
‘อนุทิน’ ไม่สนผลนิด้าโพลชี้ชัด คนสงขลาเทใจเลือก ‘ประชาธิปัตย์-อภิสิทธิ์’ ชี้ ‘ภูมิใจไทย’ ตามผลสำรวจเป็นรองอยู่แล้ว พร้อมเมินกระแสข่าวล็อกนายกฯล่วงหน้า ชี้เป็นการวิเคราะห์ตามข้อมูล
สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า วันที่ 5 มกราคม 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนว่า จากที่ศูนย์สำรวจความคิดเห็น ‘นิด้าโพล’ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลการสำรวจเรื่อง “เลือกตั้ง 69 ของคนสงขลา” ซึ่งปรากฎว่า พรรคประชาธิปัตย์และนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคในฐานะแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีได้รับการโหวตให้เป็นอันดับที่ 1 ที่คนสงขลาจะเลือกนั้น เรื่องโพลมาพูดกับพรรคภูมิใจไทย ก็ต้องถามว่าเวลาทำงานเคยรู้จักผลโพลของแต่ละจังหวัดไหม? แต่ละคนก็ต้องทำงาน พรรคภูมิใจไทย 0.6-0.7% มาตลอดตั้งแต่ปี 2562-2566 วันนี้ขึ้นมา 5% 10% 20% ก็ดีใจแล้ว แต่ว่าไม่ได้มีผลกับการทำงานว่า พอผลออกมาดี จะลดสปีดลง เคยพูดมาตลอดว่า พรรคถือผลโพลของตัวเอง
ผู้สื่อข่าวถามว่า จากผลโพลดังกล่าว ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ไม่ได้คะแนนคือ เหตุการณ์น้ำท่วมภาคใต้ 9 จังหวัดเมื่อสิ้นปีที่แล้วหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ไม่ทราบ
ส่วนกระแสข่าวการล็อกตัวนายอนุทินเป็นนายกรัฐมนตรีต่อไปนั้น นายอนุทินกล่าวว่า อย่าพูดถึงกระแส เพราะมันไม่นิ่ง กระแสมันไม่นิ่ง เอาที่มันนิ่งๆดีกว่า
เมื่อถามย้ำว่า มีนักวิชาการวิเคราะห์ถึงกระแสการตั้งนายอนุทินเป็นนายกรัฐมนตรีและตั้งครม.ล่วงหน้า นายอนุทินกล่าวว่า นักวิชาการก็ต้องวิเคราะห์ไปตามข้อมูลที่มี ส่วนที่นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ อดีตสส.พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ออกมาเปิดเผยเรื่องการซื้อเสียง โดยมีการระบุชื่อตัวอักษรย่อ อ.นั้น นายอนุทินกล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์ก็มีหัวหน้าพรรค อ.อ่าง ก็ต้องเชียร์หัวหน้าของพรรคสิ
@พิพัฒน์กังวลแต่ไม่มาก
ขณะที่นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในฐานะแกนนำพรรคภูมิใจไทยในพื้นที่ภาคใต้ ให้สัมภาษณ์ว่า ผลโพลดังกล่าวเป็นเรื่องธรรมดา แต่ในฐานะพรรคการเมือง และในฐานะที่พรรคภูมิใจไทยได้มอบหมายให้ดูแลพื้นที่ภาคใต้ ต้องเดินหน้าพยายามต่อไป เพื่อนำเสนอสิ่งต่าง ๆ ที่พรรคภูมิใจไทย ได้ทำลงไปในช่วงปี 2562 จนถึงขณะนี้ แต่ยอมรับว่ากังวลแต่ไม่มาก เพราะเวลาเปลี่ยน ยุคสมัยเปลี่ยน แต่ก็มั่นใจในตัวของนายอนุทิน ซึ่งได้ดำรงตำแหน่งรักษาการนายกรัฐมนตรี ตลอดระยะเวลา 3 เดือนที่ผ่านมา ได้เข้ามาบริหารประเทศและให้ความชัดเจนหลาย ๆ ด้าน ซึ่งมากกว่าทุกยุค
เมื่อถามว่าในช่วงระยะเวลาที่เหลืออยู่พรรคภูมิใจไทย จะยังสามารถซื้อใจประชาชนได้หรือไม่ นายพิพัฒน์ กล่าวว่า เราไม่ได้ซื้อใจประชาชนแต่เราพยายามนำเสนอผลงาน ในช่วงที่ผ่านมาเพื่อให้ประชาชนใน 14 จังหวัดภาคใต้ได้ทราบว่าพรรคภูมิใจไทยได้ทำอะไรไปแล้วบ้าง และในอนาคตอันใกล้นี้ หลังการเลือกตั้งวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 เราจะทำอะไรต่อ ตนคิดว่าประชาชนในภาคใต้จะเข้าใจดีว่าอะไรเป็นอะไร ที่พรรคภูมิใจไทยได้นำเสนอ เมื่อนำเสนอก็ต้องทำให้เกิดขึ้นได้จริงไม่ใช่โครงการอยู่ในอากาศ ซึ่งไม่สามารถเกิดขึ้นได้จริง พรรคภูมิใจไทยจะนำเสนอเฉพาะส่วนที่ทำได้
ขณะที่เป้าหมายในพื้นที่ภาคใต้ของพรรคภูมิใจไทยยังเหมือนเดิมใช่หรือไม่ นายพิพัฒน์ กล่าวว่า มั่นใจว่าจะได้เก้าอี้ 31 ที่นั่ง และจะพยายามทำให้ได้มากกว่านี้เพราะการช่วงชิงในพื้นที่ภาคใต้นั้นมีประมาณ 3 พรรคการเมือง ดังนั้นตนก็ยังมีความมั่นใจ เราจะได้พื้นที่ สส.เขตมากที่สุด
เมื่อถามว่าหนักใจหรือไม่ที่ถูกมอบหมายให้ดูแลพื้นที่ภาคใต้ในครั้งนี้ นายพิพัฒน์ กล่าวว่า การที่พรรคภูมิใจไทยมอบหมายให้ตนเองและเพื่อน ๆ อีกหลายคน แน่นอนว่าการทำงานการเมืองไม่ง่าย เราตอบโจทย์ประชาชนให้ได้ในทุกมิติ แต่สิ่งที่สำคัญคือการพูดให้ประชาชนเชื่อว่าพูดแล้วทำได้

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา