
ผู้เชี่ยวชาญอิตาลีเตือนแบคทีเรียกินเนื้อ ความสามารถการแพร่เชื้อสูง อันตรายหากลามไปอวัยวะสำคัญ แต่ยังใช้ยารักษาได้ เผยที่อิตาลีมีติดเชื้อ 15 เดือน 57 รายเสียชีวิตแค่ 3 ราย
สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานข่าวเกี่ยวกับกรณีการระบาดของแบคที่เรียในประเทศญี่ปุ่นว่าทางด้านของ นพ.มัทเทโอ บาสเซ็ตติ ผู้เชี่ยวชาญจากประเทศอิตาลีได้ออกมากล่าวว่าเชื้อแบคทีเรียที่ก่อให้เกิดอาการป่วยนั้นจะเป็นแบคทีเรียชื่อว่าสเตรปโตคอคคัส ไพโอจีเนส ประเภทเดียวกันกับที่ทำให้เกิดโรคไข้อีดำอีแดงและอาการเจ็บคอในเด็ก ในบางกรณีนั้นกลุ่มอาการสเตรปโทคอกคัสที่เป็นพิษหรือ STSS อาจมีอันตรายถึงชีวิตภายในเวลา 48 ชั่วโมง
โดยอาการที่เป็นพิษดังกล่าวนั้น แบคทีเรียจะเข้าไปโจมตีอวัยวะและเนื้อเยื่อหลายส่วนทำให้เกิดภาวะอวัยวะล้มเหลวและถึงแก่ชีวิต
นพ.บาสเซ็ตติกล่าวว่าเบื้องหลังเหตุการแพร่ระบาดนี้มาจากเชื้อสเตรปโตคอคคัสสายพันธุ์ใหม่ชื่อว่าสายพันธุ์ M1UK ซึ่งมีความสามารถในการแพร่เชื้อได้สูงมาก
“ในช่วงไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมาผมได้นําเสนอข้อมูลเกี่ยวกับการติดเชื้อสเตรปโตคอคคัสที่มีชื่อเรียกว่าสายพันธุ์กินเนื้อในพื้นที่แคว้นลิกัวเรีย อิตาลี คำจำกัดความคำว่ากินเนื้อไม่ได้หมายความว่ามันกินอะไร แต่ในญี่ปุ่นมีเหตุการณ์ติดเชื้ออยู่ที่ 474 รายไปแล้ว โดยอัตราการเสียชีวิตของการติดเชื้อนี้อยู่ที่ 30% ปกติแล้วแบคทีเรียนี้จะทำให้มีอาการเจ็บคอหรือไข้อีดําอีแดงแต่ถ้าหากส่งผลกระทบต่ออวัยวะส่วนลึก ก็สามารถทำให้เกิดการติดเชื้อร้ายแรงด้วยอาการช็อกจากภาวะเป็นพิษ” นพ.บาสเซ็ตติกล่าวและกล่าวต่อไปว่าในช่วง 1 ปีกับอีก 3 เดือนพบว่ามีกรณีผู้ติดเชื้ออยู่ที่ 57 ราย และมีรายงานการเสียชีวิตจำนวน 3 รายในแคว้นลิกัวเรีย
นพ.บาสเซ็ตติกล่าวว่าดังนั้นจึงมีความกังวลเพิ่มขึ้นทั่วโลกเกี่ยวกับอาการช็อกจากภาวะติดเชื้อแบคทีเรียสเตรปโทคอกคัสจนนำไปสู่การปล่อยสารพิษเข้าสู่ร่างกายหรือ STSS โดยการติดเชื้อแบคทีเรียสเตรปโทคอกคัสนั้นเป็นกรณีที่หายาก แต่ร้ายแรงมากซึ่งอาจทําให้เกิดเนื้อร้ายของเนื้อเยื่อและด้วยเหตุนี้จึงถูกกําหนดให้เป็น "โรคกินเนื้อ" หรือแบคทีเรียที่กินเนื้อเป็นอาหาร ซึ่งนี่ไม่ใช่ปัญหาที่เกี่ยวข้องกับญี่ปุ่นอย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังมีการบันทึกกรณีการติดเชื้อในอิตาลี สเปน อังกฤษและแคนาดา อย่างไรก็ตามการรักษาด้วยยาปฏิชีวนะยังคงเป็นการรักษาที่มีประสิทธิภาพอยู่
อนึ่งการการติดเชื้อสเตรปโทคอกคัสกลุ่ม A ติดต่อโดยการสัมผัสโดยตรงกับสารคัดหลั่งจากลําคอหรือจมูกของผู้ติดเชื้อหรือแผลที่ผิวหนังที่ติดเชื้อ แต่การติดเชื้อที่ไม่มีอาการจะติดต่อได้น้อยกว่ามาก สเตรปโตคอคคัสกลุ่ม A จะเริ่มต้นที่ลําคอและผิวหนังได้ในขณะที่ไม่มีอาการ การติดเชื้อที่แพร่กระจายเป็นภาวะที่ร้ายแรงและบางครั้งเป็นอันตรายถึงชีวิตซึ่งแบคทีเรียแพร่กระจายไปทั่วร่างกายเช่นในเลือด,กล้ามเนื้อส่วนลึก,เนื้อเยื่อไขมันหรือปอด
โดยการติดเชื้อสเตรปโทคอกคัสกลุ่ม A จะมีอาการและสัญญาณเริ่มต้น ได้แก่ : มีไข้, ปวดอย่างรุนแรง, บวมอย่างรุนแรง, การมีร่องรอยสีแดงรอบบาดแผลใด ๆ, เวียนศีรษะ, สับสน, ความดันโลหิตต่ำ, ผื่นที่ผิวหนังและปวดท้อง

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา