‘พาณิชย์’ เผยส่งออก ธ.ค. ขยายตัว 16.8% ขณะที่ทั้งปี 68 โต 12.9% ขยายตัวสูงสุดในรอบ 4 ปี จับตา 2 ปัจจัยเสี่ยง ‘บาทแข็ง’-ความขัดแย้งภูมิศาสตร์’รุนแรง ส่อฉุดตัวเลขส่งออกปี 69 ติดลบ 3.1%
..........................................
เมื่อวันที่ 23 ม.ค. นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ แถลงภาวะการค้าระหว่างประเทศของไทยเดือน ธ.ค.2568 ว่า การส่งออกไทยเดือน ธ.ค.2568 มีมูลค่า 28,928.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัว 16.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 18 ส่วนการนำเข้า มีมูลค่า 29,280.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัว 18.8% ส่งผลให้เดือน ธ.ค.2568 ไทยขาดดุลการค้า 352 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ทั้งนี้ หากหักสินค้าเกี่ยวเนื่องกับน้ำมัน ทองคำ และยุทธปัจจัย การส่งออกไทย เดือน ธ.ค.2568 มีมูลค่า 25,901.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัว 16.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
นายนันทพงษ์ ระบุว่า เมื่อพิจารณาตัวเลขการส่งออกสินค้าในเดือน ธ.ค.2568 แยกเป็นกลุ่มสินค้าพบว่า การส่งออกสินค้าเกษตร มีมูลค่า 2,061 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หดตัว -0.6% หดตัว 5 เดือนต่อเนื่อง ,การส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมเกษตร มีมูลค่า 1,840.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัว 6.8% กลับมาขยายตัวจากที่หดตัวในเดือนก่อน และการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรม มีมูลค่า 24,319.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัว 20.3% ขยายตัว 21 เดือนต่อเนื่อง
นายนันทพงษ์ กล่าวว่า ปัจจัยสนับสนุนการส่งออกในเดือน ธ.ค.2568 ได้แก่ 1.การส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่ขยายตัวสูงและเร่งขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะจากการเร่งส่งออกไปสหรัฐ ไม่ว่าจะเป็นสินค้าที่เกี่ยวเนื่องเทคโนโลยี AI ดาต้าเซ็นเตอร์ และคลาวด์คอมพิวติ้ง 2.การส่งออกสินค้าไปสหรัฐฯยังคงขยายตัวสูงตามการขยายตัวของเศรษฐกิจสหรัฐ แม้ว่าจะเผชิญกับกำแพงภาษีนำเข้า
ส่วนปัจจัยกดดันการส่งออกไทย ได้แก่ การส่งออกสินค้าเกษตรหลายรายการยังหดตัวต่อเนื่อง จากการแข่งขันที่สูงขึ้นในตลาดโลก และการแข็งค่าของเงินบาทที่กระทบความสามารถในการแข่งขัน รวมถึงความขัดแย้งด้านภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งส่งผลให้เกิดการชะลอตัวทางเศรษฐกิจ
สำหรับการส่งออกทั้งปี 2568 (ม.ค.-ธ.ค.2568) มีมูลค่า 339,635 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัว 12.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขยายตัวสูงสุดในรอบ 4 ปี และมูลค่าการส่งออกทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ทั้งนี้ หากหักสินค้าเกี่ยวเนื่องกับน้ำมัน ทองคำ และยุทธปัจจัย การส่งออกไทย มีมูลค่า 301,882.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัว 14% ส่วนการนำเข้า มีมูลค่า 344,943 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัว 12.9% ขยายตัวสูงสุดในรอบ 3 ปี และมูลค่าการนำเข้าทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์เช่นกัน ขณะที่ทั้งปี 2568 ไทยขาดดุลการค้า 5,307.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ทั้งนี้ ในเดือน ธ.ค.2568 ไทยเกินดุลการค้ากับสหรัฐฯ 5,095.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และทั้งปี 2568 ไทยเกินดุลการค้ากับสหรัฐฯ 51,361.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่วนจีน ในเดือน ธ.ค.2568 ไทยขาดดุลการค้ากับจีน 7,246 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และทั้งปี 2568 ไทยขาดดุลการค้ากับจีน 67,892.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ









นายนันทพงษ์ กล่าวถึงแนวโน้มการส่งออกในปี 2569 ว่า การส่งออกไทยยังคงมีแรงขับเคลื่อนจากวัฏจักรสินค้าไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ความต้องการสินค้าเกษตรและอาหารของไทย ประกอบกับการเริ่มใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีจาก FTA ฉบับใหม่ที่คาดว่าจะมีผลบังคับใช้ในปีนี้ ในขณะที่ตลาดสหรัฐ จีน เอเชียใต้ และตลาดใหม่ต่างๆ คาดว่าจะยังเติบโตได้ดี โดยปี 2569 กระทรวงพาณิชย์ คาดการณ์ว่า การส่งออกจะขยายตัวในช่วง -3.1% ถึง 1.1%
“ตัวเลขส่งออกปี 2569 เราประเมินว่าจะวิ่งอยู่ที่ลบ 3.1% ถึงบวก 1.1% ซึ่งมีฉากทัศน์ต่างๆที่ไม่เหมือนกัน โดยตัวเลขส่งออกติดลบ 3.1% มาจากการที่เรามองว่าความขัดแย้งด้านภูมิรัฐศาสตร์รุนแรงขึ้น จนส่งผลให้การส่งออกติดลบสูง แต่ในกรณีฐาน ซึ่งตัวเลขส่งออกจะติดลบ 1% จะอยู่ภายใต้สมมติฐานว่า การนำเข้ากลับสู่ภาวะปกติ แต่เศรษฐกิจโลกมีการชะลอบ้างจากเรื่องภูมิรัฐศาสตร์ และเงินบาทยังคงแข็งค่าอยู่ รวมถึงการส่งออกที่เกี่ยวเนื่องกับน้ำมันไม่ได้สูงมาก
ส่วนตัวเลขการส่งออกที่คาดว่าขยายตัวเป็นบวก 1.1% นั้น มาจากการที่เรามองว่าเศรษฐกิจโลกเริ่มฟื้นตัว และเรื่องภูมิรัฐศาสตร์ปรับตัวดีขึ้น การลงทุนที่เข้ามาในประเทศไทยเริ่มเห็นผล และมาตรการภาครัฐที่ช่วยทำให้การส่งออกสินค้าเกษตรดีขึ้น ขณะที่ปัจจัยเสี่ยงต่อการส่งออกไทยในปีนี้ เรามองไว้ 2 เรื่อง คือ เรื่องค่าเงินบาท และปัญหาความขัดแย้งด้านภูมิรัฐศาสตร์” นายนันทพงษ์ กล่าว
นายนันทพงษ์ ยังกล่าวถึงแนวโน้มการส่งออกในเดือน ม.ค.2569 ว่า “ตอนนี้มีปัจจัย 2 เรื่อง คือ วัฏจักรสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ยังไปต่อได้สูงอยู่หรือเปล่า ซึ่งถ้ายังสูง ก็จะส่งผลให้การส่งออกเป็นบวก แต่มีเรื่องที่น่ากังวลมาก คือ เรื่องภูมิรัฐศาสตร์ที่มันแกว่งมาก มันเปลี่ยนเร็วมาก และอันนี้ทำให้สถานการณ์บวกหรือลบ คาดเดาไม่ถูกต้อง 100%”

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา