
‘ครม.’ อนุมัติปรับปรุง ‘แผนบริหารหนี้สาธารณะ’ ปีงบ 69 ครั้งที่ 1 เพิ่ม ‘ก่อหนี้ใหม่’ 5.2 หมื่นล้าน-ปรับ 'แผนการชำระหนี้' เพิ่ม 3.04 หมื่นล้าน ดัน ‘หนี้สาธารณะต่อจีดีพี’ แตะ 68.48%
..........................................
เมื่อวันที่ 24 ก.พ. น.ส.อัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติการปรับปรุงแผนการบริหารหนี้สาธารณะ (แผนฯ) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 ครั้งที่ 1 ตามที่คณะกรรมการนโยบายและกำกับการบริหารหนี้สาธารณะ (คณะกรรมการฯ) เสนอ มีรายละเอียด ดังนี้
1.อนุมัติและรับทราบตามข้อเสนอของคณะกรรมการฯ ตามมติที่ประชุมครั้งที่ 4/2568 เมื่อวันที่ 4 ธ.ค.2568 ดังนี้
1.1 อนุมัติการปรับปรุงแผนการบริหารหนี้สาธารณะ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ครั้งที่ 1 ประกอบด้วย (1) แผนการก่อหนี้ใหม่ ปรับเพิ่มสุทธิ 52,076.12 ล้านบาท จากเดิม 1,207,306.75 ล้านบาท เป็น 1,259,382.87 ล้านบาท และ (2) แผนการชำระหนี้ ปรับเพิ่มสุทธิ 30,469.30 ล้านบาท จากเดิม 503,056.95 ล้านบาท เป็น 533,526.25 ล้านบาท
1.2 อนุมัติการบรรจุโครงการพัฒนา โครงการ และรายการเพิ่มเติมในการปรับปรุงแผนฯ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ครั้งที่ 1 จำนวน 18 โครงการ/รายการ
1.3 อนุมัติให้รัฐวิสาหกิจ จำนวน 1 แห่ง ได้แก่ การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ที่มีสัดส่วนความสามารถในการหารายได้เทียบกับภาระหนี้ของกิจการ (DSCR) ต่ำกว่า 1 เท่า สามารถกู้เงินและบริหารหนี้ภายใต้แผนฯ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 ปรับปรุงครั้งที่ 1 โดยให้ รฟท. รับความเห็นและข้อสังเกตของคณะกรรมการฯ ไปดำเนินการ รวมทั้งเห็นควรให้หน่วยงานที่บรรจุกรอบวงเงินกู้ภายใต้แผนฯ เร่งรัดการดำเนินการตามแผนฯ ดังกล่าวด้วย
1.4 รับทราบการปรับปรุงแผนฯ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ครั้งที่ 1 ได้แก่ แผนการบริหารหนี้เดิม ปรับลดสุทธิ 232,484.05 ล้านบาท จากเดิม 1,876,915.14 ล้านบาท เป็น 1,644,431.09 ล้านบาท
2.อนุมัติการกู้เงินของรัฐบาลเพื่อการก่อหนี้ใหม่ การกู้มาและการนำไปให้กู้ต่อ การกู้เงินเพื่อปรับโครงสร้างหนี้ และการค้ำประกันเงินกู้ให้กับรัฐวิสาหกิจ ตามมาตรา 7 แห่ง พ.ร.บ.การบริหารหนี้สาธารณะ พ.ศ.2548 มาตรา 7 แห่ พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินและจัดการเงินกู้เพื่อช่วยเหลือกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน พ.ศ.2541 มาตรา 7 แห่ง พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินและจัดการเงินกู้เพื่อช่วยเหลือกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน ระยะที่สอง พ.ศ.2545 และมาตรา 8 แห่ง พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อฟื้นฟูและเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ พ.ศ. 2552
รวมทั้งขออนุมัติการกู้เงินของรัฐวิสาหกิจเพื่อลงทุนในโครงการ พัฒนา และการกู้เงินเพื่อปรับโครงสร้างหนี้ ภายใต้กรอบวงเงินของการปรับปรุงแผนฯ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ครั้งที่ 1 และให้กระทรวงการคลัง (กค.) เป็นผู้พิจารณาการกู้เงิน วิธีการกู้เงิน เงื่อนไข และรายละเอียดต่างๆ ของการกู้เงิน การค้ำประกันและการบริหารความเสี่ยงในแต่ละครั้งได้ตามความเหมาะสมและจำเป็น ทั้งนี้ หากรัฐวิสาหกิจสามารถดำเนินการกู้เงินได้เองก็ให้สามารถดำเนินการได้ตามความเหมาะสมและจำเป็นของรัฐวิสาหกิจนั้น ๆ
“การปรับปรุงแผนฯ ในครั้งนี้ มีรายการสำคัญ เช่น (1) เงินกู้ในประเทศปรับเพิ่ม 33,222.66 ล้านบาท เพื่อรองรับความก้าวหน้าโครงการรถไฟความเร็วสูง รถไฟทางคู่ และรถไฟฟ้าชานเมือง ของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) จำนวน 8 โครงการ รวมวงเงิน 28,920 ล้านบาท และเงินกู้เพื่อลงทุนในโครงการพัฒนาของการท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.)
(2) เงินกู้ต่างประเทศปรับเพิ่ม 18,853.46 ล้านบาท จากการบรรจุโครงการใหม่ในแผนฯ ให้สอดคล้องกับแผนการดำเนินงานได้แก่ โครงการสร้างเครื่องกำเนิดแสงซินโครตรอนระดับพลังงาน 3 GeV และห้องปฏิบัติการวงเงิน 12,359.46 ล้านบาท และโครงการเมืองคาร์บอนต่ำและการพัฒนาตลาดคาร์บอน วงเงิน 6,494 ล้านบาท
(3) การปรับเพิ่มแผนการชำระหนี้ของกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน (FIDF) จำนวน 35,486 ล้านบาท และ (4) การปรับลดวงเงินการปรับโครงสร้างหนี้เงินกู้รัฐบาลที่ครบกำหนดในปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 วงเงิน 226,972.88 ล้านบาท และการปรับเพิ่มวงเงินบางส่วนสำหรับการบริหารความเสี่ยงหนี้เงินกู้รัฐบาลที่ครบกำหนดในช่วงปีงบประมาณ พ.ศ. 2570-2573 เพื่อกระจายภาระหนี้และรองรับการออกพันธบัตรรัฐบาลในอนาคต” น.ส.อัยรินทร์ ระบุ
นางสาวอัยรินทร์ กล่าวด้วยว่า คณะกรรมการฯ คาดการณ์ว่า ภายหลังการปรับปรุงแผนฯในครั้งนี้ ระดับประมาณการหนี้สาธารณะคงค้างต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ณ สิ้นปีงบประมาณ 2569 จะอยู่ที่ร้อยละ 68.48 (กรอบไม่เกินร้อยละ 70) ซึ่งยังอยู่ภายในกรอบกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง
อ่านประกอบ :
‘นักเศรษฐศาสตร์’เตือนหนี้สาธารณะแตะ 70% ไม่เกินต้นปี 70-แนะ‘รบ.ใหม่’แก้ 3 โจทย์‘การคลัง’
‘คลัง’เผย‘ภาระหนี้รบ.ต่อประมาณการรายได้’พุ่ง 42.47%-‘หนี้สาธารณะ/จีดีพี’แตะ 64.59%
หนี้กระจุกตัว! ครม.รับทราบเพิ่มเพดาน‘ภาระหนี้ต่อประมาณการรายได้’ไม่เกิน 50% จากเดิม 35%
รายจ่ายเพิ่ม-หนี้สาธารณะสูง! เปิดรายงานความเสี่ยง‘การคลัง’ปี 67-แนะปฏิรูปโครงสร้างรายได้
ครม.รับทราบ‘หนี้สาธารณะ’ส.ค.67 แตะ 11.72 ล้านล.-64.02% ต่อจีดีพี-'คลัง'ชี้กู้กระตุ้นศก.

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา