
ที่ประชุม 4 หน่วยงาน เคาะกรอบงบประมาณปี 70 วงเงิน 3.788 ล้านล้าน กู้ชดเชยขาดดุลงบฯ 7.88 แสนล้านบาท ขณะที่ ‘เอกนิติ’ เผยคงเพดาน 'หนี้สาธารณะ' 70%
..............................
เมื่อวันที่ 22 เม.ย. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย เป็นประธานการประชุมพิจารณาพิจารณาทบทวนวงเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2570 ร่วมกับ 4 หน่วยงาน ได้แก่ กระทรวงการคลัง สำนักงบประมาณ สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) และธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)
น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ที่ประชุมฯ มีมติเห็นชอบให้กำหนดวงเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบ 2570 ไว้ตามกรอบวงเงินเดิม ตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 25 พ.ย.2568 วงเงิน 3,788,000 ล้านบาท ซึ่งสอดคล้องกับแผนการคลังระยะปานกลาง (ปีงบ 2570-2573) ที่ ครม.ได้มีมติเห็นชอบเมื่อวันที่ 18 พ.ย.2568 และมีสัดส่วนทางการคลังต่างๆ เป็นไปตามกรอบวินัยการเงินการคลังของรัฐ
สำหรับวงเงินนงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบฯ 2570 ที่ 3,788,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีงบฯ 2569 จำนวน 7,400 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 0.2% โดยมีประมาณการรายได้รัฐบาลสุทธิ จำนวน 3,000,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 จำนวน 79,400 ล้านบาท หรือคิดเป็น 2.7% และเงินกู้เพื่อชดเชยการขาดดุล จำนวน 788,000 ล้านบาท ลดลงจากปีงบประมาณ พ.ศ.2569 จำนวน 72,000 ล้านบาท หรือลดลง 8.4%
ทั้งนี้ สำนักงบประมาณ จะได้นำเสนอ ครม. เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบวงเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2570 ในที่ 28 เม.ย.2569
น.ส.รัชดา กล่าวว่า นายกฯระบุในที่ประชุมว่า การพิจารณาทบทวนวงเงินงบประมาณในวันนี้ เพื่อให้รัฐบาลสามารถขับเคลื่อนนโยบายสำคัญ ภายใต้สถานการณ์โลกที่มีความผันผวนสูง ท่ามกลางการสู้รบที่เกิดขึ้นในภูมิภาคตะวันออกกลาง ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อความมั่นคงทางพลังงาน และเศรษฐกิจทั่วโลก ภาครัฐจึงมีความจำเป็นต้องปรับวิธีการทำงานให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้นในทรัพยากรที่น้อยลง ส่งผลให้การจัดทำงบประมาณฯ มีข้อจำกัดค่อนข้างมาก
ดังนั้น เพื่อให้การจัดทำงบประมาณรายจ่ายฯ ยังคงรักษาวินัยการเงินการคลัง รักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจของประเทศ และสร้างความเข้มแข็งทางการคลัง จะต้องมีการตัดลดงบประมาณที่ไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันให้มากที่สุด รวมถึงแสดงให้เห็นถึงวิธีคิดในการวางแผนงบประมาณให้เกิดประโยชน์สูงสุดอย่างแท้จริง
ขณะเดียวกัน นายกฯ ย้ำว่า การจัดทำงบปี 2570 จะต้องตรงเป้า แม่นยำ ตอบโจทย์นโยบาย ‘10 พลัส’ ยึดหลักความคุ้มค่า และ Zero-based Budgeting พิจารณาความจำเป็น เร่งด่วน ความเหมาะสมของสถานการณ์ และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน รวมทั้งให้พิจารณาถึงความครอบคลุมของทุกแหล่งเงิน โดยมีหลักปฏิบัติว่าการขอรับงบประมาณเพิ่มจะต้องไม่เกิน 20% ของปีที่ผ่านมา และต้องเป็นรายจ่ายลงทุนเท่านั้น
ด้านนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง กล่าวถึงผลการประชุมพิจารณาทบทวนวงเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณปี 2570 ร่วมกับ 4 หน่วยงานเศรษฐกิจ ว่า “เรื่องงบประมาณก็เรียบร้อย ยังยึดหลักเดิม” เมื่อถามว่า มีการหารือถึงการปรับเพดานหนี้สาธารณะจาก 70% เป็น 75 % หรือไม่ นายเอกนิติ กล่าวว่า “ยัง อาจจะยังไม่ได้มีการขยาย ยังเป็น 70% เท่าเดิม”
วันเดียวกัน (22 เม.ย.) ที่กระทรวงการคลัง นายเอกนิติ ระบุว่า เพื่อรองรับวิกฤติต่างๆ โดยเฉพาะความไม่แน่นอนจากสถานการณ์ตะวันออกกลางที่มีแนวโน้มยืดเยื้อ ซึ่งส่งผลกระทบเศรษฐกิจไทย รัฐบาล โดยกระทรวงการคลัง อยู่ระหว่างพิจารณาออก พ.ร.ก.กู้เงินฯ วงเงินไม่เกิน 5 แสนล้านบาท โดยกรอบเวลาการออก พ.ร.ก.กู้เงินฯ จะอยู่ในช่วงเดือน เม.ย.-ก.ย.2569 ซึ่งเป็นการเตรียมไว้ล่วงหน้า เพื่อให้รัฐบาลเบิกจ่ายได้ทันท่วงทีหากเกิดแรงกระแทกต่อเศรษฐกิจ
ทั้งนี้ ในการออก พ.ร.ก.กู้เงินฯดังกล่าว จะยึดกรอบวินัยการเงินการคลัง โดยจะไม่มีการปรับเพิ่มเพดานหนี้สาธารณะซึ่งปัจจุบันอยู่ที่ 70% ของจีดีพี ในขณะที่ล่าสุดสาธารณะของไทยอยู่ที่ 66% ของจีดีพี ซึ่งยังมีช่องว่างอยู่ 4% หรือคิดเป็นวงเงินเกือบ 8 แสนล้านบาท

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา