
‘ป.ป.ช.’ มีมติชี้มูลความผิด ‘นายช่างโยธา’ อบต.วังกรด นำครุภัณฑ์ ‘อบต.’ ไปใช้งานรับจ้าง ‘ส่วนตัว’ ในวัน-เวลาราชการ เรียกรับเงิน 5,000 บาท แลกกับการยินยอมให้เทคอนกรีต 'โครงการซ่อม-สร้างถนน'
.......................................
เมื่อวันที่ 11 มี.ค. นายจักรกฤช ตันเลิศ รองเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ภาค 6 ในฐานะโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. ภาค 6 เปิดเผยว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิด ซึ่งเป็นเรื่องที่สำนักงาน ป.ป.ช. ภาค 6 ดำเนินการไต่สวน จำนวน 1 เรื่อง โดยมีรายละเอียด ดังนี้
กรณีกล่าวหา นายธนา ทองไหลมา ผู้ถูกกล่าวหา เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายช่างโยธา ปฏิบัติงาน และรักษาราชการแทนผู้อำนวยการกองช่าง สังกัดองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) วังกรด อำเภอบางมูลนาก จังหวัดพิจิตร ว่า เข้ามีส่วนได้เสียในโครงการช่อมสร้าง/ก่อสร้างถนนคอนกรีตเสริมเหล็กขององค์การบริหารส่วนตำบลวังกรด โดยรับจ้างทำป้ายโครงการชั่วคราว และรับจ้างทำระดับถนนในโครงการ โดยใช้อปกรณ์และบุคลากรขององค์การบริหารส่วนตำบลวังกรด และเรียกรับผลประโยชน์จากผู้รับจ้าง
ในปีงบประมาณ พ.ศ.2564 ผู้ถูกกล่าวหาได้อาศัยโอกาสที่ตนปฏิบัติหน้าที่ผู้ควบคุมงานในโครงการซ่อมสร้าง/ก่อสร้างถนนคอนกรีตเสริมเหล็กขององค์การบริหารส่วนตำบลวังกรด รวม 3 โครงการ รับจ้างจัดทำป้ายโครงการชั่วคราว และทำระดับถนนในทั้ง 3 โครงการให้กับผู้รับจ้าง โดยเรียกเงินค่าป้ายจำนวน 3,000 บาท และค่าทำระดับถนน จำนวน 15,000 บาท
ปรากฏว่า ในการรับจ้างทำระดับถนน ผู้ถูกกล่าวหา ได้นำกล้องวัดระดับอัตโนมัติ ซึ่งเป็นครุภัณฑ์ของกองช่างไปใช้รับจ้างส่วนตัวในวันและเวลาราชการ รวมทั้งสั่งการให้คนงานทั่วไปขององค์การบริหารส่วนตำบลวังกรด ลงพื้นที่ตรวจสอบหน้างานและช่วยวัดระดับถนนด้วยทุกครั้ง
นอกจากนี้ ยังเรียกเงินค่าดำเนินการจากตัวแทนของผู้รับจ้าง จำนวน 5,000 บาท เพื่อแลกกับการยินยอมให้เทคอนกรีตในโครงการ ผู้รับจ้าง จึงได้โอนเงินให้กับผู้ถูกกล่าวหา รวมจำนวนทั้งสิ้น 23,000 บาท
คณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาแล้วมีมติ ดังนี้
การกระทำของผู้ถูกกล่าวหามีมลความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149 มาตรา 151 มาตรา 152 มาตรา 157 และตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 172 มาตรา 173 ประกอบประมวลกฎหมายอาญามาตรา 91
และมีมูลความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง ฐานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ราชการโดยมิชอบเพื่อให้ตนเองหรือผู้อื่นได้ประโยชน์ที่มิควรได้เป็นการทจริตต่อหน้าที่ราชการ ตามประกาศคณะกรรมการพนักงานส่วนตำบลจังหวัดพิจิตร เรื่อง หลักเกณฑ์และเงื่อนไขเกี่ยวกับวินัยและการรักษาวินัย และการดำเนินการทางวินัย พ.ศ.2558 ข้อ 7 วรรคสาม
ให้ส่งรายงาน สำนวนการไต่สวน เอกสารหลักฐาน สำเนาอิเล็กทรอนิกส์ และคำวินิจฉัยไปยังอัยการสูงสุด เพื่อดำเนินคดีอาญาในศาลซึ่งมีเขตอำนาจพิจารณาพิพากษาคดี และส่งรายงาน สำนวนการไต่สวน เอกสารหลักฐาน และคำวินิจฉัยไปยังผู้บังคับบัญชา เพื่อดำเนินการทางวินัยตามฐานความผิดดังกล่าว ตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 91 (1) และ (2) และมาตรา 98 แล้วแต่กรณีต่อไป
อนึ่ง การชี้มูลความผิดทางอาญาของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ยังไม่ถือเป็นที่สุด ผู้ถูกกล่าวหายังเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าจะมีคำพิพากษาของศาลอันถึงที่สุด

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา