
บอร์ดรถไฟ ตีกลับงบลงทุนรฟท.ปี 69 วงเงิน 39,000 ล้านบาท โดยขอให้ทบทวนให้ตรงตามเป้าหมายให้รอบคอบ เผยงบเดิมตั้งไว้ 27,000 ล้านบาท ขอเพิ่มอีก 12,000 ล้านบาท จาก 2 รถไฟทางคู่คืบหน้า
สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า วันที่ 19 มกราคม 2569 นายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง รองผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย รักษาการในตำแหน่งผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เปิดเผยว่า รฟท.ได้เสนอขอพิจารณางบลงทุนรัฐวิสาหกิจประจำปีงบประมาณ 2569 ทบทวนปรับปรุง ครั้งที่1 ต่อที่ประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด) รฟท. ครั้งที่ 21 /2568 เมื่อวันที่ 25 ธ.ค. 2568 ที่มี นายจิรุตม์ วิศาลจิตร เป็นประธาน ซึ่งบอร์ดยังไม่เห็นด้วย โดยให้ใปดำเนินการตรวจสอบทบทวนตัวเลขให้รอบคอบอีกครั้ง เพื่อให้การเบิกจ่ายงบเป็นไปตามเป้าหมายที่คาดการณ์ใหม่มากที่สุด จากนั้นให้นำเสนอบอร์ด รฟท. ขอความเห็นชอบอีกครั้ง จากนั้น จึงจะจะเสนอไปกระทรวงคมนาคม สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) และคณะรัฐมนตรี (ครม.) ตามขั้นตอน
สำหรับสาเหตุที่ต้องมีการทบทวน นายอนันต์กล่าวว่า เนื่องจากงานก่อสร้างหลายโครงการมีความคืบหน้ามากกว่าที่คาดการณ์ไว้เดิมจึงจำเป็นต้องใช้งบประมาณเพิ่มเติมจากที่ตั้งไว้ เพื่อให้เหมาะสมกับผลงานการก่อสร้างที่จะมีในปี 2569 ซึ่งการประมาณการได้มีการประเมินจากผลการเบิกจ่ายงบประมาณปี 2568 ที่รฟท.สามารถเบิกจ่ายงบได้ในระดับ 100% ประกอบการคาดการณ์ ผลงานปี 2569
สำหรับงบลงทุนรัฐวิสาหกิจประจำปีงบประมาณ 2569 ของรฟท.เดิม ตั้งไว้จำนวน 27,000 ล้านบาท ขอปรับเพิ่มอีก 12,000 ล้านบาท รวมเป็น 39,000 ล้านบาท โดยเหตุผลหลักมาจากการ โครงการรถไฟทางคู่สายใหม่ 2 เส้นทาง ที่เป็นโครงการใหญ่ สามารถเบิกจ่ายงบได้เพิ่มขึ้น ได้แก่ โครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่สายใหม่สายเหนือช่วงเด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ ระยะทาง 323.10 กม. มีการก่อสร้างงานโยธา 3 สัญญา งานคืบหน้า ที่50 % โดยปี 2569 ตั้งงบเบิกจ่ายไว้ที่ประมาณ 8,000 ล้านบาท ขอปรับเป็น13,000 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 5,000 ล้านบาท ตามแผนงานก่อสร้าง และประสิทธิภาพการเบิกจ่ายของผู้รับจ้างเร็วขึ้น โดยรถไฟทางคู่สายเหนือ งานก่อสร้างอุโมงค์เสร็จแล้ว ทำให้การเบิกจ่ายปี 2568 มากกว่าที่ตั้งไว้ คาดว่าปี2569 น่าจะทำได้เกินเป้า จึงให้ปรับแผนใหม่
โครงการก่อสร้างทางรถไฟ สายบ้านไผ่-มหาสารคาม-ร้อยเอ็ด-มุกดาหาร-นครพนม ระยะทาง 355 กม. มีงานโยธา 2 สัญญา ผลงาน 28 % ปี 2569 เดิมตั้งงบเบิกจ่ายไว้ 3,000 ล้านบาท ขอปรับเป็น9,000 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 6,000 ล้านบาท สำหรับสายบ้านไผ่-นครพนม ก่อสร้าง ยังล่าช้ากว่าแผน เพราะติดปัญหาการเข้าพื้นที่ปัจจุบัน เริ่มเข้าพื้นที่ก่อสร้างได้แล้ว ซึ่งคาดว่าจะเร่งไปแก้ไขปัญหาอุปสรรค อื่นๆ มั่นใจว่าจะเบิกจ่ายเงินในปี 2569 ได้เร็วขึ้น
นายอนันต์กล่าวถึง โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน(ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา) ว่า รฟท.ได้เสนอขอตั้งกรอบงบจ่ายค่าร่วมลงทุนปี 2569 (ปีแรก) จำนวน 17,000 ล้านบาท สำหรับค่าร่วมลงทุนในโครงการ (PIC) ทั้งสิ้น 1.2 แสนล้านบาท โดยมีเงื่อนไข คือ ต้องรอมติครม. เรื่องการแก้ไขหลักการ และการแก้ไขสัญญารองรับ จึงจะหารือสำนักงบประมาณ ต่อไป

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา