
อนุทิน เรียก รมว.แรงงาน-ปลัด-เลขาฯ สปส. แจงปมดราม่าทัวร์หรู ยันข้อมูลคลาดเคลื่อน ท้าคนแฉฟ้อง ป.ป.ช.-ม.157 อย่าดีแต่ป้ายสีบนเวทีหาเสียง พร้อมโยนไอเดียปฏิรูป สปส. เทียบชั้น กบข. เลิกใช้ระบบโยกย้ายข้าราชการ เปลี่ยนเป็น สรรหาเพื่อความเป็นอิสระ
สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า วันที่ 23 ธันวาคม 2568 ณ ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ถึงความผิดปกติในการบริหารงานของสำนักงานประกันสังคม (สปส.) ว่า ได้เชิญนางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ปลัดกระทรวงแรงงาน และเลขาธิการสำนักงานประกันสังคม มาสอบถามข้อเท็จจริงแล้ว ซึ่งทุกฝ่ายยืนยันว่าข้อมูลที่ปรากฏตามสื่อสารมวลชนก่อนหน้านี้ไม่เป็นความจริง และการดำเนินงานทุกอย่างเป็นไปตามระเบียบ นอกจากนี้ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในฐานะอดีตรมว.แรงงาน ได้ชี้แจงแล้วว่าไม่เคยนั่งเครื่องบินชั้น First Class ตามที่มีการกล่าวหา ซึ่งถือเป็นการกล่าวหาด้วยข้อมูลอันเป็นเท็จ
“ถ้าเห็นว่าอันไหนจริง อันไหนผิดระเบียบ ให้ไปดำเนินการฟ้อง ป.ป.ช. มาตรา 157 ดำเนินการให้เต็มที่เลย แต่อย่าไปกล่าวหาลอยๆ เพราะเราลงโทษกันเองไม่ได้ บ้านเมืองมีกระบวนการยุติธรรมอยู่แล้ว ใครผิดไม่เคยเห็นรอดสักราย แต่การมากล่าวหากันทางโซเชียลหรือบนเวทีปราศรัย โยงกันไปมา มันกลายเป็นเรื่องทะเลาะกันให้ประชาชนเห็น ซึ่งไม่มีประโยชน์" นายกรัฐมนตรีระบุ
เลขาฯสปส. ควรสรรหา
นายอนุทิน กล่าวต่อว่า ปัจจุบันสำนักงานประกันสังคมถูกมองว่าขึ้นตรงกับรัฐบาล เพราะตัวเลขาธิการฯ ยังเป็นข้าราชการประจำที่โยกย้ายมาจากตำแหน่งอธิบดีหรือปลัดกระทรวง ซึ่งตนมีแนวคิดว่าหากมีโอกาสกลับมาทำงานต่อ จะต้องปรับปรุงโครงสร้างให้มีความเป็นอิสระและโปร่งใสมากขึ้น
"น่าจะเป็นการใช้วิธีการสรรหา คล้ายกับ กบข. ของกระทรวงการคลัง แทนที่จะเป็นการโยกย้ายข้าราชการมาเป็นเลขาฯ เพื่อให้เกิดความชัดเจนและเป็นอิสระอย่างเต็มที่เท่าที่จะทำได้" นายอนุทินกล่าวอีกตอน
อย่างไรก็ตาม นายอนุทินยอมรับว่าในขณะนี้ยังไม่สามารถดำเนินการใดๆ ได้ เนื่องจากอยู่ในช่วงรัฐบาลรักษาการหลังการยุบสภา ซึ่งไม่สามารถกระทำสิ่งที่ผูกพันงบประมาณหรือนโยบายต่อรัฐบาลชุดต่อไปได้
ย้ำภูมิใจไทยไม่เน้นด่าพรรคอื่น-รอผลเลือกตั้งชี้ชะตา
สำหรับบรรยากาศการหาเสียง นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า พรรคภูมิใจไทยจะไม่เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของความขัดแย้ง และจะเน้นการพูดถึงนโยบายของพรรคตนเองเป็นหลัก ไม่เน้นการโจมตีพรรคอื่น
“บางพรรคพูดหาเสียงด่าพรรคภูมิใจไทย 50 นาที พูดเรื่องพรรคตัวเองแค่ 10 นาที ประชาชนได้อะไรขึ้นมา? เราไม่ทำอย่างนั้น ส่วนเรื่องอนาคตทางการเมือง ต้องรอให้ผ่านการเลือกตั้งในวันที่ 8 นี้ไปก่อน ถึงตอนนั้นผลเลือกตั้งจะเป็นอย่างไร ผมก็พอจะรู้ชะตาชีวิตตัวเองและรู้ว่าควรจะต้องทำอะไรต่อ" นายอนุทินกล่าวทิ้งท้าย

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา