
เปิด 5 ข้อสั่งการ ‘นายกฯอนุทิน’ กำชับปฏิบัติการราชการหลังการ ‘เลือกตั้ง’ หลังคาดกว่า ‘ครม.ชุดใหม่’ เข้ารับหน้าที่ได้ ต้องใช้เวลาอีกหลายเดือน
...........................................
สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 10 ก.พ.ที่ผ่านมา ที่ประชุม ครม. มีมติเห็นชอบตามข้อเสนอของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ซึ่งได้กำชับการปฏิบัติราชการในช่วงภายหลังการเลือกตั้ง และให้สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) แจ้งเรื่องดังกล่าวให้รองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กระทรวง และกรม ทราบด้วย
“ด้วยในคราวประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 10 ก.พ.2569 นายกรัฐมนตรีเสนอว่า การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเสร็จสิ้นไปแล้วเมื่อวันที่ 8 ก.พ.2569 และในขณะนี้เป็นช่วงเวลาของการดำเนินการตามกระบวนการและขั้นตอนต่างๆ ตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ซึ่งกว่าคณะรัฐมนตรีชุดใหม่เข้ารับหน้าที่ได้ ก็คาดว่าจะต้องใช้ระยะเวลาอีกหลายเดือน ดังนั้น เพื่อให้การบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาลและการปฏิบัติราชการของส่วนราชการ/หน่วยงานของรัฐเป็นไปอย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ จึงขอมอบหมายการดำเนินการ ดังนี้
1.ให้รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี (นายภราดร ปริศนานันทกุล) และเลขาธิการคณะรัฐมนตรีประสานงานกับส่วนราชการและหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง เพื่อเร่งรัดติดตามการดำเนินโครงการต่างๆ ที่อยู่ระหว่างการดำเนินการ หรือที่ถูกชะลอ หรือระงับไว้ก่อนหน้านี้ ให้สามารถดำเนินการตามขั้นตอนต่อไปให้แล้วเสร็จโดยเร็ว
โดยเฉพาะอย่างยิ่งโครงการเกี่ยวกับการให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน เนื่องจากเกิดความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินจากภัยธรรมชาติ หรือภัยคุกคามจากนอกราชอาณาจักร เพื่อให้ประชาชนผู้ประสบภัยดังกล่าวได้รับความช่วยเหลืออย่างรวดเร็ว ทั่วถึงและเป็นธรรมตามกฎหมาย ระเบียบ และมติคณะรัฐมนตรีต่อไปโดยเร็ว
2.ให้รัฐมนตรีทุกท่านกำชับข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐ ของส่วนราชการและหน่วยงานของรัฐในกำกับทุกแห่ง ให้คงปฏิบัติหน้าที่ของตนให้ถูกต้องและเต็มศักยภาพต่อไป โดยยึดหลักความเป็นกลางทางการเมืองอย่างเคร่งครัด ทั้งนี้ หากพบว่าข้าราชการหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐผู้ใดจงใจละเว้น หรือย่อหย่อนในการปฏิบัติหน้าที่หรือให้บริการประชาชนจนทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนและเกิดความเสียหาย ให้ผู้บังคับบัญชาพิจารณาดำเนินการทางวินัยและทางกฎหมายตามแต่กรณี อย่างเคร่งครัด
3.ให้กระทรวงการต่างประเทศร่วมกับกระทรวงกลาโหม กระทรวงมหาดไทย และหน่วยงานความมั่นคงที่เกี่ยวข้องเฝ้าระวังและจัดเตรียมมาตรการรองรับผลกระทบจากภัยคุกคามนอกราชอาณาจักร ที่อาจจะเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา รวมทั้งให้ประชาสัมพันธ์เผยแพร่ข้อมูลข่าวสารต่างๆ ให้ประชาชนที่เกี่ยวข้องได้ทราบอย่างถูกต้อง รวดเร็ว และทั่วถึง เพื่อสร้างความมั่นใจในสวัสดิภาพและความปลอดภัยให้แก่ประชาชนด้วย
4.ให้กระทรวงการต่างประเทศร่วมกับกระทรวงกลาโหม กระทรวงมหาดไทย และหน่วยงานความมั่นคงที่เกี่ยวข้องเร่งศึกษาแนวทางการดำเนินการยกเลิกบันทึกความเข้าใจระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรกัมพูชาว่าด้วยพื้นที่ที่ไทยและกัมพูชาอ้างสิทธิในไหล่ทวีปทับซ้อนกัน ลงวันที่ 18 มิ.ย.2544 (MOU 44) ให้ชัดเจนและแล้วเสร็จโดยเร็ว
ทั้งนี้ โดยให้คำนึงถึงผลประโยชน์สูงสุดของประเทศเป็นสำคัญ แล้วให้รายงานผลต่อนายกรัฐมนตรีต่อไป
5.ให้เลขาธิการคณะรัฐมนตรีประสานงานกับสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งเกี่ยวกับการแต่งตั้งหรือโยกย้ายข้าราชการ พนักงานของหน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือกิจการที่รัฐถือหุ้นใหญ่หรือให้บุคคลดังกล่าวพ้นจากการปฏิบัติหน้าที่ หรือพ้นจากตำแหน่ง หรือให้ผู้อื่นมาปฏิบัติหน้าที่แทนตามแต่กรณีที่หน่วยงานต่างๆ ได้เสนอมาตามขั้นตอนของกฎหมายให้แล้วเสร็จโดยเร็ว
เพื่อให้การปฏิบัติราชการในตำแหน่งที่ว่างของส่วนราชการหรือหน่วยงานของรัฐสามารถดำเนินการต่อไปได้อย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ ให้ดำเนินการให้ถูกต้อง เป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบ หลักเกณฑ์ และมติคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัดด้วย
ซึ่งคณะรัฐมนตรีพิจารณาแล้วลงมติเห็นชอบตามที่นายกรัฐมนตรีเสนอ” หนังสือสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ด่วนที่สุด ที่ นร 0505/3460 เรื่อง ขอกำชับการปฏิบัติราชการในช่วงภายหลังการเลือกตั้ง ลงวันที่ 12 ก.พ.2569 ระบุ

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา