
'ไอติม-พริษฐ์ วัชรสินธุ' สส.พรรคประชาชน โพสต์ ข้อมูลใหม่ หนังสือสำนักงานเลขาธิการสภาฯ แจ้ง 'วันนอร์' ไม่ส่งข้อกล่าวหา 'กรรมการ ป.ป.ช.' ให้ประธานศาลฏีกา ตั้ง 'คณะผู้ไต่สวนอิสระ' ปม 'นาฬิกาพล.อ.ประวิต-คลิปหลุด' ระบุ 'ไม่มีเหตุอันควรสงสัยว่า กรรมการ ป.ป.ช. ได้กระทำการตามที่ถูกกล่าวหา' จี้ แก้ รัฐธรรมนูญ มาตรา 236 ตัด 'ดุลพินิจ' ประธานรัฐสภา ป้องกัน 'ฮั้ว'
สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า วันที่ 22 เมษายน 2569 นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) โพสต์เฟซบุ๊ก ‘พริษฐ์ วัชรสินธุ - ไอติม - Parit Wacharasindhu’ ว่า นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะประธานรัฐสภาในขณะนั้น (สภาฯชุดที่แล้ว) ไม่รับคำร้องของสมาชิกรัฐสภา จำนวน 140 คน ที่กล่าวหากรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กรณียุติหาข้อเท็จจริงและการไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษาศาลปกครองคดีนาฬิกาของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ อดีตรองนายกรัฐมนตรี รัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ และกรณีคลิปหลุดการสนทนาระหว่าง กรรมการ ป.ป.ช.ในขณะนั้น (ปัจจุบันเป็นประธาน ป.ป.ช.) เข้าพบนายวันมูหะมัดนอร์ โดยยื่นให้ประธานศาลฎีกาเพื่อตั้งคณะผู้ไต่สวนอิสระไต่สวนหาข้อเท็จจริงและทำความเห็นเกี่ยวกับข้อกล่าวหาดังกล่าว พร้อมทั้งเผยแพร่เอกสารที่เป็นหนังสือ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ที่ สผ 0001/13699 ลงวันที่ 11 ธ.ค.2568 (ยุบสภาวันที่ 12 ธ.ค.2568) โดยนายศิโรจน์ แพทย์พันธุ์ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ระบุผลการพิจารณาข้อกล่าวหาดังกล่าวว่า ‘ไม่มีเหตุอันควรสงสัยว่า กรรมการ ป.ป.ช. ได้กระทำการตามที่ถูกกล่าวหา’ โดยมีรายละเอียด ดังนี้
[ ข้อมูลใหม่: 1 วันก่อนยุบสภา ประธานรัฐสภาวันนอร์ ได้ปัดตกข้อร้องเรียนของ สส. พรรคประชาชน ต่อ กรรมการ ป.ป.ช. กรณีคดีนาฬิกาประวิตร & คลิปหลุดระหว่างประธานวันนอร์ กับ กรรมการ ป.ป.ช. | เหตุการณ์นี้ตอกย้ำว่าทำไมเราควร #แก้มาตรา 236 เพื่อตัดดุลพินิจประธานรัฐสภา และทำให้กลไกตรวจสอบ ป.ป.ช. มีประสิทธิภาพ ]
วันนี้มีรายงานข่าวว่าทาง ป.ป.ช. จะแถลงพรุ่งนี้ ถึงสาเหตุที่ ป.ป.ช. ได้มีมติยกคำร้องคดีของคุณศักดิ์สยาม ชิดชอบ ในข้อกล่าวหาเรื่องซุกหุ้น-ถือหุ้นแทน (นอมินี) และการแจ้งบัญชีทรัพย์สินอันเป็นเท็จ
แน่นอนว่าคำถามสำคัญที่ตามมา คือ หากคำแถลงดังกล่าวยังมีข้อพิรุธที่ทำให้เรามีความเห็นว่า ป.ป.ช. ได้ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เราจะตรวจสอบ ป.ป.ช. อย่างไรได้บ้าง?
ตามกฎหมายปัจจุบัน สิ่งที่สมาชิกรัฐสภา (1 ใน 5 ของสมาชิกรัฐสภา) หรือ ประชาชน 20,000 รายชื่อทำได้ คือการใช้กลไกตามมาตรา 236 ของรัฐธรรมนูญ เพื่อเข้าชื่อร้องขอให้ประธานสภาพิจารณาส่งเรื่องดังกล่าวต่อไปให้ประธานศาลฎีกา เพื่อตั้งคณะไต่สวนอิสระขึ้นมาตรวจสอบ ป.ป.ช. ตามข้อกล่าวหา - ในส่วนนี้ ทางพรรคประชาชนเราเตรียมตรวจสอบคำแถลงเพื่อพิจารณาเข้าชื่อตามกลไกดังกล่าว โดยเราหวังจะได้รับความร่วมมือจากพรรคการเมืองอื่น โดยเฉพาะพรรคร่วมฝ่ายค้าน และสมาชิกวุฒิสภา เพื่อรวบรวมรายชื่อได้ครบ 1 ใน 5 ของสมาชิกรัฐสภาตามเกณฑ์ (ประมาณ 140 คน)
อย่างไรก็ตาม ผมได้เคยแสดงความเห็นไว้ก่อนหน้านี้ (https://www.facebook.com/paritw/posts/pfbid0qY6jhfcTf1KBYb5wyF2fcL1WLiYh7bWXrdFPNa6nmSDQdK7VWud5of1aJbDPJvmkl) ว่ามาตรา 236 ยังมีช่องโหว่ที่ทำให้รัฐบาล และ ป.ป.ช. ฮั้วกันได้โดยใช้ประธานสภาเป็นเครื่องมือ เพราะหากสภาหรือประชาชนเข้าชื่อเพื่อร้องเรียน ป.ป.ช. ที่ละเว้นการทำหน้าที่ในการตรวจสอบรัฐบาล สิ่งที่รัฐบาลทำได้คือการสั่งการหรือกดดันให้ประธานรัฐสภา (ซึ่งมักเป็น สส. รัฐบาล) ใช้อำนาจปัดตกข้อร้องเรียนดังกล่าวเพื่อให้ไปไม่ถึงศาล
ข้อกังวลที่ว่านี้ ว่าประธานสภาจะใช้อำนาจปัดตกข้อร้องเรียนของสมาชิกรัฐสภาต่อ ป.ป.ช. ไม่ใช่ข้อกังวลที่เป็นเรื่องสมมุติ - บ่ายวันนี้ ทางผมและพรรคประชาชนได้ค้นพบ ว่าสิ่งนี้เพิ่งได้เกิดขึ้นไปเมื่อตอนสิ้นปีที่ผ่านมา
หากจำกันได้ ในสภาชุดที่แล้ว ทาง สส. พรรคประชาชนเราได้เคยใช้สิทธิตาม มาตรา 236 เพื่อเข้าชื่อให้มีการตั้งคณะไต่สวนกรรมการ ป.ป.ช. โดยมีข้อกล่าวหาหลักๆเรื่อง
- (1) การยุติการสืบหาข้อเท็จจริงและการไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษาของศาลปกครอง ในคดีที่เกี่ยวกับนาฬิกาและทรัพย์สินของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ
- (2) การมีคลิปหลุดกรณีที่มี กรรมการ ป.ป.ช. เข้าพบประธานรัฐสภา วันมูหะมัดนอร์ มะทา ในทางส่วนตัว ซึ่งเป็นการพบกันในห้วงเวลาที่ยังมีเรื่องร้องเรียนต่อกรรมการ ป.ป.ช. คนดังกล่าว ค้างอยู่ที่การพิจารณาของประธานรัฐสภา ว่าจะส่งเรื่องต่อไปที่ศาลฎีกาหรือไม่
ผลปรากฏว่า หลังจากที่เรายื่นเรื่องไปเมื่อ 27 ก.พ. 2568 ทางเรายังไม่ได้รับทราบมาก่อนวันนี้ ว่าทางประธานรัฐสภา วันมูหะมัดนอร์ มะทา (ซึ่งเป็นคนเดียวกับที่ปรากฏในคลิปหลักฐานที่เราใช้ในข้อกล่าวหาต่อ ป.ป.ช.) ตัดสินใจหรือยัง ว่าจะส่งเรื่องต่อไปที่ประธานศาลฎีกาหรือไม่
จนล่าสุดวันนี้ หลังจากสอบถามเพื่อตรวจทานว่าคำร้องดังกล่าวถึงขั้นตอนใดในกระบวนการ เราจึงได้ค้นพบว่าในวันที่ 11 ธันวาคม (1 วันก่อนการยุบสภา และ 9-10 เดือนหลังจากเรายื่นคำร้อง) ทางประธานรัฐสภา วันมูหะมัดนอร์ มะทา (ซึ่งเป็นคนเดียวกับที่ปรากฏในคลิปหลักฐานที่เราใช้ในข้อกล่าวหาต่อ ป.ป.ช.) ได้ใช้อำนาจตามมาตรา 236 เพื่อ “ปัดตก” ข้อร้องเรียนของเราต่อกรรมการ ป.ป.ช. ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งทำให้เรื่องดังกล่าวไปไม่ถึงศาลฎีกาเพื่อตั้งคณะไต่สวนอิสระ (ตามหนังสือที่แนบในภาพ)

แน่นอนว่าเราคงสรุปไม่ได้ชัดๆว่า เหตุผลที่ประธานรัฐสภาวันมูหะมัดนอร์ มะทา ปัดตกข้อร้องเรียนดังกล่าว เกี่ยวข้องหรือไม่กับการที่ตนเองปรากฏอยู่ในคลิปหลุดร่วมกับกรรมการ ป.ป.ช. ซึ่งถูกใช้เป็นหนึ่งในหลักฐานในข้อกล่าวหาต่อ ป.ป.ช. ครั้งนี้ แต่เหตุการณ์นี้ยิ่งตอกย้ำให้เห็น ว่าหากวันใดวันหนึ่งที่ รัฐบาลและ/หรือประธานรัฐสภา ฮั้วกันกับ ป.ป.ช. กลไกของสมาชิกรัฐสภาและประชาชนในการตรวจสอบ ป.ป.ช. ตามมาตรา 236 จะไร้ประสิทธิภาพทันที
ตรงนี้จึงเป็นเหตุผลที่ผมและพรรคประชาชนเห็นควรให้มีการแก้ไข มาตรา 236 ของรัฐธรรมนูญ เพื่อป้องกันการฮั้วกันระหว่างรัฐบาลกับ ป.ป.ช. โดยการตัดอำนาจ-ดุลพินิจประธานรัฐสภาในการ “ปัดตก” ข้อร้องเรียนของสมาชิกรัฐสภาหรือประชาชนต่อ ป.ป.ช. ให้ไปไม่ถึงศาล
ในประเด็นดังกล่าว พรรคได้ยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญไปแล้ว โดยตอนนี้อยู่ระหว่างการรอประธานรัฐสภานัดประชุมรัฐสภาเพื่อพิจารณาวาระดังกล่าว - หวังว่าร่างดังกล่าวจะได้รับการสนับสนุนจาก สส. ในพรรคการเมืองอื่นและสมาชิกวุฒิสภา เพื่อทำให้กลไกในการตรวจสอบ ป.ป.ช. มีประสิทธิภาพมากที่สุด

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา