
นายกฯนัดถก ‘เลขาฯป.ป.ท.-บวรศักดิ์’ หลังไทยถูกจัดอยู่ที่อันดับ 107 ประเทศที่ดัชนีการรับรู้การทุจริตหรือคอร์รัปชัน สั่งเร่งปรับปรุงกฎหมาย ระเบียบต่างๆ ลั่นรัฐบาลไม่นิ่งนอนใจ โฟกัสปัญหาเคร่งครัด ด้าน ‘บวรศักดิ์’ เผย 5 สิ่งที่ต้องทำ เน้นย้ำหลักการกิโยตินกฎหมาย
สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2569 จากกรณีที่องค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ (Transparency International : TI) เปิดเผยผลสำรวจดัชนีการรับรู้การทุจริตหรือคอร์รัปชัน Corruption Perception Index: CPI) ประจำปี 2568 โดยประเทศไทยได้คะแนน 33 คะแนน จาก 100 คะแนน ลดลง 1 คะแนน จากปีก่อน (ปี 2567 ประเทศไทยได้ 34 คะแนน) และอยู่ในอันดับที่ 116 จากประเทศทั้งหมด 182 ประเทศ ลดลงจาก 9 อันดับ จากปีที่แล้ว (ปี 2567) ที่ไทยอยู่อันดับที่ 107 ของโลกนั้น

ล่าสุดเมื่อเวลา10.45 น. วันที่ 12 ก.พ. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วยนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรี และนายภูมิวิศาล เกษมศุข เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ร่วมแถลงถึงกรณีดังกล่าว
นายอนุทิน กล่าวว่า 33 คะแนน ถือว่าเป็นคะแนนค่อนข้างต่ำ ซึ่งมีผลของการตีความว่าเราอาจจะเป็นประเทศที่มีการทุจริตที่สูงและมีความโปร่งใสที่ต่ำ ประเด็นนี้ไม่ได้นิ่งนอนใจ หลังจากได้รับรายงานได้เชิญเลขาธิการ ป.ป.ท. มาสอบถามว่ามีเหตุผลหรือมีข้อสรุป หรือข้อยืนยันอันใดที่ทำให้ประเทศไทยได้รับการประเมินจากองค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ ตอนนี้เราได้ 33 คะแนน เต็ม 100 คะแนน อยู่อันดับ 116 จากทั้งหมด 182 ประเทศ ซึ่งอยู่ครึ่งหลัง ไม่ใช่เรื่องที่ดี
@สั่งเลขาฯป.ป.ท.-บวรศักดิ์ เตรียมการปรับปรุงกฎหมาย
อย่างไรก็ตาม เมื่อได้รับทราบการจัดอันดับ ก็ได้เชิญผู้ที่มีความรับผิดชอบเบื้องต้น คือ เลขาธิการ ป.ป.ท. มารับทราบวิธีการที่จะปรับปรุงแก้ไข จึงได้ให้ข้อสั่งการเลขาธิการ ป.ป.ท. และนายบวรศักดิ์ เร่งเตรียมการปรับปรุง วิธีการ ปรับปรุงกฎหมาย ขั้นตอน ระเบียบ กฎกระทรวง พรก. หรือตรากฎหมายขึ้นมาใหม่ เพื่อทำการปราบปราม ต่อสู้เรื่องการทุจริตคอร์รัปชั่นในประเทศให้มีประสิทธิภาพสูงสุด เรื่องทุจริตคอร์รัปชันไม่ใช่เฉพาะเรื่องเอาเงินไปให้เพื่อซื้อความสะดวก เราต้องปฏิรูปเรื่องการอนุมัติ อนุญาต ในการสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุน นักธุรกิจ สร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับไทย เราต้องเร่งทำให้พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) อำนวยความสะดวกถูกบังคับใช้อย่างจริงจัง มอบหมายให้หน่วยงานรับผิดชอบเรื่องนี้โดยเฉพาะ
นายอนุทิน กล่าวว่า การเตรียมการนี้ รัฐบาลนี้ยังสามารถให้หน่วยงานเกี่ยวข้อง เช่น ป.ป.ท. สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ร่วมกันหารือและหาวิธีในการทำให้เรื่องเหล่านี้มีความโปร่งใสให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ หน่วยงานที่บังคับใช้กฎหมายที่จะดำเนินการกับผู้ที่ทุจริตคอร์รัปชัน ฉ้อราษฎร์บังหลวง ทำเกินหน้าที่ที่รับผิดชอบ เหล่านี้ต้องได้รับดำเนินการเด็ดขาด หรือกฎหมายที่มียังไม่พอ ต้องแก้ และตั้งความหวังว่ารัฐบาลชุดต่อไปต้องเป็นรัฐบาลเสียงข้างมากในสภา การออกกฎหมายต่างๆ ต้องให้การรับรองจากวุฒิสภาด้วย ตัวรัฐบาลมีความมั่นใจว่าถ้าเราตรากฎหมาย แก้ระเบียบต่างๆ ที่ต้องได้รับการรับรองจากรัฐสภา เชื่อว่าทั้งสองสภาจะสนับสนุนให้มีการปราบปรามการทุจริต อำนวยความสะดวกแก่ผู้ที่มีเจตนาสุจริตในการประกอบสัมมนาชีพในประเทศไทยให้ได้รับความสะดวกที่สุด
“ผมมีความไม่สบายใจเกี่ยวกับค่าคะแนน CPI ซึ่งสะท้อนภาพลักษณ์ประเทศนั้น 33 คะแนนถือว่าอยู่ในเกณฑ์ต่ำคือสอบตก ต้องเร่งดำเนินการในทุกวิถีทางโดยใช้มูลเหตุนี้ในการที่จะต้องผลักดันสังคายนา ปฏิรูปวิธีการต่อสู้กับการทุจริตในประเทศไทยให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ โดยใช้สถานการณ์ในปัจจุบัน เชื่อว่ารัฐบาลชุดต่อไปจะนำเรื่องนี้ไปดำเนินการต่อ เพราะเป็นปัญหาของชาติ กระทบความเชื่อมั่น และก่อให้เกิดปัญหาต่างๆมาอีกมากมาย ตลอดจนการลงทุนที่จะเข้าในประเทศไทย” นายอนุทินกล่าว

@เกือบโดนซ้ำเติมด้วยการลดเครดิต ดีว่าจ่ายหนี้ ธ.ก.ส.ก่อน
นายอนุทิน กล่าวว่า รัฐบาลนี้ที่เข้ามาบริหารราชการแผ่นดินในระยะสั้นๆ ได้ให้ทีมเศรษฐกิจดำเนินนโยบายที่เป็นพลัส เร่งเสริมศักยภาพในทุกๆ ด้าน เราเกือบจะถูกลดระดับความน่าเชื่อถือจากบริษัทเครดิตเรตติ้งต่างๆ สิ่งที่นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง ขอให้อนุมัติดำเนินการทันที เมื่อตอนปิดปีงบประมาณ วันที่ 30 ก.ย.ที่ผ่านมา เพื่อแสดงให้เห็นถึงความมีระเบียบวินัยทางการเงินของไทย รักษาความน่าเชื่อถือของไทย ก็ได้ให้มีการชำระหนี้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ให้ต่างชาติได้เห็นว่าประเทศไทยให้ความสำคัญกับวินัยการเงินการคลัง ทำให้เครดิตเราไม่ถูกลดลง ก็จะมีการเข้ามาของเงินลงทุน ทั้งในตลาดทุน เรื่องการลงทุนในภาคอุตสาหกรรมจริงๆ ด้วยความต่อเนื่อง ทั้งทีมเศรษฐกิจ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ นายเอกนิติ ใช้เวที นานาชาติในการที่จะไปสร้างความมั่นใจ ขายสินค้าในลักษณะเป็นพรีเมียมให้นานาชาติ ขยายในรูปแบบความมั่นคงทางอาหารประสบความสำเร็จ ตกลงกับบางประเทศได้แล้ว การกระตุ้นเศรษฐกิจ โครงการคนละครึ่ง ช่วงสั้นๆ เราสะท้อนให้เห็นดัชนีความเชื่อมั่นของไทย ตลอดจนผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ที่ขึ้นมา และยุบสภาพอดี
นายกฯ กล่าวว่า วันนี้เราก็ไม่ได้เพียงแต่นิ่งดูดายกับการที่มีการจัดลำดับความน่าเชื่อถือการทุจริต ประเทศไทยก็เร่งดำเนินการเข้าไปเป็นสมาชิกขององค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) จะทำให้การทำธุรกรรมต่างๆ จะยกระดับขึ้นมา หวังว่าหลังการเลือกตั้ง จากนี้ไปรัฐบาลก็น่าจะอยู่ยั่งยืน สถานะของรัฐบาลจะไม่ใช่รัฐบาลเสียงข้างน้อยเหมือนที่ผ่านมา ต้องเป็นรัฐบาลที่มีเสียงข้างมาก คนเป็นหัวหน้ารัฐบาลจะต้องตั้งรัฐบาลด้วยรูปแบบที่มีความเข้มแข็ง เพื่อดำเนินการนโยบายต่างๆ ไปได้
“ไม่ทราบว่าใครจะเป็นรัฐบาล หัวหน้ารัฐบาล แต่ในช่วงที่เรายังรักษาการอยู่ มีเรื่อง CPI เข้ามา จึงเชิญเลขาธิการ ป.ป.ท. มาหารือ เพื่อส่งผ่านให้รัฐบาลชุดต่อไป เรียกว่ามีพื้นฐาน ส่งมอบเรื่องที่มีความสำคัญมากที่สุดในประเทศ ทำให้เป็นรูปธรรม ไม่ว่าใครมาเป็นรัฐบาลชุดต่อไป เรื่องปราบทุจริตคอร์รัปชันต้องบรรจุอยู่ในนโยบายเร่งด่วนของไทย ปรับปรุงแก้ไขและพัฒนาเป็นมาตรฐานสูงสุด มั่นใจว่าการจัดอันดับของรัฐบาลจะดีขึ้น รัฐบาลแน่วแน่ในการทำกีโยตินกฎหมายต่างๆ บูรณาการร่วมมือที่เป็นหน่วยงานของสำนักนายกฯเป็นผู้ตดตามและดำเนินการให้เร็วที่สุด“นายอนุทินกล่าว
นายกฯ กล่าวว่า จากนี้ไปที่รัฐบาลจะมาโฟกัสกับเรื่องนี้อย่างเคร่งครัด การปฏิบัติหน้าที่ของทุกส่วนราชการจะต้องรวดเร็ว ให้การบริการแก่ผู้ประกอบการ ประชาชน โปร่งใส เป็นธรรม ไม่เลือกปฏิบัติ หากมีการฝ่าฝืนจะต้องถูกลงโทษทางปกครองและวินัยอย่างเด็ดขาด เรื่องที่เกี่ยวข้องกับการดุลยพินิจของหน่วยงานราชการต่างๆ การใช้อำนาจที่มีอยู่ หากจงใจเลือกปฏิบัติ ซึ่งบางทีอาจไม่มีวุฒิภาวะเพียงพอแยกแยะว่าเป็นเรื่องส่วนรวม บางทีความคับแค้นใจในเรื่องส่วนตัวกับคู่กรณี ก็เอาอำนาจตัวเองทำให้เกิดความไม่สะดวกขึ้น สิ่งเหล่านี้จะต้องถูกดำเนินการตามกฎหมาย ทั้งอาญา ปกครอง วินัยอย่างเด็ดขาดด้วยความรวดเร็ว เราจะไปเร่งแก้กฎหมาย ระเบียบ หรือออกกฎหมาย ระเบียบ ถ้าจำเป็นต้องออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ก็ต้องออก ด้วยความที่เราน่าจะมีเสียงข้างมากอยู่แล้ว การดำเนินการใดๆ ที่มีความจำเป็นเร่งด่วน รัฐบาลก็แก้ไขข้อบังคับระเบียบหรือการดำเนินการด้วยความรวดเร็วไปก่อน เพื่อให้การขับเคลื่อนเป็นรูปธรรม
นายกฯ กล่าวว่า เราจะมีวิธีจัดตั้งให้รายงานผล ปัญหา อุปสรรค และการติดตามผล โดยจะใช้บุคคลที่มีความอาวุโส มีความน่าเชื่อถือ อยู่ในครม.ดูแลรับผิดชอบโดยจำเพาะเจาะจง เชื่อว่าเราจะดำเนินการได้ด้วยบริบทรูปแบบการบริหาราชการแผ่นดินแบบใหม่ บูรณาการทำงานกันทุกภาคส่วน ทำให้สิ่งที่มันจะนำความอับอายมาสู่ประเทศไทยต้องไม่เกิดขึ้นในรัฐบาลที่มีความตั้งใจจะเป็นศัตรูกับการทุจริตคอร์รัปชั่น เหมือนกับที่เป็นศัตรูกับขบวนการยาเสพติด สแกมเมอร์ ฟอกเงิน ที่ยกมาเป็นวาระแห่งชาติ
@ป.ป.ท.สะท้อนปัญหามาจากการขออนุญาตต่างๆ
ด้านนายภูมิวิศาล เกษมศุข เลขาธิการ ป.ป.ท. กล่าวว่า ปัญหาที่เราพบวันนี้คือ การอนุมัติและการอนุญาตต่างๆ ซึ่งตนได้รับเสียงสะท้อนจากนักลงทุน ผู้ประกอบการ และนักธุรกิจชาวต่างชาติ ซึ่งวันนี้เราต้องเร่งขับเคลื่อน ผู้ที่มีอำนาจในการอนุมัติและอนุญาตต้องปฏิบัติตามระเบียบ อย่างไรก็ตาม แม้ว่าคะแนน CPI ของเราจะดูลดลง แต่ในภาพรวมการประเมินทั้ง 9 แหล่ง ก็มีคะแนนในบางแหล่งที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยยะ มีทั้งมุมลบมุมบวก จึงอยากให้ความหวังว่า เรากำลังเดินถูกทางแล้ว เราต้องทำให้เรื่องเหล่านี้ไม่เป็นอุปสรรค และนำเป็นทางแก้ไขต่อไป

@บวรศักดิ์ เห็นพ้องนายกฯ ต้องกิโยตินกฎหมาย
นายบวรศักดิ์ อุวรรโณ รองนายกฯ กล่าวว่า เรื่องการจัดอันดับขององค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติได้ทำมาการประเมินมานานแล้ว แต่ขอเน้นว่าเป็นมุมมองของคนที่เขาสอบถาม ซึ่งมีองค์ประกอบ 9 ข้อ บางอันเขาโยงกับดัชนีชี้วัดของคนอื่น เช่น เรื่องการทำธุรกิจยากง่าย นายกฯเอาจริงมากเรื่องนี้ บอกว่าเราจะต้องหาทางทำให้ทุจริตคอร์รัปชันลดลงให้มากที่สุด จะพูดว่าหมดไปคงพูดยาก และทำให้ลดลงไม่พอ ต้องทำให้คนที่มีเกี่ยวข้องคือ นักลงทุนรู้ว่า เรื่องการแก้ไขปัญหาคอร์รัปชั่น รัฐบาลพยายามทำให้มันลดลงแล้ว ต้องให้คนทั่วไปได้เห็นว่าความยุติธรรมเกิดขึ้นแล้ว ถ้ารัฐบาลมีแกนเป็นพรรคภูมิใจไทย (ภท.) สิ่งที่ต้องทำ คือ
1.ต้นเหตุการณ์ทุจริตคอร์รัปชันที่สำคัญที่สุดคือ การมีกฎหมายและระเบียบมากจนสร้างภาระให้นักธุรกิจและประชาชน ในรัฐบาลรักษาการ นายกฯ เราระบุจะเลิกกฎหมายและระเบียบที่บังคับให้นักธุรกิจและประชาชนต้องไปหาเจ้าหน้าที่ของรัฐ ต่อไปถ้าไม่ต้องหาก็จะไม่มีใครมาเรียบรับ ซึ่งเรื่องกีโยตินกฎหมายเชื่อว่านายอนุทินจะทำต่อในรัฐบาลหน้าถ้าได้เป็นนายกฯอีกครั้ง
2.ลดกฎหมาย ลดขั้นตอน
3.ใช้เทคโนโลยีแทน โดยอนุมัติและอนุญาตผ่านอินเตอร์เน็ต
4.โปร่งใสที่สุด เปิดเผยข้อมูลและอัพเดต
5.ใครแจ้งเบาะแสรัฐบาลจะลงไปตรวจสอบและคุ้มครองผู้แจ้งเบาะแส
นายบวรศักดิ์ กล่าวว่า สองสิ่งที่รัฐบาลนี้ทำแล้วคือ การทำ Open Government (ภาครัฐระบบเปิด) และการขอเข้าไปเป็นสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ซึ่งเป็นการแสดงเจตจำนงว่า รัฐบาลไม่ได้เพียงแต่พูด แต่พิสูจน์ให้เห็นว่าการสมัครเข้าไปเป็นสมาชิกเหล่านี้คือ พร้อมให้เขาตรวจสอบ ก่อนหน้านี้ตนขอให้ 20 กระทรวงส่งโครงการที่จะต้องทำให้โปร่งใส และขั้นตอนลดลง ปรากฏว่าพอยุบสภา เงียบเลย แต่พอรู้ว่านายอนุทินอาจจะได้กลับมา ติดต่อมาใหญ่ว่าจะส่งโครงการมาให้ นี่คือ หน่วยงานของรัฐไทย ดูทางลม ตนหวังว่ารัฐบาลจะอยู่ครบสี่ปี น่าจะมีอะไรก้าวหน้าไปเยอะ และหวังว่านายกฯจะประสบความสำเร็จ ทำให้หมดไปไม่ได้หรอก เพราะคนเลวต้องมีอยู่ แต่ทำให้มันลดลงอย่างมีนัยยะสำคัญ ที่ทำให้ผู้ให้ข้อมูลกับองค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติรู้ว่ารัฐบาลนี้เอาจริง

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา