
นายกฯ ประกาศไม่กลัว ‘อิตาเลียนไทย’ ฟ้องค่าโง่ ชี้เกิดเหตุบ่อยครั้งแล้ว สั่งทุกหน่วยงานไม่ต้องดูเงื่อนไขสัญญา เดินหน้าเลิกสัญญาอย่างเดียว ขำๆประเด็นซื้อเสียงมากสุด 7,500 บาท เปรียบเหมือนซื้อเขาควาย
สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า วันที่ 20 มกราคม 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)
โดยนายอนุทินถึงประเด็นการซื้อเสียงที่มีมูลค่าสูงถึง 7,500 บาทก่อนว่า “ซื้อเสียงหัวละ 7,500 ซื้อเขาควาย 700 เอง ใครจ่าย 7,500 บอกด้วยจะซื้อเขาควายไปครอบให้เขา สู้กันดุเดือดทุกรอบ สู้กันตั้งแต่ปีมะโว้แล้ว แต่ขอให้สู้ในเกม การแข่งขันเป็นรื่องงดงามแต่ขอให้เป็นไปตามกติกา”
นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรียังกล่าวถึงประเด็นเพลิงไหม้บริเวณถนนพระราม 2 ว่า เรื่องไฟไหม้ถ้ามีจริงเดี๋ยวก็คงรายงานมา แต่ในเบื้องต้นหน่วยงานเจ้าของโครงการซึ่งก็คือกรมทางหลวง (ทล.) ต้องดูแล ขณะนี้รัฐบาลให้ดำเนินการทางปกครองแล้ว ให้ไปหาวิธีบอกเลิกสัญญากับผู้รับเหมา แต่สำนักนายกรัฐมนตรีไม่ใช่คู่สัญญา นี่เป็นนโยบายที่รัฐบาลแจ้งไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบโครงการ ในส่วนของรัฐบาลได้ดำเนินการไปแล้ว
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าการเกิดเหตุไฟไหม้เป็นการทำลายหลักฐานหรือไม่ นายอนุทิน ตอบว่า “จะไปทำลายอะไร หลักฐานก็ถ่ายรูปไปหมดแล้ว หลักฐานก็คือเครนร่วงลงมา เป็นความเสียหายทางโครงสร้างวิศวกรรม จบตรงนั้นไปแล้ว เผาเหล็กเผาเครนตอนนี้ก็ไม่มีประโยชน์อะไร เอกสารก็ไม่ต้องการ เอกสารดียังไง สิ่งที่เกิดขึ้นมันฟ้องมากกว่าเอกสาร”
@ไม่ต้องดูเงื่อนไขสัญญา ลุยเลิกอย่างเดียว
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า ผู้ประกอบการเรียกร้องให้การช่วยเหลือ นายอนุทิน กล่าวว่า นี่คือสิ่งที่เป็นปัญหา รัฐบาลถึงได้มอบนโยบายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่า ไม่ฟังเงื่อนไขในสัญญา แต่ให้ไปดำเนินการตามกฎหมายปกครอง เพราะทำให้ประโยชน์สาธารณะเสียหาย ทำให้ความมั่นใจของนักลงทุน นักท่องเที่ยว คนในชาติเสียหาย ต้องสร้างความมั่นใจในส่วนนี้ คนที่ทำให้เกิดความไม่มั่นใจ คือ หน่วยงานที่ก่อสร้างแล้วเกิดความผิดซ้ำแล้วซ้ำอีก ตอนที่ผมบอกว่าก็แล้วแต่อุบัติเหตุก็เกิดขึ้นได้ ก็ว่าไม่ใส่ใจ ตอนที่จะดำเนินการขั้นเฉียบขาดก็ว่าระวังเสียค่าโง่ ถ้าทำตรงนี้แล้วนำไปสู่การปรับเปลี่ยนกฎหมาย เปลี่ยนระเบียบการควบคุมต่าง ๆ ได้ ทุกอย่างมีต้นทุน
@ไม่กลัวฟ้องค่าโง่
“คำว่าเสียค่าโง่คืออะไร บริษัทไปฟ้องเหรอ ล้มลงมาขนาดนี้คนตายไปสามสิบกว่าคน ซ้ำแล้วซ้ำอีก ครั้งที่แล้วยังพอโอเค แต่นี่สี่ห้าครั้งแล้ว แล้วจะไม่ให้รัฐทำอะไรเลยเหรอ ทำแบบนี้ก็ว่า ทำแบบนั้นก็ว่า ผมก็ทำในสิ่งที่ควรทำ ผมไม่ได้เป็นคนเสียค่าโง่ ผมก็ไปบอกหน่วยงานว่าต้องทำยังไง มันไม่โง่หรอกครับทำแบบนี้ ทำแล้วทุกฝ่ายจะได้ฉลาดขึ้น จะได้ทำอะไรด้วยความระมัดระวัง เพราะคนที่เสียหายคือประชาชน ญาติเจ้าของบริษัทตายซะเมื่อไหร่ คนที่ขับรถไปมาต่างหากที่เสียชีวิต ตรงนี้ที่เสียหายต่อประเทศและเป็นสิ่งที่จำเป็นต้องดำเนินการ สิ้นคิดถึงขนาดเอาแม่ผมไปเป็นน้องสาวเจ้าของบริษัทอิตาเลียนไทย มันเป็นไปได้ไง สมัยก่อนก็แข่งขันกันมาตลอดชีวิต มันเริ่มออกไปเรื่องอื่นแล้ว เอาเรื่องนี้ก่อน” นายอนุทิน กล่าว
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า มีมาตรการเร่งด่วนอย่างไรบ้าง นายอนุทิน กล่าวว่า ตอนนี้ต้องเลิกสัญญาให้ได้ก่อน แต่ในฐานรัฐบาลผมบอกได้ว่าตอนนี้คุณทำให้รัฐบาลผมเสียหาย ทำให้ประเทศเสียหาย ทำให้ความมั่นใจของคนไม่มี เตือนไปแล้วหลายครั้งแล้วยังเกิดเหตุอีก ถ้าบอกว่ามีไฟไหม้อีก ถ้าเป็นจริงแสดงว่ายังไม่มีมาตรการที่ทำให้มีความปลอดภัยเพิ่มมากขึ้น ควรหรือยังที่ต้องดำเนินการอะไร ผมทำหน้าที่ผมไปแล้ว ต่อไปเป็นหน้าที่ผู้ปฏิบัติ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในที่ประชุมครม. นายกรัฐมนตรีกล่าวถึงการประชุมเกี่ยวข้อง และได้สั่งการให้หน่วยงานไปพิจารณาดำเนินการในเรื่องต่าง ๆ กรณีเกิดเหตุเครนถล่มทั้งที่อำเภอสีคิ้ว จ.นครราชสีมา และบริเวณถนนพระราม 2 รวมถึงกรณีที่มีถนนทรุดในบริเวณใกล้เคียงเมื่อสัปดาห์ที่แล้วนั้น นายกรัฐมนตรีขอติดตามความก้าวหน้าใน 2 ประเด็น หากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะมีความก้าวหน้ามารายงานให้ ครม. ทราบ
1. นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้ กระทรวงคมนาคม (คค.) สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พิจารณาเกี่ยวกับการเยียวยาผู้เสียชีวิต และการดูแลค่ารักษาพยาบาลผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ
2. นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้ คค. พิจารณาดำเนินการยกเลิกสัญญาบริษัทที่รับผิดชอบการก่อสร้าง รวมทั้งดำเนินการสอบสวนหาสาเหตุเพื่อให้มีผู้รับผิดชอบจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทั้งนี้ ในการยกเลิกสัญญาต้องดำเนินการด้วยความรัดกุม ระมัดระวัง แต่ก็ต้องรวดเร็วด้วย ไม่ใช่รอตรวจสอบอีกหลายเดือนแล้วระหว่างนี้ก็ยังมีความเสี่ยงที่จะเกิดเหตุการณ์แบบเดียวกันขึ้นอีก

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา