
เปิดใจ ‘ภัทรพงศ์’ รมช.คมนาคม น้อมรับ ‘รมต.โลกลืม’ ชี้งานการบินไกลตัวประชาชนและเป็นคนให้สัมภาษณ์น้อย แต่ยังขยันให้ข่าวสื่อ ก่อนฉายภาพสนามบินภูมิภาค เตรียมยกระดับ ‘หัวหิน-อุดรฯ’ เป็นสนามบินอินเตอร์ฯ ปลายปีนี้ พร้อมคุย ‘ธนารักษ์’ ขอหารือเรื่องสัญญาเช่าพื้นที่เชิงพาณิชย์ ก่อนผุด Seaplane นำร่องกระบี่-ภูเก็ต ต.ค.นี้
บริหารประเทศมาแล้วเกือบๆ 4 เดือน สำหรับรัฐบาล ‘อนุทิน 2’ ภายใต้การนำของ ‘อนุทิน ชาญวีรกูล’ นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย
ด้วยระยะเวลาเพียงเท่านี้ แต่สำหรับผู้คนเดินดินกินข้าวแกงกลับรู้สึกยาวนานเหลือเกิน
จากช่วงที่น่าจะเป็นเวลา ฮันนีมูน กลับกลายเป็นช่วงเวลาที่ชาวบ้านเรียกร้องให้รัฐบาลแก้ปัญหาสารพัด
เมื่อเสียงร้องเรียนให้แก้ปัญหาระเบ็งเซ็งแซ่มากกว่าการโปรโมตผลงาน รัฐบาลจึงต้องงัดการประเมินผลงานรัฐมนตรีรายกระทรวงขึ้นมา โดยมีรายงานว่า จะใช้เวลา 1 ปี ในการประเมินผลงานเพื่อปรับครม.
ทำให้ช่วงนี้ จะเห็นบรรดาเสนาบดีอวดผลงาน เผยแพร่ข่าว (แจก) กันถี่ยิบ
กล่าวสำหรับ ‘กระทรวงคมนาคม’ ที่ปัจจุบันมีรัฐมนตรีนั่งค้ำอยู่ 4 คน นำโดย ‘โกเกี๊ยะ-พิพัฒน์ รัชกิประการ’ ในฐานะรัฐมนตรีว่าการ และรัฐมนตรีช่วยฯ 3 คน ได้แก่ ‘ต.โต้ง-สิริพงศ์ อังคสกุลเียรติ’ , ‘สรรเพชญ บุญญามณี’ และ ‘นอร์ท-ภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์’
ตลอด 4 เดือนที่ผ่านมา บทบาทกระทรวงคมนาคมจะไปในทาง ‘เรียกทัวร์’ และ ‘แก้ปัญหา’ เสียส่วนใหญ่ ไล่ตั้งแต่เหตุการณ์รถไฟชนรถเมล์บริเวณมักกะสัน เมื่อเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา, การระงับโปรเจ็กต์แลนด์บริดจ์ที่สุดท้ายต้องมีการเซ็น MOU กับผู้ชุมนุม แถมการขับเคลื่อนโครงการตอนนี้ไปอยู่ในมือของ ‘เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ’ ตามที่นายกฯสั่งการแล้ว และล่าสุดคือ การยกเลิกโครงการรถไความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน
ซึ่งจากเหตุการณ์ดังกล่าว สปอร์ตไลท์จะไปจับที่ ‘พิพัฒน์ - สิริพงศ์’ เสียส่วนใหญ่ ขณะที่อีกสองคนยังสาดไปไม่ถึง
ในโอกาสนี้ สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) ได้โอกาสสัมภาษณ์ ‘ภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์’ หนึ่งในสองรัฐนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ที่เขาบอกกันว่า ‘โลกลืม’

@’โลกลืม’ เพราะเนื้องานไกลตัวประชาชน-ไม่เคยปรึกษา ‘อาประดิษฐ์’
‘ภัทรพงศ์’ เริ่มต้นว่า การถูกขนานนามว่าเป็น ‘รัฐมนตรีโลกลืม’ จริงๆก็ทำงานปกติ หรือข่าวที่เผยแพร่ตามสื่อต่างๆ หรือในโซเชียลมีเดียยังน้อยอยู่ หรือผลงานไม่มี ก็ยังงงอยู่ แต่นักข่าวกระทรวงคมนาคมจะยังเห็นตลอดว่า ผมทำอะไรและไปที่ไหนบ้าง โดยส่วนตัวจะมีเป้าหมายว่า เวลาไปไหนจะทำอะไรให้ได้บ้าง ถ้าไปตรวจราชการเฉยๆไม่ไป
โดยเนื้องานที่ได้รับมอบหมายให้กำกับดูแล จะเกี่ยวข้องกับหน่วยงานทางอากาศเป็นหลัก อาจจะทำให้คนทั่วไปมองว่าเป็นเรื่องไกลตัวไป ตอนแรกที่เข้ามารับหน้าที่ก็มอเหมือนกันว่า การเดินทางทางอากาศจะทำอะไรได้บ้าง จะพัฒนาอะไร แต่เมื่อได้มาสัมผัสก็พบว่า ยังมีความเป็นไปได้อยู่ ยิ่งมาเข้าหาหน่วยงานที่กำกับก็ดีจริงและพัฒนาได้ โดยเป้าหมายของการทำ World Class Aviation Hub (ฮับการบินระดับโลก) เป็นไปได้ อีกทั้ง 4 หน่วยงานที่กำกับยังพัฒนาได้ โดย 4 หน่วยงานที่กำกับดูแล ประกอบด้วย กรมท่าอากาศยาน (ทย.), บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด หรือ บวท., สถาบันการบินพลเรือน (สบพ.) และบริษัท โรงแรมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จำกัด
อีกประเด็นที่อาจจทำให้เป็น ‘รัฐมนตรีโลกลืม’ คือ การไม่ค่อยให้สัมภาษณ์สื่อ โดย ‘ภัทรพงศ์’ ขยายความว่า “ผมน่าจะให้สัมภาษณ์น้อย เพราะผมเจอนักข่าวก็จะหมุดๆๆๆ เพราะผมไม่มีประเด็นอะไร ผมก็คิดว่าอยู่เงียบๆดีกว่า เราเองก็ไม่ใช่คนหิวแสงอะไรอยู่แล้วด้วย แต่หลังๆก็มีคนบอกว่า มันก็ต้องออกสื่อให้สัมภาษณ์บ้าง ไม่อย่างนั้น มันจะไม่เห็น และจะโลกลืม อีกทั้งไม่ค่อยได้คุยกับสื่อด้วย เพราะส่วนหนึ่งก็กลัวว่า จะมีทัวร์ลงเหมือนกัน”
เมื่อถามว่า ในฐานะหลานอาของ ‘ประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์’ อดีตรัฐมนตรีหลายสมัย ได้ขอคำปรึกษาอะไรบ้างหรือไม่ ‘ภัทรพงศ์’ ตอบว่า ตั้งแต่มาเป็น สส.สมัยแรกเมื่อปี 2566 จนถึงตอนนี้ไม่เคยปรึกษาอะไรนายประดิษฐ์เลย และส่วนตัวคิดว่าเดี๋ยวนี้ ประสบการณ์ของคนรุ่นเก่าใช้ไม่ได้ทั้งหมด คนรุ่นเก่าที่เป็นรัฐมนตรีไม่ค่อยได้ลงพื้นที่ แต่คนรุ่นใหม่มันต้องถึง ต้องลงพื้นที่ อย่างตนเองทุกสัปดาห์จะพยายามลงพื้นที่ มีปัญหาอะไร ก็ลงไปรับรู้ ถึงตัวกันหมด
@ดันสนามบินหัวหิน - อุดรฯ เป็นอินเตอร์
สำหรับ ‘กรมท่าอากาศยาน (ทย.)’ ‘ภัทรพงศ์’ มองว่า ปัจจุบันมีสนามบินในการกำกับดูแลของ ทย. 28 แห่ง เดิมมีวัตถุประสงค์เพื่อความมั่นคงเป็นหลัก การขนส่งเวชภัณฑ์ฉุกเฉิน หรือด้านการเกษตร เป็นต้น แต่ในยุคนี้ ก็จะยกระดับสนามบินหัวหินเป็นสนาบินนานาชาติ (International airport) โดยได้ทำการรื้อย้ายเสาอาณัติสัญญาของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ที่อยู่ตรงขอบรันเวย์ออกแล้ว ตอนนี้อยู่ระหว่างรอการพิจารณาโดยองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) ในเรื่องมาตรฐานสนามบินนานาชาติอยู่ คาดว่าปลายปี 2569 จะสามารถรองรับผู้โดยสารต่างประเทศได้ เที่ยวบินที่คาดว่าจะรองรับที่สนามบินหัวหินคือ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย - หัวหิน, ประเทศสิงคโปร์ - หัวหิน จีน - หัวหิน และเกาหลีใต้ - หัวหิน
เมื่อทำสนามบินหัวหินได้แล้ว ‘ภัทรพงศ์’ มองว่า เป้าหมายต่อไปคือ สนามบินอุดรธานี เนื่องจากมีปริมาณผู้โดยสารที่เข้ามาจากประเทศลาวและเวียดนามเป็นจำนวนมาก โดยทางสายการบินไทยเวียตเจ็ทแอร์ (Thai Vietjet Air) เพิ่งจะเปิดเที่ยวบิน VZ200 เส้นทางอุดรธานี–กรุงเทพฯ (สุวรรณภูมิ)–โตเกียว (นาริตะ) เมื่อวันที่ 22 ก.ค.ที่ผ่านมา
@สารพัดปัญหาสนามบินภูมิภาค
อีกประเด็นที่เกี่ยวกับสนามบินภูมิภาคที่ ‘ภัทรพงศ์’ จะทำคือ การหารือกับกรมธนารักษ์ เพื่อขยายสัญญาเช่าพื้นที่เชิงพาณิชย์ภายในสนามบินภูมิภาค จากปัจจุบันที่มีข้อจำกัดให้เช่าแค่ 3 ปี ซึ่งจากการลงพื้นที่สนามบินพิษณุโลก พบว่า มีร้านค้าเพียง 1 ร้าน และขายเพียงบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปกับไข่ต้ม จึงคิดว่า ควรหารือกับกรมธนารักษ์ เพื่อหารือในการขยายเวลาสัญญาเช่าออกไป โดยในเบื้องต้นได้หารือกับนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะกำกับกรมธนารักษ์แล้ว
นอกจากเรื่องพื้นที่เชิงพาณิชย์แล้ว ‘ภัทรพงศ์’ กล่าวว่า ในส่วนสนามบินขนาดกลางของ ทย.ก็กำลังจะหาสล็อตการบินเพิ่มเติมไปด้วย โดยยกตัวอย่างสนามบินนครพนม มีเที่ยวบินแค่ตอนเช้ากับบ่าย ตอนนี้ก็สามารถดึงให้สายการบินไทยแอร์เอเชียบินมาช่วงกลางวันได้อีก 1 เที่ยวแล้ว ขณะที่สนามบินพิษณุโลกก็กำลังเพิ่มไฟล์ทบินให้มากขึ้น เช่นเที่ยวบินระหว่างพิษณุโลก - เชียงใหม่ รวมถึงการหารือกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ในการจัดแพ็คเกจท่องเที่ยว โดย 1 แพ็คเกจอาจจะมีทั้งค่าตั๋วเครื่องบิน, ค่าที่พัก, ค่าอาหาร หรือค่าเข้าชมสถานที่ต่างๆ ซึ่งเท่าที่หารือกันน่าจะเริ่มได้ที่จ.อุดรธานีและขอนแก่น
“สนามบินของ ทย.มีค่าธรรมเนียม ค่าใช้จ่ายที่ถูกมากอยู่แล้ว พื้นที่ในสนามบินส่วนใหญ่จะมีร้านค้าบ้างอยู่แล้ว แต่พื้นที่ด้านนอกก็จำเป็นต้องหาสิ่งจูงใจ ดึงดูดประชาชนมาใช้บริการ เช่น อาจจะดึงโชว์รูมรถยนต์ต่างๆเข้ามาใช้ หรือร้านค้าเข้ามาใช้ แต่หลายๆพื้นที่ติดกับพื้นที่ทางทหาร พื้นที่ทางความมั่นคง เช่น สนามบินขอนแก่น ก็ได้พูดคุยกับทางกรมทหารราบที่ 8 ค่ายสีหราชเดโชไชย เพราะปลายรันเวย์ของสนาบินไม่มีระบบ ILS ที่ช่วยลงจอด ก็เจรจากันแล้ว ทย.พร้อมจะจ่ายค่าใช้พื้นที่ของทหาในการทำระบบตรงนี้เพิ่ม คิดว่าจะใช้เวลาประมาณปลายปีหน้า (2570) จึงจะติดตั้งระบบเสร็จ เมื่อเสร็จแล้วก็อาจจะผลักดันสนามบินขอนแก่นเป็นสนามบินนานาชาติต่อไป” นายภัทรพงศ์กล่าว
@ฟื้น ‘ปาย-แม่ฮ่องสอน’ รับเที่ยวบิน
อย่างไรก็ตาม นอกจากสนาบินที่มีไฟล์ทบินแล้ว ‘ภัทรพงศ์’ ยังกล่าวถึงสมนามบินที่ไม่มีคนใช้งานด้วย โดยยกตัวอย่างสนามบินปาย และสนามบินแม่ฮ่องสอน ที่อยู่ห่างกัน 100 กม. ในเดือน ส.ค.นี้ จะมีเที่ยวบินจากจ.เชียงใหม่ เข้ามา โดยทาง EZY Airlines จะเข้ามาทำการบิน และอีกเที่ยวบินคือเชียงใหม่ - พิษณุโลก ส่วนสนามบินแพร่ ปัจจุบันอยู่ระหว่างการขยายรันเวย์ ทาง EZY Airlines ให้คำตอบว่า ประมาณปลายปี 2570 น่าจะเป็นไปได้ เพราะทาง EZY Airlines อยู่ระหว่างซื้อเครื่องบิน ATR 72 อยู่ อาจจะสามารถรองรับได้
@คิกออฟ Seaplane นำร่อง ‘กระบี่-ภูเก็ต’ ต.ค.นี้
ทั้งนี้ ‘ภัทรพงศ์’ กล่าวว่า ใน 28 แห่งนี้ ยังไม่มีแผนปิดใช้สนามบินใดเป็นพิเศษ เพราะแต่ละแห่งลงทุนไปเยอะ และเมื่อมาดูสนามบินเล็กๆ ก็น่าจะคิดต่อไปยังการทำเครื่องบินน้ำ (Seaplane) รองรับในพื้นที่ภาคใต้หรือไม่ โดยโฟกัสไปที่จ.ภูเก็ตและกระบี่ เพราะในพื้นที่ภาคใต้การเดินทางข้ามจังหวัด มักจะใช้เวลานานถึง 3-4 ชม. ดังนั้น Seaplane น่าจะเป็นไปได้
เมื่อหารือกับผู้ประกอบการพบว่า การทำ Seaplane ต้องขอใบอนุญาตหลายๆใบ ซึ่งกระทรวงคมนาคมไม่มีสิทธิ์ออกใบอนุญาตเอง โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรมเจ้าท่า, สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.), กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม,สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.), กระทรวงมหาดไทย ตลอดจนถึงองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นในแต่ละพื้นที่ว่าจะเอาอย่างไร? ส่วนประชาชนในพื้นที่น่าจะไม่มีปัญหาและส่วนใหญ่แสดงความต้องการที่จะได้ โดยเฉพาะในพื้นที่นำร่องจ.กระบี่และภูเก็ต
ส่วนกรณีบริษัท ไทย ซีเพลน จำกัด ซึ่งมีประเด็นว่า พบรายชื่อผู้ถือหุ้นและกรรมการบริษัทที่เชื่อมโยงกับคนสนิทสารวัตรซัว หรือพ.ต.ท.วสวัตติ์ มุครสกุล และบริษัทในเครือข่ายที่เกี่ยวข้องกับคดีพนันออนไลน์-ฟอกเงินนั้น ‘ภัทรพงศ์’ ยืนยันว่า ไม่เคยรู้จักมาก่อน แต่เชื่อมั่นว่า Seaplane จะสร้างรายได้ให้ประเทศ อีกทั้งการประกอบธุรกิจนีไม่ได้มีแค่ไทยนซีเพลน ยังมีบริษัท สยาม ซีเพลน จำกัดที่เป็นอีกบริษัทที่ประกอบการด้านนี้ และส่วนตัวก็มีแผนที่อยากจะให้สถาบันการบินพลเรือน (สบพ.) ทำเรื่องนี้ เพราะมีศูนย์ฝึกอยู่หัวหินและพัทยา อีกทั้งการทำ Seaplane ยังไม่เคยมีนักบินคนไทยมาก่อน จึงน่าจะเป็นไปได้
ดังนั้น คาดว่าจะสามารถนำร่องการทำ Seaplane ได้ในเส้นทางกระบี่ - ภูเก็ต ได้ก่อน ประมาณเดือน ต.ค.นี้
เหล่านี้ คือ เนื้องานการบินในส่วนภูมิภาคทั้งหมดที่ ‘ภัทรพงศ์’ ฉายภาพให้เห็น
ส่วนผลงานที่จะคลอดออกมาตามแผนที่วางไว้ จะล้างภาพรัฐมนตรีโลกลืมได้หรือไม่?
คงต้องรอการพิสูจน์

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา