
‘พัฒนา พร้อมพัฒน์’ เผยประสาน ทอท. ตรวจคัดกรองผู้ติดเชื้อไวรัสนิปาที่เดินทางมาจากเมืองกัลกัตตา ประเทศอินเดีย 1,700 คน ยังไม่พบผู้ติดเชื้อ เข้มสนามบินหลัก 3 แห่ง ‘สุวรรณภูมิ-ดอนเมือง-ภูเก็ต’ คัดกรองโรค 700 คน/วัน ระบุการแพร่เชื้อยังต่ำ
สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า วันที่ 23 ธันวาคม 2568 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า มาตรการเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของไวรัสนิปา (Nipah Virus) กระทรวงสาธารณสุขร่วมกับกรมควบคุมโรคและบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. จัดทีมตรวจคัดกรองผู้โดยสารที่เดินทางมาจากรัฐเวสต์เบงกอล เมืองกัลกัตตา ประเทศอินเดีย อย่างเข้มงวดตั้งแต่วันเสาร์ (24 ม.ค. 69)ที่ผ่านมา โดยปัจจุบันดำเนินการตรวจสอบไปแล้วประมาณ 1,700 ราย ผลการตรวจเบื้องต้นยังไม่พบผู้ติดเชื้อ
นายพัฒนาระบุว่า ขณะนี้มีผู้เดินทางจากพื้นที่เสี่ยงเข้าสู่ประเทศไทยผ่าน 3 สนามบินหลัก ได้แก่ สุวรรณภูมิ ดอนเมือง และภูเก็ต เฉลี่ยวันละเกือบ 700 คน ซึ่งนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม สั่งการให้ประสานงานกับ ทอท. เพื่อยกระดับการตรวจคัดกรองอย่างสูงสุด หากพบผู้ต้องสงสัย กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์สามารถกักตัวและตรวจหาเชื้อเพื่อยืนยันผลได้ภายใน 8 ชั่วโมง
@ติดเชื้อบนเครื่องบิน ยังต่ำ
รมว.สาธารณสุข อธิบายเพิ่มเติมว่า ไรวรัสนิปามีลักษณะการแพร่กระจายที่ต่างจากโควิด-19 โดยไวรัสชนิดนี้จะไม่แพร่เชื้อในระยะฟักตัวหรือในขณะที่ผู้ป่วยยังไม่แสดงอาการ ดังนั้นความเสี่ยงในการแพร่เชื้อบนเครื่องบินจึงอยู่ในระดับต่ำหรือแทบไม่มีหากผู้ติดเชื้อยังไม่แสดงอาการ
"ยืนยันว่ากระทรวงสาธารณสุขตอบสนองต่อเหตุการณ์นี้อย่างรวดเร็วตั้งแต่วันศุกร์ที่ผ่านมา ไวรัสนี้ไม่ใช่ไวรัสใหม่ พบครั้งแรกตั้งแต่ปี 2541 และมักระบาดเป็นกลุ่มเล็กๆ ในอินเดียและบังกลาเทศ ซึ่งมีค้างคาวแม่ไก่เป็นพาหะหลัก อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยยังไม่เคยมีรายงานพบผู้ติดเชื้อทั้งในอดีตและปัจจุบัน แต่เราจะตั้งอยู่ในความไม่ประมาท" นายพัฒนากล่าว
สำหรับมาตรการในระยะต่อไป นายพัฒนาเผยว่า จะให้กรมควบคุมโรคสรุปรายงานผลการตรวจคัดกรองภายใน 1 สัปดาห์ เพื่อนำมาพิจารณาควบคู่กับสถานการณ์การระบาดในประเทศอินเดีย พร้อมฝากเตือนกลุ่มเสี่ยงที่เพิ่งเดินทางกลับจากเมืองกัลกัตตาหรือรัฐเวสต์เบงกอล หากมีอาการคล้ายไข้หวัดให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่สาธารณสุขทันที ส่วนประชาชนทั่วไปขอให้เฝ้าสังเกตอาการตามปกติ

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา