
ปลัดคลังประเมิน ‘ไทย’ ไม่มีอะไรเสีย กรณีศาลสูงสหรัฐฯเตรียมพิพากษาชี้ขาด ‘ภาษีทรัมป์’ 14 ม.ค.นี้ ชี้ทุกคนปรับตัวและมีการเตรียมตัวรับมือไว้แล้ว
สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า วันที่ 12 ม.ค. 2569 นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า กรณีศาลฎีกาสหรัฐ (Supreme Court) จะมีคำพิพากษายกเลิกนโยบายการจัดเก็บภาษีนำเข้าขนานใหญ่ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์นั้น ข้อมูลดังกล่าวไม่เป็นความจริง หรือเป็น "เฟคนิวส์" (Fake News) โดยสถานะปัจจุบันยังไม่มีคำตัดสินขั้นสุดท้ายออกมาจากทางศาลสหรัฐแต่อย่างใด ทั้งนี้ จากการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด คาดการณ์ว่าจะมีการออกประกาศคำตัดสินอย่างเป็นทางการในวันที่ 14 ม.ค. 69 ที่จะถึงนี้ ซึ่งจะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของทิศทางเศรษฐกิจโลกและไทย
นายลวรณ กล่าวว่า ฉากทัศน์ของผลคำตัดสินที่จะเกิดขึ้น ไม่ว่าผลจะออกมาในทิศทางใด ประเทศไทยได้เตรียมความพร้อมไว้แล้ว หากศาลฎีกาสหรัฐตัดสินให้รัฐบาลทรัมป์สามารถเดินหน้านโยบายภาษีต่อไปได้ สถานการณ์ทางเศรษฐกิจก็จะยังคงเหมือนเดิม เนื่องจากภาคเอกชนและภาครัฐได้มีการปรับตัวและเตรียมแผนรองรับผลกระทบไว้ล่วงหน้าแล้ว ในทางกลับกัน หากผลคำตัดสินออกมาในทิศทางที่เป็นคุณต่อการค้าโลก คือศาลสั่งไม่ให้เดินหน้านโยบายภาษีดังกล่าว ก็จะถือเป็นปัจจัยบวกต่อเศรษฐกิจไทยทันที
“หากศาลบอกว่าทำได้ ก็ไม่มีอะไรเสีย เพราะทุกคนได้ปรับตัวและเตรียมตัวรับมือไว้แล้ว แต่หากโชคดี ศาลบอกทำไม่ได้ จะเป็นปัจจัยบวก ส่วนจะบวกมากหรือน้อยต้องติดตามต่อไป” นายลวรณกล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นโยบายภาษีนำเข้าของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ หรือที่เรียกว่าภาษีตอบโต้ (Reciprocal Tariff) มีการประกาศเก็บภาษีขั้นต่ำ 10% จากทุกประเทศ และสูงสุดถึง 50% ในบางประเทศ ซึ่งในส่วนของประเทศไทย ถูกเรียกเก็บอัตราภาษีนำเข้าสินค้าอยู่ที่ 19% จากเดิมที่เคยถูกเพ่งเล็งที่ 36% โดยมีผลบังคับใช้มาตั้งแต่วันที่ 7 ส.ค. 68

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา