
ศาลสูงสหรัฐฯ มีคำพิพากษาให้นโยบายภาษีนำเข้าทั่วโลกของ ปธน.ทรัมป์เป็นโมฆะ หลังเห็นว่าประธานาธิบดีใช้อำนาจออกกฎหมายโดยไม่ผ่านรัฐสภาผิดกฎหมาย ‘ทรัมป์’โต้กลับเข็นรีดภาษีโลก 10%
สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2569 รายงานข่าวจากสำนักข่าวเอพีระบุว่า ศาลฎีกาของสหรัฐอเมริกาได้มีคำตัดสินเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (20 ก.พ. 69 ตามเสลาของสหรัฐอเมริกา) ให้มาตรการภาษีนำเข้าสินค้าทั่วโลก ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เป็นโมฆะ โดยสำนักข่าวเอพีวิเคราะห์ว่า ถือเป็นความพ่ายแพ้ครั้งใหญ่ในประเด็นสำคัญต่อแผนเศรษฐกิจของประธานาธิบดีทรัมป์
โดยคำตัดสินออกมาด้วยคะแนน 6 ต่อ 3 เสียงนั้นเกี่ยวข้องกับภาษีที่เรียกเก็บภายใต้กฎหมายอำนาจฉุกเฉิน ซึ่งรวมถึงภาษี "ตอบโต้" ที่เรียกเก็บจากเกือบทุกประเทศ โดยศาลสูงตัดสินว่า การที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ใช้กฎหมายอำนาจฉุกเฉินในการกำหนดภาษีนำเข้าโดยไม่ผ่านรัฐสภานั้นผิดกฎหมาย
“เสียงส่วนใหญ่เห็นว่าการที่ประธานาธิบดีกำหนดและเปลี่ยนแปลงภาษีศุลกากรแต่เพียงฝ่ายเดียวเป็นการกระทำที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ เนื่องจากอำนาจในการเก็บภาษีเป็นอำนาจของรัฐสภาอย่างชัดเจน ผู้ร่างรัฐธรรมนูญไม่ได้มอบอำนาจในการเก็บภาษีส่วนใดส่วนหนึ่งให้แก่ฝ่ายบริหาร” หัวหน้าผู้พิพากษาจอห์น โรเบิร์ตส์ เขียนไว้
ภายหลังทราบผลการพิจารณา ประธานาธิบดีทรัมป์กล่าวในการแถลงข่าวว่า รู้สึกอับอายขายหน้าอย่างยิ่ง" ต่อผู้พิพากษาที่ลงคะแนนให้ยกเลิกมาตรการภาษี โดยเรียกการตัดสินใจดังกล่าวว่า "น่าผิดหวังอย่างมาก"
“การตัดสินใจของพวกเขานั้นไม่ถูกต้อง แต่ไม่สำคัญ เพราะเรามีทางเลือกที่ทรงพลังกว่านั้น” ประธานาธิบดีทรัมป์ระบุ แต่ไม่ได้บอกรายละเอียดในทันที
ทั้งนี้ ทรัมป์กล่าวว่า จะดำเนินการเรียกเก็บภาษีนำเข้า 10% ทั่วโลกเป็นทางเลือกอื่น ขณะเดียวกันก็จะผลักดันนโยบายการค้าของเขาด้วยวิธีการอื่น ๆ ภาษีใหม่นี้จะอยู่ภายใต้กฎหมายที่จำกัดระยะเวลาไว้ที่ 150 วัน
สำนักข่าวเอพีวิเคราะห์ว่า การพ่ายแพ้ต่อหน้าศาลสูงสุดที่มีเสียงข้างมากเป็นฝ่ายอนุรักษ์นิยม เกิดขึ้นแม้ว่าทรัมป์จะได้รับชัยชนะในระยะสั้นหลายครั้ง ซึ่งทำให้ประธานาธิบดีทรัมป์สามารถดำเนินการต่อในเรื่องสำคัญอื่นๆของอำนาจที่มีอย่างกว้างขวางของเขาได้
ทั้งนี้ ข้อมูลจากรัฐบาลสหรัฐฯ แสดงให้เห็น ว่า ณ เดือนธันวาคมที่ผ่านมา กระทรวงการคลังได้จัดเก็บภาษีนำเข้าที่ประธานาธิบดีประกาศใช้ภายใต้กฎหมายอำนาจฉุกเฉินไปแล้วกว่า 133 พันล้านดอลลาร์ และคาดการณ์ว่าผลกระทบในอีกสิบปีข้างหน้าจะมีมูลค่าสูงถึง 3 ล้านล้านดอลลาร์
เรียบเรียงจาก: https://apnews.com/live/supreme-court-tariff-ruling-updates#0000019c-7c70-d5aa-a3dc-7df422020000

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา