'ไชยชนก ชิดชอบ' เลขาธิการ ภท. คาด สส.ปาร์ตี้ลิสต์ ลำดับ 1 – 15 เซฟโซน-การันตีเก้าอี้ สส. เชื่อ หลังเลือกตั้งจัดสรรตำแหน่งรัฐมนตรีรูปแบบใหม่ ไม่แบ่งตามโควตากลุ่มก๊วน-นายทุนพรรค เปิดใจ ถ้าไม่ใช่ 'ลูกเนวิน' โดนเตะออกจากพรรคไปแล้ว
สืบเนื่องจากพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ได้ยื่นรายชื่อผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ระบบบัญชีรายชื่อ (ปาร์ตี้ลิสต์) ต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โดยมีรายชื่อ 5 ลำดับแรก ประกอบด้วย ลำดับที่ 1 นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค ลำดับที่ 2 นายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในฐานะเลขาธิการ ลำดับสอง 3. นายวราวุธ ศิลปอาชา ลำดับที่ 4 นายสันติ พร้อมพัฒน์ และลำดับที่ 5 น.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ
อ่านข่าวประกอบ : เปิดรายชื่อปาร์ตี้ลิสต์ 5 พรรคการเมือง 'ประชาธิปัตย์-เพื่อไทย-ภูมิใจไทย-กล้าธรรม-ประชาชน'
นายไชยชนก ให้สัมภาษณ์สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) ถึงการจัดลำดับผู้สมัคร สส.ปาร์ตี้ลิสต์ ของ ภท. ที่เป็นช่วงลำดับที่เป็นเซฟโซนการันตีว่า ได้เป็น สส.ปาร์ตี้ลิสต์แน่นอน ว่า พูดยาก แต่ว่า ถ้าดูตามสถานการณ์ปัจจุบันตอนนี้ ไม่นับระหว่างนี้ไปจนถึงวันเลือกตั้ง 8 ก.พ.69 ซึ่งสามารถสร้างผลงานและอาจจะมีข้อผิดพลาดได้กลับทุกพรรค ไม่ใช่แค่พรรคภูมิใจไทย
“เอาวันนี้เลยนะ ผมคิดว่าอันดับที่ 15 ก็เซฟ ซึ่งเป็นอะไรที่ยิ่งใหญ่มากนะครับ (เลือกตั้ง) ครั้งที่แล้ว ภท.ได้ 3 คน แต่ครั้งนี้เป็น ภท. ในรูปแบบที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ไม่เคยเป็นมาก่อน ทั้งในเชิงของผลงาน ทีมงาน สิ่งที่คนนอกไม่รู้ คือ การทำงานภายในเปลี่ยนไปเยอะมาก ทุกอย่างต้องใช้เวลาในการปรับจูน คิดว่าเพิ่งเป็นการเริ่มต้น หลังจากนี้จะเปลี่ยนไปมากกว่านี้อีก”นายไชยชนกกล่าว
นายไชยชนกกล่าวว่า คะแนนปาร์ตี้ลิสต์ที่คิดว่าได้มากกว่าการเลือกตั้งปี 66 เป็นการก้าวไปในทางที่ดี และมีโอกาสเป็นไปได้จริง เพราะ 3 เดือนที่ผ่านมามีความรู้สึกว่าทำงานกันมาเป็นปี และวันนี้เราก็ยังทำงานไม่ได้หยุด

เมื่อถามว่า การจัดลำดับปาร์ตี้ลิสต์ 100 คน ภท. ใช้เกณฑ์อะไรว่า ใครควรจะอยู่หัวตาราง กลางตาราง หรือ ท้ายตาราง นายไชยชนกกล่าวว่า ต้องผ่านกรรมการสรรหา แต่ไม่ทราบรายละเอียด
“ตอนแรก ผมคิดว่าเราเลือกได้ ผมก็เลยขอลำดับที่ 8 เพราะผมชอบเบอร์ 8 แต่สุดท้ายก็อยู่ในลำดับที่สอง เพราะเราเป็นเลขาธิการพรรค”นายไชยชนกกล่าว
นายไชยชนกกล่าวว่า ส่วนตัวอยากให้พรรคเปลี่ยนวิธีการมองทางการเมือง ไม่ว่าจะเป็นตำแหน่งรัฐมนตรี การจัดลำดับปาร์ตี้ลิสต์ ควรเป็นบุคลากรที่มีศักยภาพ คนที่ช่วยทำงานเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงทั้งในเชิงของนโยบาย รวมถึงแนวทางการทำงานของพรรคที่ควรจะต้องเปลี่ยนแปลงไปจากที่จะเป็นเหมือนที่ผ่านมา
เมื่อถามว่า ถ้า ภท. ชนะเลือกตั้งได้เป็นรัฐบาล การจัดสรรตำแหน่งรัฐมนตรีจะเป็นรูปแบบเดิมหรือไม่ เช่น แบ่งตามโควตา กลุ่มก๊วนภายในพรรคที่มี สส. ในมือ หรือ นายทุนพรรค นายไชยนกกล่าวว่า ปัจจุบันที่ ภท.ประกาศแคนดิเดตนายกฯ หรือ บุคคลที่จะเข้ามาเป็นรองนายกฯ ที่ได้ประกาศออกไปแล้ว ก็ไม่เหมือนเดิมแล้ว อย่างไรก็ไม่เหมือนเดิมแน่นอน แต่จะไม่เหมือนเดิมแค่ไหน ก็ต้องมาลุ้นกันมาดูกัน
“ผมพยายามขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงมาโดยตลอด แต่การเปลี่ยนแปลงอะไรที่เป็นระบบที่เคยชินและอยู่กันมานาน มันไม่ได้ง่ายที่จะสามารถทำวันเดียวแล้วเปลี่ยนแปลงได้เลย ถ้าทำแบบนั้นทำง่ายแต่มีโอกาสสูงที่จะไม่ยั่งยืน จะเกิดการช็อก แค่ทุกวันนี้ที่ผมเข้ามาก็เกิดช็อกเยอะแล้ว เกิดความสั่นสะเทือนภายในเยอะแล้ว ถ้าผมไม่ได้เป็นลูกพ่อ (เนวิน ชิดชอบ) ป่านนี้ผมโดนเตะออกจากพรรคไปแล้ว”นายไชยชนกกล่าว

เมื่อถามว่า แสดงว่าอาจจะไม่ได้เห็นการจัดสรรตำแหน่งรัฐมนตรีโดยคำนึงถึงความรู้ความสามารถในเร็ววันนี้ นายไชยชนกกล่าวว่า วันนี้รัฐบาลบริหารงานมา 3 เดือน ได้เห็นแล้วหรือยัง คนภายนอกอาจจะมองว่า น.ส.ซาบีดา รมว.วัฒนธรรม (บุตรสาว นายชาดา) จังหวัดอุทัยธานี แต่ก็ไม่ได้มี สส.เยอะ หรือ นายภราดร ปริศนานันทกุล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ถามว่า โควตาอ่างทองใช่หรือไม่ แต่ก็ไม่ได้มี สส.ในมือ
“ถ้าการเลือกตั้งครั้งนี้ ทำให้ ภท. มีกระแสมากขึ้น มีคะแนนปาร์ตี้ลิสต์เยอะ รอบหน้าการเลือกคนมาเป็นรัฐมนตรีก็จะได้เห็นรูปแบบใหม่มากขึ้น แต่กลับกัน ถ้าเราทำขนาดนี้แล้ว ทั้งผลงาน และเอาคนที่มีความสามารถเข้ามาทำงาน แต่คะแนนปาร์ตี้ลิสต์ไม่เพิ่มขึ้น การพยายามขับเคลื่อนเพื่อผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงก็คงจะชะลอลง เพราะเราต้องเอาผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นเพื่อยืนยันในแนวทางที่เราต้องการจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ซึ่งผมเชื่อว่าจะเปลี่ยน ยังไงก็ต้องเปลี่ยน แต่จะเร็วหรือช้าขึ้นอยู่กับประชาชนว่า ให้คุณค่ากับสิ่งที่เราทำเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงหรือไม่”นายไชยชนกกล่าว

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา