหนี้สินค่าเช่าซื้อรถยนต์เป็นหนี้สินที่มีหลักฐานเป็นหนังสือ รถยนต์ที่เช่าซื้อมีมูลค่าสูง
ทั้งผู้ถูกกล่าวหาชี้แจงว่านำเงินบางส่วนที่ได้จากการจำหน่ายที่ดินโฉนดเลขที่ 235858 ตำบลท่าทราย อำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี ไปซื้อรถยนต์คันดังกล่าว ผู้ถูกกล่าวหาย่อมทราบถึงความมีอยู่ของทรัพย์สินและหนี้สินดังกล่าวของคู่สมรสเป็นอย่างดี คำชี้แจงของผู้ถูกกล่าวหาฟังไม่ขึ้น
ประกอบกับผู้ถูกกล่าวหาให้การรับสารภาพ ข้อเท็จจริงจึงฟังได้ว่า ผู้ถูกกล่าวหาจงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินหรือหนี้สินด้วยข้อความอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบและมีพฤติการณ์อันควรเชื่อได้ว่าผู้ถูกกล่าวหามีเจตนาไม่แสดงที่มาแห่งทรัพย์สินและหนี้สินนั้น กรณีพ้นจากตำแหน่งเลขานุการนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดกาฬสินธุ์ อันเป็นการกระทำความผิดตามคำร้อง
พิพากษาว่า นางสาวนภารัตน์ ศรีธเรศ ผู้ถูกกล่าวหาจงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินหรือหนี้สินและเอกสารประกอบด้วยข้อความอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบ และมีพฤติการณ์อันควรเชื่อได้ว่ามีเจตนาไม่แสดงที่มาแห่งทรัพย์สินหรือหนี้สินนั้น กรณีพ้นจากตำแหน่งเลขานุการนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดกาฬสินธุ์ ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 114 วรรคสอง (1)
ให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของผู้ถูกกล่าวหาตลอดไป ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 81 ประกอบมาตรา 114 วรรคสาม กับมีความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 167 จำคุก 2 เดือน และปรับ 4,000 บาท
ผู้ถูกกล่าวหาให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 1 เดือน และปรับ 4,000 บาท ไม่ปรากฏว่าผู้ถูกกล่าวหาเคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 1 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29,30” คำพิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีหมายเลขดำที่ อม 40/2568 คดีหมายเลขแดง ที่ 17/2569 ลงวันที่ 1 ก.ค.2569 ระบุ

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา