
“บิ๊กเต่า” แถลงคืบหน้าคดี “บิ๊กโจ๊ก” ถูกกล่าวหาสั่งนำทองคำแท่ง 246 บาท เป็นสินบน มอบกรรมการ ป.ป.ช. รับผิดชอบจัวเอง ยันมีหลักฐานแน่น ทั้งภาพวงจรปิด บันทึกเสียง พยานบุคคล เชื่อมโยงไปถึงอาจารย์มหาวิทยาลัยชื่อดัง ที่ปรึกษาภาพลักษณ์ เผยพยานให้ข้อมูลเองหลังถูกข่มขู่-ทำร้ายร่างกาย ชี้มีหลักฐานทางการแพทย์ยืนยันการบาดเจ็บครบ- ตร.เตรียมส่งสำนวนให้ ป.ป.ช. ดำเนินการต่อ
สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่าเมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 31 ธ.ค. 68 ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (รอง ผบช.ก.) พร้อมด้วย พล.ต.ต.ประสงค์ เฉลิมพันธุ์ ผู้บังคับการปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (ผบก.ปปป.) แถลงข่าวความคืบหน้าการสืบสวนสอบสวนกรณีเจ้าหน้าที่รัฐถูกกล่าวหามีส่วนเกี่ยวข้องกับการรับผลประโยชน์และติดสินบนคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)
พล.ต.ต.จรูญเกียรติ กล่าวว่า ข้อมูลการสืบสวนระบุว่า พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรอง ผบ.ตร. ถูกกล่าวหาว่าสั่งการให้นำทองคำแท่ง น้ำหนักรวม 246 บาท ไปมอบให้แก่กรรมการ ป.ป.ช. รายหนึ่ง ซึ่งรับผิดชอบสำนวนคดีของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์
คณะพนักงานสอบสวนรวบรวมหลักฐานประกอบด้วย ภาพบันทึกจากกล้องวงจรปิด บันทึกเสียง ภาพถ่าย และเอกสารจากการสอบปากคำบุคคลที่เกี่ยวข้อง ทั้งเจ้าหน้าที่รัฐและผู้ประกอบการ โดยยืนยันว่าพยานหลักฐานมีความเชื่อมโยงสมเหตุสมผลและมีน้ำหนักเพียงพอต่อการดำเนินคดี แม้ผู้ถูกกล่าวหามักหลีกเลี่ยงการดำเนินการด้วยตนเอง โดยใช้บุคคลอื่นดำเนินการแทนก็ตาม
รอง ผบช.ก. ชี้แจงถึงกรณีที่มาของพยานว่า ไม่ได้เกิดจากการชี้นำของเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่พยานตัดสินใจให้ข้อมูลเอง เนื่องจากเคยถูกข่มขู่และทำร้ายร่างกาย มีการใช้อาวุธปืนจี้หัวเพื่อข่มขู่ พนักงานสอบสวนมีเอกสารทางการแพทย์ยืนยันการบาดเจ็บเพื่อประกอบสำนวน
จากการสืบสวนขยายผล พบข้อมูลความเชื่อมโยงไปยังอาจารย์มหาวิทยาลัยรายหนึ่ง ซึ่งเชี่ยวชาญด้านสื่อสังคมออนไลน์และทำหน้าที่ที่ปรึกษาด้านภาพลักษณ์ให้กับ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบความสัมพันธ์กับกลุ่มผู้ต้องหา รวมถึงการเผยแพร่ข้อมูลเพื่อดิสเครดิตฝ่ายตรงข้าม หากพบหลักฐานชัดเจน จะดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
พล.ต.ต.จรูญเกียรติ กล่าวต่อว่า ปัจจุบันพนักงานสอบสวนออกหมายเรียกผู้ถูกกล่าวหาที่เป็นพลเรือนจำนวน 3 ราย โดยมีผู้เข้ารับทราบข้อกล่าวหาแล้ว 2 ราย ได้แก่ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล และสมบัติ (สงวนนามสกุล) ส่วนผู้ถูกกล่าวหาที่ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ (ป.ป.ช.) จะมีขั้นตอนเฉพาะ
เมื่อสำนักงานตำรวจแห่งชาติรวบรวมพยานหลักฐานเสร็จสิ้น จะส่งสำนวนไปยัง ป.ป.ช. เพื่อพิจารณาส่งต่อให้ประธานรัฐสภาและประธานศาลฎีกา เพื่อตั้งคณะกรรมการไต่สวนอิสระตามกฎหมาย
ทั้งนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติยึดหลักการบังคับใช้กฎหมายด้วยความเสมอภาคและเป็นธรรม โดยจะมีการแถลงรายละเอียดสำคัญของคดีอย่างเป็นทางการในวันที่ 5 มกราคม 2569 โดยผู้บังคับบัญชาระดับสูงของสำนักงานตำรวจแห่งชาติเป็นผู้แถลงด้วยตนเอง
เมื่อถามถึงการเปรียบเทียบมาตรฐานการดำเนินคดีระหว่าง พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กับ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล อดีต ผบ.ตร. พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ยืนยันว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติบังคับใช้กฎหมายอย่างเท่าเทียม ไม่มีการกลั่นแกล้งหรือรังแกใคร ไม่ว่าจะเป็นประชาชนหรือข้าราชการชั้นผู้ใหญ่

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา