
'ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า' ประธานที่ปรึกษา-แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคกล้าธรรม เผย ผู้สมัคร สส.เขต เกรดเอ 100 คน เลวร้ายที่สุด ปักธง 50 ที่นั่ง แย้ม ไม้เด็ด โค้งสุดท้ายเลือกตั้ง-กระทบภาพลักษณ์บางพรรค ลั่น พร้อมถูกตรวจสอบเส้นเงิน โยง 'เงินสีเทา' ทั้งทางตรง-ทางอ้อม โอด โดนโจมตี สัมพันธ์ 'เบน สมิธ'
สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคกล้าธรรม (กธ.) ให้สัมภาษณ์ถึงการเตรียมความพร้อมเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ทั่วไปในวันที่ 8 ก.พ.2569 ว่า เราไปเจาะดูแต่ละสนาม ถ้าโพลสำนักที่ทำ เจาะเลย 77 จังหวัด เราก็ไม่ด้อยไปกว่าพรรคหลักๆ ยกตัวอย่างพรรคสีแดง ภาคใต้เจาะไม่ได้เลย แต่ผมเจาะได้ ตอนนี้ใต้มีอยู่ 3 พรรค ภาคใต้ 3 จังหวัดชานแดนมี ภูมิใจไทย กล้าธรรม ประชาชาติ มีเท่านี้ที่สู้กัน ขยับขึ้นมาหน่อย สงขลา พัทลุง สตูล มีกล้าธรรม ประชาธิปัตย์ ภูมิไจไทย
“สงขลา (มั่นใจ) เกิน 100 % มั่นใจว่าได้ 4 เขต ทั้งหมดมี 9 เขต ที่เหลือถือว่าเป็นกำไร”ร.อ.ธรรมนัสกล่าว
ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้หวังทุกจังหวัด ได้มากหรือน้อยเป็นอีกเรื่อง พัทลุง สงขลา ภูเก็ตกล้าธรรมไม่เป็นรองใคร นครศรีธรรมราชปักหมุดอย่างน้อย 2 เขต สุราษฎร์ธานีมั่นใจว่าได้ไม่ต่ำกว่า 3 เขต ชุมพรอีก 1 เขต แต่เราจะไปถึงดวงดาวหรือไม่ อีกเรื่องหนึ่ง แต่ก็เป็นกลุ่มเกรดเอของเรา ภาคเหนือ พะเยาต้องรักษาฐาน บ้านเกิดใครมาตีไม่ได้ ทำให้ดีที่สุด เชียงใหม่ เชียงราย ลำปาง แพร่ น่าน แม่ฮ่องสอนเดิมมีอยู่แล้วต้องเพิ่มอีก 1 เขต
“ทุกจังหวัดเรามีหมด เราอยู่ในสมการหมด เหนือตอนบนมีแดง ส้ม เขียว ภาคกลางเราก็มี ภาคตะวันออกเราก็มี ภาคอีสาน ทุกภาคเราอยู่ในสมการหมด อาจจะไม่เต็มอัตรา แต่ได้แทรกแน่ ผมไม่ได้ชมตัวเอง หรือ เชียรตัวเอง ตามหลักความเป็นจริง ณ วันนี้ เกรดเอของเรา 100 กว่าคน เลวร้ายที่สุด คือ 50 ไม่รวม สส.ปาร์ตี้ลิสต์”ร.อ.ธรรมนัสกล่าว
เมื่อถามว่า ช่วงโค้งสุดท้ายกำไม้เด็ดอะไรไว้ ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า “ผมก็ไปเห็นอะไร ไปรู้อะไร ไปได้ยินอะไรมาเยอะ มีผลกับภาพลักษณ์ของพรรค ไม่ได้ว่าใคร แต่ร้ายยิ่งกว่านั้น ที่องค์กรของรัฐ ที่กำกับดูแลเรื่องนี้ได้ข้อมูลและจากการตรวจสอบเส้นทางการเงิน ร้ายกว่านั้นเยอะ”
@ ยืนยัน ไม่ใช่ 'สีเทา'
ร.อ.ธรรมนัสยังตอบคำถามกรณีปรากฎภาพรูปถ่ายร่วมกับนายเบน สมิธ ขณะเซ็นเอ็มโอยูกับกระทรวงดีอีไปในฐานะอะไร ว่า ไม่ได้เกี่ยวกับผมเลย วันนั้นผมไปประชุมกับพี่ประเสริฐ (ประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกฯและ รมว.ดีอี ในขณะนั้น) เรื่อง Cloud Data ของภาคการเกษตร ที่เราไปแถลงข่าวเปิดตัวมาแล้ว เป็นการเซ็นเอ็มโอยูระหว่างกระทรวงดีอี กับ กระทรวงเกษตรฯ ซึ่งผมเป็นคนลงนาม คนละเรื่องกันเลย
“วันนั้นพี่เสริฐนัดคน 3 กลุ่มเข้าไป กลุ่มนั้นก็คือกลุ่มผมกับอาจารย์แหม่ม (นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ ผู้แทนการค้าไทยในขณะนั้น) ไปคุย Cloud Data ดีอีจะเอาข้อมูลทั้งหมด อย่างกระทรวงเกษตรฯ จากสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) ทั้งหมดไปอยู่ใน Cloud ดีอีเป็นเซนเตอร์ใหญ่ ซึ่งวันนั้นเอาทีมงานกระทรวงเกษตรฯไปคุยรายละเอียด เขาเรียกให้ไปถ่ายรูปกันหน่อย เราก็ไม่ได้คิดอะไรมาก”ร.อ.ธรรมนัสกล่าว
เมื่อถามว่า หลังจาก เบน สมิธ ออกนอกประเทศได้คุยกันบ้างหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า ไม่ได้คุย ไม่ได้สนิทขนาดนั้น รู้จักนายเบน สมิธ ตอนมาเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ สมัยนายกฯ เศรษฐา ทวีสิน แล้ว ไม่ได้รู้จักก่อนหน้านั้น
เมื่อถามว่า หากย้อนกลับไปได้ ยังจะคบกับ เบน สมิธ หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า เราคบคน หนึ่ง เราไม่ไปรังแกใคร เราไม่ไปแสวงหาผลประโยชน์จากใคร เราจะคบใคร ผมเป็นคนเปิดตลอดเวลา ผมเป็นรัฐมนตรีทุกสมัย ก็จะมีรูปถ่ายกับคนโน้นคนนี้ ไอ้คนนี้ไปทำผิด อ้าว เอาอีกแล้ว รูปผมอีกแล้ว

“ผมเป็นคนเปิดตัว ผมไปออกพื้นที่ ใครขอถ่ายรูป ผมไม่เคยปฏิเสธ เพราะเป็นคนไม่ปิดตัว ไม่ปิดกั้นตัวเอง ไปนั่งกินข้าว คนมาขอถ่ายรูป เราไม่เคยบอก โอ้ย ไม่เอาๆ ผมกลัวโดนเป็นข่าว ผมไม่ใช่คนอย่างนั้น ผมไม่กลัวในความจริง เราไม่ได้มีอะไรต้องกลัวเลย แต่ถ้าคนไปถ่ายรูป เพราะว่าไปทำอะไรกันมาผิด แต่ผมไม่ใช่ ผมไม่มีทำมาค้าขายกับใคร ธุรกิจที่ผมทำ ผมไม่เคยถือหุ้นคู่กับใคร ส่วนใหญ่ธุรกิจที่ผมทำมาก่อนเล่นการเมืองก็คือ ธุรกิจของผมล้วน ๆ ทำสลากก็ของผมล้วน ๆ ทำรถเมล์ก็ของผมล้วนๆ ไม่ต้องหุ้นกับใคร ทำตลาดก็ของผมล้วนๆ ทำอสังหาฯ หมู่บ้าน ดินแดงผมทำมาเกือบ 2-3 พันหลัง ไม่เคยถามผมเลย ก็ของผมล้วนๆ ผมไม่ต้องเป็นหุ้นกับใคร”ร.อ.ธรรมนัสกล่าว
เมื่อถามว่า ยืนยันใช่หรือไม่ว่า ไม่ได้เป็นคนสีเทา ตามที่สังคมภายนอกมอง ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า “ผมไม่ใช่เทา ผมทำมาหากินชอบด้วยกฎหมาย ก่อนเป็นนักการเมือง สำแดงบัญชีทรัพย์สิน มีบริษัทตั้ง 20 กว่าบริษัท ทำไมคุณไม่ไปพูดถึงตอนนั้น ตอนผมก่อนเป็นนักการเมือง ผมเป็นนักธุรกิจ ผมไม่ใช่เป็นอันธพาล ตีหัวหมาด่าแม่ใคร ไม่ใช่ ผมไม่เคยคุมบาร์ คุมซ่อง ไม่มี ไม่ใช่อาชีพผม อาชีพสุจริตทุกอย่าง”
@ พร้อมถูกตรวจสอบธุรกรรมทางการเงิน
ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า ชีวิตของผม ถ้าผมทำในสิ่งที่ผิดกฎหมาย ทำธุรกิจผิดกฎหมาย สมัยก่อนระบบการตรวจสอบไม่ค่อยเข้มงวด ย้อนหลังไปเลยว่า ชีวิตผม เส้นทางการเงินของผมสัมผัสกับใครบ้าง ไม่มี
“ชีวิตผมผ่านอะไรมาเยอะ ถ้าผมทำผิดกฎหมายก็จะเห็นว่าเงินเข้าในระบบของผมผิดกฎหมายอย่างไร แต่ตรงกันข้าม เงินเข้าบัญชีผม คือ เงินถูกต้อง ส่วนใหญ่ ตอนสมัยปฏิวัติปี 57 ผมถูกตรวจสอบการเสียภาษี เหมือนจะโดนคดีเสียภาษี ผมสำแดงรายได้ส่วนใหญ่มาจากการค้าสลาก การค้าที่ดิน การทำตลาด การทำรถเมล์ เสียภาษีหมด ไม่มีธุรกิจไหนที่เป็นธุรกิจสีเทา ผมไม่ทำอาชีพหนึ่ง คือ เปิดบ่อนการพนัน ค้าประเวณี เลี่ยงภาษี ไม่มี”ร.อ.ธรรมนัสกล่าว
เมื่อถามย้ำว่า ไม่มีเส้นเงินเชื่อมโยงกับสิ่งผิดกฎหมายทั้งทางตรงทางอ้อม ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า ไม่มี ไปตรวจสอบได้เลย ผมเป็นคนชัดเจน ทำไมผมถึงกล้า ปะ ฉะ ดะ เพราะผมรู้ตัวเอง ผมไม่ได้ทำอะไรผิด การที่เราไปนั่งคุยกับคุณ วันดีคืนดี ผมไปทำอะไรผิด คุณก็ซวยไปด้วยสิ เหมือนกรณีคุณเบน สมิธ เวลาคุณเบน สมิธ ไปถ่ายรูปกับคนอื่นไม่เห็นโจมตีเลย กับผมโจมตีจัง
อ่านบทสัมภาษณ์ร.อ.ธรรมนัส เปิดใจ ประกอบ : 'ธรรมนัส' เปิดใจ แก้ทุกข้อกล่าวหา ฟ้องปิดปาก – คบ 'เบน สมิธ' – พรรคสีเทา: เขียวแทรกทุกสมการ

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา