
‘ศาลฎีกา’ พิพากษาเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง 10 ปี ‘ณัฐวุธ วัชรกุลดิลก’ อ้างตำแหน่ง ‘รศ.’ ม.โพธิศาสตร์ สหรัฐฯ ในกลุ่ม ‘ไลน์’ แนะนำตัวเลือก ‘สว.’ แต่ไม่พบเป็นผู้ดำรงตำแหน่ง ‘รศ.’ ในฐานข้อมูล ‘อว.’ ขณะที่ตำแหน่ง ‘รศ.’ ม.โพธิศาสตร์ ใช้อ้างกับ ‘สถาบันการศึกษาอิสระ’ ด้วยกันเท่านั้น ไม่สามารถนำไปใช้สมัครเป็น ‘อาจารย์’ ได้
...............................................
สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า เมื่อวันที่ 19 ก.พ.ที่ผ่านมา เว็บไซต์ศาลฎีกา เผยแพร่คำพิพากษาศาลฎีกา คดีหมายเลขดำที่ ลต สว 12/2568 คดีหมายเลขแดงที่ ลต สว 62/2569 (ความคดีเลือกตั้ง) ระหว่าง คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) (ผู้ร้อง) กับนายณัฐวุธ วัชรกุลดิลก (ผู้คัดค้าน) เรื่อง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา (เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งหรือเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง)
โดยคดีนี้ ศาลฎีกาพิพากษาให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของนายณัฐวุธ เป็นระยะเวลา 10 ปี นับแต่วันที่มีคำพิพากษา เนื่องจากศาลฯเห็นว่า การที่นายณัฐวุธ ใช้ตำแหน่งรองศาสตราจารย์ (รศ.) แนะนำตัวในกระบวนการสมัครรับเลือกเป็น สว. แต่จากข้อเท็จจริงรับฟังไม่ได้ว่า นายณัฐวุธ มีตำแหน่งทางวิชาการเป็น รศ. ตามที่ได้กล่าวอ้าง จึงเป็นการกระทำการอันเป็นการทุจริตในการเลือก อันทำให้การเลือก สว.มิได้เป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม ตามรัฐธรรมนูญฯ และ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย การได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ.2561 มาตรา 62
“คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยว่า ผู้คัดค้านกระทำการทุจริตในการเลือกสมาชิกวุฒิสภา อันทำให้การเลือกมิได้เป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม เป็นการฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 226 และ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ.2561 มาตรา 62 หรือไม่
ทางไต่สวนผู้ร้อง (กกต.) มีนายสุธรรม เลิศพงษ์ประเสริฐ อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัย โพธิศาสตร์ รัฐฟลอริดา สหรัฐอเมริกา และนายศักดิ์ ประสานดี ประธานกรรมการผู้บริหาร มหาวิทยาลัยโพธิศาสตร์ ซึ่งเป็นผู้ก่อตั้งมหาวิทยาลัยดังกล่าว เป็นพยานเข้าไต่สวน ได้ความทำนองเดียวกันว่า
การแต่งตั้งบุคคลให้ดำรงตำแหน่งรองศาสตราจารย์ของมหาวิทยาลัยโพธิศาสตร์นั้น ต้องเป็นอาจารย์ ทำการสอน มีบทความทางวิชาการนำเสนอ และสนับสนุนเงินให้แก่มหาวิทยาลัย แต่การใช้ตำแหน่งรองศาสตราจารย์ดังกล่าวในประเทศไทย สามารถใช้ได้ในกรณีที่ไม่เป็นทางการเท่านั้น ไม่สามารถใช้ในทางราชการได้ เพราะมหาวิทยาลัยโพธิศาสตร์ไม่ได้รับการรับรองตามกฎหมายของประเทศไทย
โดยนายศักดิ์เบิกความว่า มหาวิทยาลัยโพธิศาสตร์ เป็นสถาบันการศึกษาอิสระ ตามกฎหมายของสหรัฐอเมริกา จดทะเบียนต่อรัฐฟลอริดา ต่างจากมหาวิทยาลัยทั่วไป ที่ต้องจดทะเบียนต่อรัฐบาลกลาง การนำวุฒิการศึกษาจากมหาวิทยาลัยโพธิศาสตร์ไปใช้ ต้องใช้กับสถาบันการศึกษาอิสระด้วยกัน
ไม่สามารถใช้สมัครเรียนในสถาบันการศึกษาทั่วไปได้ และตำแหน่งทางวิชาการดังกล่าว ไม่สามารถนำไปสมัครเป็นอาจารย์ประจำหลักสูตรหรืออาจารย์ประจำใน มหาวิทยาลัยทั่วไปได้ ตำแหน่งดังกล่าวไม่สามารถใช้อย่างเป็นทางการได้ แต่ใช้ทั่วไปอย่างไม่เป็นทางการได้ เช่น งานแต่งงาน งานบวช เป็นต้น
และผู้ร้อง (กกต.) ยังมีนางสาวณัฐนันท์ ทองดีวงศ์ ซึ่งเป็นผู้สมัครรับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภาจังหวัดนนทบุรี เป็นพยานเข้าไต่สวนได้ความว่า พยานเป็นผู้สร้างไลน์กลุ่ม “เมือง นนทบุรี” และเป็นหนึ่งในผู้ดูแลไลน์กลุ่ม โดยไลน์กลุ่มดังกล่าวจัดตั้งขึ้นเพื่อเป็นช่องทางให้ผู้สมัครรับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภาจังหวัดนนทบุรีได้แนะนำตัวกัน และผู้คัดค้าน (นายณัฐวุธ วัชรกุลดิลก) เป็นสมาชิกในไลน์กลุ่มดังกล่าวด้วย
ผู้คัดค้าน (นายณัฐวุธ วัชรกุลดิลก) ได้ส่งภาพถ่ายและข้อความที่มีการใช้คำว่า รศ. นำหน้าชื่อผู้คัดค้านเข้ามาในไลน์กลุ่มดังกล่าว ในช่วงระยะเวลาที่มีการสมัครรับเลือกจนถึงวันก่อนวันเลือก สมาชิกวุฒิสภาระดับอำเภอ
นอกจากนี้ ผู้ร้อง (กกต.) มีพลเอกปัญญา รอดเชื้อ นายถิรวัฒน์ แจ่มกระจ่าง และนายบัณฑิต พัดเย็น ซึ่งเป็นผู้สมัครรับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภาจังหวัดนนทบุรีและเป็นสมาชิกในไลน์กลุ่มดังกล่าว เข้าไต่สวนได้ความในทำนองเดียวกันว่า การที่ผู้คัดค้าน (นายณัฐวุธ วัชรกุลดิลก) ใช้ตำแหน่ง รองศาสตราจารย์ในแอปพลิเคชันไลน์กลุ่มของผู้สมัครรับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภาจังหวัดนนทบุรี เป็นการจูงใจให้ผู้สมัครรายอื่นเลือกผู้คัดค้าน
ส่วนผู้คัดค้านอ้างตนเองเป็นพยานเข้าไต่สวนได้ความว่า ผู้คัดค้านได้รับตำแหน่ง “รองศาสตราจารย์” จากมหาวิทยาลัยโพธิศาสตร์ รัฐฟลอริดา สหรัฐอเมริกา อย่างถูกต้อง ผู้คัดค้านมิได้ใช้ตำแหน่งดังกล่าวในแบบข้อมูลแนะนำตัวของผู้สมัคร (สว.3) ของผู้คัดค้าน และใช้ตำแหน่งดังกล่าวในกลุ่มปิดของแอปพลิเคชั่นไลน์ ซึ่งไม่ใช่กลุ่มสาธารณะ การระบุ “รศ.” ซึ่งหมายถึงตำแหน่งรองศาสตราจารย์ในไลน์กลุ่ม ก็มิใช่สาระสำคัญ เพราะไม่ใช่คุณสมบัติใน การสมัครรับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภา
และผู้คัดค้าน มีนางสาวพัณบงกช ปาณมาลา เป็นพยานเข้า ไต่สวนได้ความว่า พยานเป็นผู้สมัครรับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภาจังหวัดนนทบุรี และเป็นสมาชิกในไลน์กลุ่ม “เมือง นนทบุรี” ซึ่งเป็นกลุ่มที่ใช้ในการทักทาย แลกเปลี่ยน และแนะนำตัวผู้ที่จะสมัครเป็นสมาชิกวุฒิสภาจังหวัดนนทบุรี และการที่ผู้คัดค้านแนะนำตัวว่าเป็นรองศาสตราจารย์ ในไลน์กลุ่มดังกล่าว ไม่มีผลจูงใจให้พยานลงคะแนนให้แก่ผู้คัดค้าน
เห็นว่า ตามหนังสือสับ ด่วนที่สุด อว 0209.5/1528 ลงวันที่ 15 ก.ค.2567 ของสำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เอกสารหมาย ร.1 แผ่นที่ 152 ถึงแผ่นที่ 153 แจ้งผลการตรวจสอบข้อมูลว่า ผู้คัดค้าน (นายณัฐวุธ วัชรกุลดิลก) ไม่มีชื่อในฐานข้อมูลผู้ดำรงตำแหน่งรองศาสตราจารย์
ที่คณะกรรมการข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา และคณะกรรมการการอุดมศึกษา และนายศักดิ์ ซึ่งเป็นผู้ก่อตั้งมหาวิทยาลัยโพธิศาสตร์ และเป็นประธานกรรมการผู้บริหารของมหาวิทยาลัยดังกล่าว เบิกความว่า มหาวิทยาลัยโพธิศาสตร์ เป็นสถาบันการศึกษาอิสระ
การนำวุฒิการศึกษาจากมหาวิทยาลัยไปใช้ต้องใช้กับสถาบันการศึกษาอิสระด้วยกัน ไม่สามารถใช้สมัครเรียนกับสถาบันการศึกษาทั่วไปได้ และตำแหน่งทางวิชาการ ไม่สามารถนำไปสมัครเป็นอาจารย์ประจำหลักสูตรหรืออาจารย์ประจำในมหาวิทยาลัยทั่วไปได้ ไม่สามารถใช้เป็นทางการได้
และปรากฏจากคำคัดค้านและคำเบิกความของผู้คัดค้าน (นายณัฐวุธ วัชรกุลดิลก) เอง ซึ่งยอมรับว่า ตำแหน่งรองศาสตราจารย์ของ มหาวิทยาลัยโพธิศาสตร์ ใช้อย่างเป็นทางการและใช้ในระบบราชการไทยไม่ได้ สอดคล้องกับการที่ผู้คัดค้านไม่นำตำแหน่งรองศาสตราจารย์ ไประบุไว้ในแบบข้อมูลแนะนำตัวของผู้สมัคร (สว. 3) ของผู้คัดค้าน ย่อมแสดงให้เห็นว่าผู้คัดค้านทราบดีว่า ตำแหน่งดังกล่าวไม่สามารถใช้อย่างเป็นทางการในประเทศไทยได้
นอกจากนี้ ผู้คัดค้านยังมิได้นำเอกสารเกี่ยวกับมหาวิทยาลัยโพธิศาสตร์ ซึ่งมีการรับรองจากต่างประเทศอย่างเป็นทางการมาแสดงต่อศาล ส่วนหนังสือรับรองของกรมการจดทะเบียน รัฐฟลอริดา เอกสารหมาย ค.1 ที่ผู้คัดค้าน (นายณัฐวุธ วัชรกุลดิลก) อ้างเป็นเพียงสำเนาที่ไม่มีการรับรองอย่างเป็นทางการจากต่างประเทศ จึงไม่มีน้ำหนักให้รับฟัง ข้อเท็จจริงรับฟังไม่ได้ว่า ผู้คัดค้าน (นายณัฐวุธ วัชรกุลดิลก) มีตำแหน่งทางวิชาการ เป็นรองศาสตราจารย์ตามที่ผู้คัดค้านกล่าวอ้าง
เมื่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 107 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า “วุฒิสภาประกอบด้วยสมาชิกจำนวนสองร้อยคน ซึ่งมาจากการเลือกกันเองของบุคคลซึ่งมีความรู้ ความเชี่ยวชาญ ประสบการณ์ อาชีพ ลักษณะ หรือประโยชน์ร่วมกัน หรือทำงานหรือเคยทำงานด้านต่างๆ ที่หลากหลายของสังคม โดยในการแบ่งกลุ่มต้องแบ่งใน ลักษณะที่ทำให้ประชาชนซึ่งมีสิทธิสมัครรับเลือกทุกคนสามารถอยู่ในกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งได้”
วรรคสอง บัญญัติว่า “...เพื่อให้การเลือกกันเองเป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม ให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา และเพื่อประโยชน์ในการดำเนินการให้การ เลือกดังกล่าวเป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม จะกำหนดมิให้ผู้สมัครในแต่ละกลุ่มเลือกบุคคลในกลุ่มเดียวกัน...ก็ได้”
และวรรคสาม บัญญัติว่า “การดำเนินการตามวรรคสอง ให้ดำเนินการตั้งแต่ระดับ อำเภอ ระดับจังหวัด และระดับประเทศ เพื่อให้สมาชิกวุฒิสภาเป็นผู้แทนปวงชนชาวไทยใน ระดับประเทศ” และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ.2561 มาตรา 36 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า “ผู้สมัครอาจแนะนำตัวได้ตามวิธีการและเงื่อนไขที่คณะกรรมการกำหนด”
จึงเห็นได้ว่า รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยกำหนดวิธีการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภาขึ้นใหม่ ด้วยวิธีให้ผู้สมัครรับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภาเลือกกันเอง ตั้งแต่ระดับอำเภอ ระดับจังหวัด และระดับประเทศ เพื่อคัดเลือกบุคคลที่เหมาะสมเป็นตัวแทนในแต่ละกลุ่มในรอบแรก และกำหนดการเลือกในรอบสองหรือรอบไขว้เป็นการเลือกผู้สมัครในกลุ่มอื่นที่อยู่สายเดียวกัน ตามวิธีที่กำหนดไว้ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ.2561 มาตรา 40 ถึงมาตรา 42
และเมื่อกฎหมายกำหนดให้ผู้สมัครรับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภาทำได้เพียงการแนะนำตัว แสดงให้เห็นว่าการให้ข้อมูลในการแนะนำตัวของผู้สมัคร ย่อมเป็นสาระสำคัญในการพิจารณาตัดสินใจเลือกของผู้สมัครรับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภารายอื่น
ดังนั้น ผู้สมัครรับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภาย่อมต้องให้ข้อมูลที่ถูกต้องและเพียงพอที่จะทำให้ผู้สมัครรับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภา ด้วยกันเองตัดสินใจเลือกได้อย่างเหมาะสม ตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ซึ่งช่องทางการแนะนำตัว นั้น
ตามระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าด้วยการแนะนำตัวในการเลือกสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ.2567 ข้อ 3 ได้ให้คำนิยามคำว่า “การแนะนำตัวโดยวิธีการทาง อิเล็กทรอนิกส์” หมายความว่า การแนะนำตัวที่กระทำขึ้นโดยผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมด หรือแต่บางส่วน หรือการใช้ระบบคอมพิวเตอร์ หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์เพื่อแนะนำตัว โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่แก่ผู้สมัครอื่นในการเลือก และตามระเบียบดังกล่าว ข้อ 4 ยังให้ผู้สมัครรับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภาแนะนำตัวโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ได้
การแนะนำตัวในกลุ่มแอปพลิเคชันไลน์ ซึ่งตั้งขึ้นเพื่อเป็นช่องทางให้ผู้สมัครรับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภาจังหวัดนนทบุรีได้ แนะนำตัวต่อกัน จึงเป็นการแนะนำตัวโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของขั้นตอนการสมัครรับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภาตามระเบียบและกฎหมายดังกล่าว
การที่ผู้คัดค้าน (นายณัฐวุธ วัชรกุลดิลก) ใช้ตำแหน่งรองศาสตราจารย์แนะนำตัวในกระบวนการสมัครรับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภา ย่อมส่งผลต่อผู้สมัครรับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภารายอื่น ให้ตัดสินใจเลือกผู้คัดค้าน ตามที่ผู้คัดค้านมุ่งหวังให้เกิดผลจากการจูงใจนั้นได้ เพราะเป็นการแสดงว่าตนเป็นผู้มีความรู้ความสามารถในการที่จะดำรงตำแหน่งสมาชิกวุฒิสภายิ่งกว่าบุคคลทั่วไป
การกระทำของผู้คัดค้าน จึงเป็นการกระทำการอันเป็นการทุจริตในการเลือก อันทำให้การเลือกสมาชิกวุฒิสภามิได้เป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 226 และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย การได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ.2561 มาตรา 62
พิพากษาให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของนายณัฐวุธ วัชรกุลดิลก ผู้คัดค้าน เป็นระยะเวลา 10 ปี นับแต่วันที่มีคำพิพากษา” คำพิพากษาศาลฎีกา คดีหมายเลขดำที่ ลต สว 12/2568 คดีหมายเลขแดงที่ ลต สว 62/2569 ลงวันที่ 17 ก.พ.2569 ระบุ

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา