
‘พิพัฒน์’ ฉายภาพนโยบาย ‘ภูมิใจไทย’ เดินต่อรถไฟฟ้า 40 บาท ชงครม.เห็นชอบหลักการใน 3 เดือนหลังตั้งรัฐบาล ใช้ EMV แทนตั๋วร่วม ชี้จะไปต่อค่าโดยสารร่วม ต้องซื้อคืนสัมปทานรถไฟฟ้าทุกสายให้มาอยู่ใต้รฟม. พร้อมปิ๊งไอเดียจัดโซนนิ่งค่าโดยสาร แย้มรถเมล์แอร์เก็บค่าโดยสารไม่เกิน 15 บาทตลอดสาย ชดเชยรถเมล์ร้อนเฉพาะผู้ถือบัตรสวัสดิการฯ
สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า วันที่ 6 มกราคม 2569 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในฐานะแกนนำพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ว่า หลังจากที่ได้ดำเนินนโยบายเกี่ยวกับค่าโดยสารรถไฟฟ้าไปแล้วบางส่วนนั้น สำหรับพรรคภูมิใจไทยมีนโยบายค่าโดยสารระบบรถไฟฟ้าทุกสายทางสูงสุด 40 บาท ซึ่ง ณ วันนี้ได้มีระบบบัตรร่วมแล้ว โดยดำเนินการผ่านระบบ EMV (Europay, Mastercard และ Visa หมายถึง บัตรเดบิตหรือบัตรเครดิตที่มีชิปคอมพิวเตอร์ขนาดเล็กฝังอยู่บนหน้าบัตร) ขั้นตอนต่อไปจะต้องพัฒนาไปสู่การจัดทำระบบค่าโดยสารร่วม (Common Fare/Common Ticket) ซึ่งได้นำร่องไปใน 2 โครงการรถไฟฟ้าแล้วคือ รถไฟชานเมืองสายสีแดงช่วงตลิ่งชัน - สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ - รังสิต และสายสีม่วงช่วงคลองบางไผ่ - เตาปูน
@เปิดไอเดียโซนนิ่งค่าโดยสาร
สำหรับหลักการที่จะทำให้เกิดระบบค่าโดยสารร่วมนายพิพัฒน์กล่าวว่า เบื้องต้นมีแนวคิดว่าจะต้องซื้อคืนสัมปทานมาไว้ที่การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ทั้งหมด ซึ่งเท่าที่คิดได้มี 2 แบบ คือ 1. ตั้งกองทุนซื้อคืนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) และ 2. การให้สัมปทานเอกชน แล้วให้เอกชนนำสัมปทานไปกู้ เมื่อได้เงินแล้ว ก็เอาเงินนี้จ่ายคืนตัวเอง เพราะรัฐจะไม่เข้าไปค้ำประกันและทำให้เกิดภาระต่อหนี้สาธารณะ จึงต้องคิดต่อว่า อาจจะมีการจัดโซนนิ่งค่าโดยสารด้วย เพื่อจำกัดโซนเฉพาะของค่าโดยสาร
ทั้งนี้ นายพิพัฒน์กล่าวว่า ความคืบหน้าของแผนงานอยู่ที่กระทรวงการคลัง ซึ่งกำลังทำการบ้านอยู่ หลังจากนี้ สิ่งที่คิดต่อคือ เมื่อรถไฟที่เป็นกระดูกสันหลังของปลา ก็จะมีการเติมรถเมล์เข้าไปเป็นก้างที่เชื่อมกับกระดูกสันหลังของปลา ดังนั้น บัตรร่วมนี้ ถ้ารถเมล์พร้อมก็จะเชื่อมต่อการเดินทางกับโหมดอื่นๆได้
ส่วนการบริหารจัดการรถเมล์ นายพิพัฒน์กล่าวว่า ปัจจุบันในกรุงเทพฯและปริมณฑลมีเจ้าของรถเมล์อยู่ 2 เจ้าคือ องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) และบจ.ไทย สมายล์ กรุ๊ป ดังนั้น จะให้กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) เข้ามาจัดการเส้นทางที่เหมาะสม โดยกำหนดอัตราราคาค่าโดยสารไว้ที่ประมาณไม่เกิน 15 บาท ส่วนบุคคลที่เคยโดยสารรถร้อน เฉพาะสำหรับผู้ถึอบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเท่านั้นจะมีการเพิ่มเติมส่วนต่างในบัตรให้ ส่วนกระบวนการการคำนวณค่าโดยสารร่วมเฉพาะรถเมล์นั้น ปัจจุบันยังอยู่ระหว่างหารือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
เมื่อถามว่า แนวคิดการจัดโซนนิ่งค่าโดยสารเฉพาะพื้นที่ ถ้าออกนอกโซนจะไม่ใช่ 40 บาทใช่หรือไม่ นายพิพัฒน์ตอบว่า ถึงเวลานั้นผู้โดยสารก็ต้องซื้อบัตรในโซนอื่นๆเพิ่มเอา และมั่นใจราคาจะถูกกว่ารถไฟฟ้าแน่นอน
“ที่คิดเรื่องโซนนิ่ง เพราะกทม.มีความกว้างใหญ่ไพศาล โดยตอนนี้มอบหมายกระทรวง (คมนาคม) ไปทำอยู่ ส่วนถ้าได้กลับมาการซื้อคืนสัมปทานรถไฟฟ้าจะทำได้ภายใน 3 เดือน 3 เดือนที่ว่าคือการนำเสนอครม.เห็นชอบในหลักการก่อนนะ หลังจากนั้นต้องไปทำกระบวนการกันต่อ” นายพิพัฒน์กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า กรณีสัมปทานรถไฟฟ้าสายสีเขียวที่มีกรุงเทพมหานคร (กทม.) เป็นเจ้าของโครงการและมีบมจ.ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ (BTSC) กำลังจะหมดสัญญาสัมปทานในปี 2572 ทำไมไม่รอให้หมดสัมปทานจะได้ไม่ต้องซื้อ นายพิพัฒน์กล่าวว่า การรอให้หมดสัญญาสัมปทาน กระทรวงคมนาคมอาจถูกตำหนิได้ว่า ทำไมไม่ซื้อสัมปทานมาทั้งที่เหลือเวลาอีกไม่กี่ปี ตอนนี้คิดว่า ในเมื่อเหลือระยะสัมปทานไม่เท่าไหร่ ทำไมไม่ใช้จังหวะนี้ต่อรองเพื่อให้ได้ของถูก ยืนยันว่า จะซื้อแน่นอน แต่จะไม่ใช่ราคาที่เอกชนเสนอมาแน่นอน ต้องเจรจา

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา